การตรวจรับงาน ก่อสร้างบ้าน ตอนที่4

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized

งานฝ้าเพดาน

มีทั้งโครงเคร่าไม้ อลูมิเนียม เหล็กอาบสังกะสี ไม่ว่าจะเป็นชนิดไหน
โครงเคร่าจะต้อง

วางให้ได้ระดับตัวที่ และมีจุดที่ต้องตรวจเช็คคือ

- กรณีไม้ระแนงต้องมีตาข่ายกันแมลง

- ร่องระหว่างแผ่นต้องมีความสม่ำเสมอ

- ฝ้า T-BAR และฝ้ายิบซั่ม ให้ตรวจสอบความหนาและลวดยึดโครง

- การยึดโยงไปยังหลังคา
ต้องไม่ยืดตัวเมื่อรับน้ำหนักซึ่งจะทำให้ฝ้าตกท้องช้างหรือโก่งได้

- รอยต่อของวัสดุที่ใช้ทำฝ้าต้องแนบสนิทเป็นแนวตรง

- ในกรณีที่เป็นยิปซั่มบอร์ดตรงรอยต่อต้องฉาบด้วยผ้าเทปแล้วขัดให้เรียบเสมอ

- หากมีไม้มอบฝ้า การต่อไม้ตรงมุมต้องต่อโดยตัดมุม 45 องศา

งานฟื้นและวัสดุพื้นผิว

พื้นเป็นสิ่งรองรับน้ำหนักต่าง ๆ ภายในตัวอาคารเช่น เฟอร์นิเจอร์
ส่วนวัสดุพื้นผิวเป็น

ส่วนที่ต้องใช้งานเป็นประจำจึงควรใส่ใจ ที่สำคัญคือระดับ
วัสดุฟื้นจะเป็นประเภทใดนั้นเลือกได้อยู่ที่ความต้องการแต่ระดับของการปูพื้นเลือกไม่ได้ต้องใช้ฝีมือ

- พื้นสำเร็จรูปต้องไม่แตกไม่หัก ได้ขนาดตามแบบ

- พื้นชั้นล่างต้องทำกันซึมตลอดทั้งพื้น

- ตรวจช่องระบายอากาศพื้นชั้นล่างเพื่อป้องกันปัญหาความชื้น

- ตรวจการปูพื้นให้แนบสนิท

- เช็คระบบกันซึมก่อนปูวัสดุพื้นผิว

- ตรวจสอบวัสดุพื้นผิวให้ตรงตามแบบ

- ตรวจสอบพื้นผิวคอนกรีตก่อนปูวัสดุพื้นผิว

- เช็คความเรียบร้อยหลังจากปูวัสดุพื้นผิว

- ตรวจสอบการชำรุดระหว่างการทำงานปูพื้นของวัสดุพื้นผิว

งานติดตั้งวงกบ และบานประตู หน้าต่าง

งานติดตั้งวงกบ และบานประตู หน้าต่าง ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นงานไม้ มีน้อยมากที่ใช้วง

กบเป็นโลหะ ฉะนั้นเนื้อไม้เป็นสิ่งสำคัญ จุดที่ต้องดูคือ

- ตรวจสอบชนิด รอยแยก ตาไม้ ของไม้วงกบ

- เช็คการติดตั้ง วงกบ ว่าได้แนวดิ่ง ได้มุมฉากหรือไม่

- เช็คระดับยึดติดแน่นกับเสาทับหลังและคานเอ็น

- ตรวจการตีตะปูรอบวงกบ

- ตรวจสอบชนิด รอยแยกไม้ ตาไม้ ของกรอบบานประตูและหน้าต่าง

- ตรวจสอบความหนาและร่องกระจกของบานกรอบ

- การติดบานประตู หน้าต่าง ต้องเลื่อนหรือปิด เปิดได้คล่องไม่ติดขัด

- การไสแต่งขอบประตู หน้าต่างให้เข้ากับวงกบ

- จะต้องเผื่อความหนาของสีที่จะทาไว้ด้วย สำหรับประตูไม้อัด

- ต้องตรวจสอบก่อนติดตั้งว่าบนไหนใช้แบบกันน้ำหรือไม่

งานกระจก

กระจกเป็นงานส่วนประกอบ ให้ทั้งความสวยงามและประโยชน์ใช้สอย มีหลายแหล่งที่

ผลิตกระจกสู่ท้องตลาด จึงควรเช็คในเรื่องของคุณภาพ

- ตรวจคุณภาพ ความหนา

ติดต่อ-สอบถาม

Author: piledriver  //  Category: สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

dsc06196

ภาพการดำเนินงานของทีมงาน ย-ด้า ปั้นจั่น ฝ่ายปั้นจั่นสาน

ภาพการดำเนินงานของทีมงาน ย-ด้า ปั้นจั่น ฝ่ายปั้นจั่นสาน

dsc05028

วางใจในมืออาชีพ ในราคาย่อมเยา   (ผลงานเป็นประกัน)

วางใจในมืออาชีพ ในราคาย่อมเยา (ผลงานเป็นประกัน)

ท่านสามารถขอทราบรายละเอียดหรือสอบถามข้อมูล เกี่ยวกับ การรับตอกเสาเข็ม และ บริการต่าง ๆ ของ ยู-ด้า ปั้นจั่น ได้ที่นี่

โทร.สายตรง 081-8333141 081-9969040

โทร./แฟกซ์ 038-795795 038-795797

การตรวจรับงาน ก่อสร้าง -3

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized

สำหรับ 2 ตอนที่ผ่านมา หวังว่า เจ้าของบ้านหลาย ๆ ท่านคงได้นำไปใช้กันแล้วบ้าง มาตอนนี้ ก็ต่อกันไปเลยสำหรับการตรวจรับงาน ก่อสร้าง ในส่วนอื่น

งานมุงหลังคา

ส่วนสำคัญของงานหลังคา ก็คือ ครอบชนิดต่าง ๆ ตามแบบที่กำหนดเอาไว้ และ การปฎิบัติตามวิธีที่ถูกต้องในการ ติดตั้งส่วนหลังคา ที่กำหนดมาจาก ผู้ผลิต งานหลังคาบางชนิด ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการติดตั้ง การทำทับหลัง จะต้องมีความถูกต้อง ได้ตรงตามแบบ ส่วนลาดส่วนชัน นับเป็นส่วนสำคัญในงานหลังคา บางที น้ำฝน ที่จะต้อง ระบาย อาจท่วมเอ่อ และซึม เข้าไปในตัวบ้าน ตามจุดที่ ติดตั้งไม่ดี นับว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย ในการตามแก้งาน

งานเสา
แกนหลักสำคัญที่จะค้ำยันบ้านเอาไว้ก็คือเสา เสาที่ใช้ จะต้องไม่มีรูพรุนภายใน ดังนั้น การตรวจงานจะต้องทำและหมั่นสังเกต ตั้งแต่ การหล่อเสา และการบ่มคอนกรีตให้ถูกขั้นตอน ตลอดจน จะต้อง ตรวจเรื่อง แนวดิ่ง ของเสา ที่เป็นส่วนสำคัญที่สุดด้วย

งานก่ออิฐ

งานก่ออิฐจะทำได้ โดยทั่วไปแล้ว ใช้ อิฐบล็อค หรือ อิฐมอญ (อิฐแดง) ตามแบบที่กำหนดไว้ ในการรับน้ำหนักของส่วนนั้น ๆ แต่ในสมัยใหม่ อาจจะมีการใช้ อิฐมวลเบา เข้ามาในส่วนนี้ด้วย ทำให้การก่อนั้น ไม่ได้อยู่ที่ แค่อิฐสองชนิดนี้เท่านั้น ในการก่ออิฐ สิ่งสำคัญที่ไม่ควรขาดคือการบ่มอิฐเสียก่อนการก่อ หากเราไม่บ่ม ระหว่างก่อ น้ำของปูนอาจจะถูกอิฐดูดไปจนเสียอัตราส่วน ทำให้การยึดเกาะกันไม่ดีเท่าที่ควร และในส่วนที่มีการ ก่อประสานกับโครงสร้างอื่น จะต้องใช้เหล็กช่วยในการประสานด้วย โดยปกติแล้ว การเริ่มก่ออิฐที่ถูกต้อง ควรเริ่มจากมุมเสาก่อนเสมอ (ใช้เสาเป็นจุดยึด) และเวลาในการ set ตัว ของผนังที่ก่อนั้น ควรทิ้งไว้อย่างน้อย 24 ชม. จากนั้นจึงเริ่มดำเนินการก่อ ในขั้นต่อไป
นั่นก็คือ จับเซี้ยม จับฉากและจับปุ่ม

งานฉาบปูน

ช่างสมัยใหม่ มักนิยมผสมน้ำยาเคมี ช่วยในการประสานกันของปูน ป้องกันการแตกร้าว แต่ นั่นไม่ได้เป็นส่วนสำคัญเท่าไหร่ เมื่อเราได้ปฏิบัติตามหลักดังนี้
ส่วนผสม ที่สำคัญ
1. ปูนชนิดฉาบ
2. ทรายที่ละเอียดได้ขนาด
3. ฟองน้ำที่ใช้ จะต้องมีความหมาดที่เหมาะสม ไม่เป็นการดึงน้ำออกจากเนื้อปูน
ขั้นตอนที่ ถูกต้อง
ในการฉาบ จะต้องตรวจงานจับเซี้ยมก่อนเสมอ ว่าได้ระยะ และระดับ ในทุก ๆ แนว ตลอดจน การฉาบนั้น จะต้องฉาบด้วยความหนา ที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป และสุดท้าย จะต้องรดน้ำผิวหน้าทุก ๆ วัน สองสามวัน เพื่อป้องกันการแตกลายงา หาก เกิดการร้าว หรือการแตกลายงา อาจจะแก้ไข้โดยช่างสี ในการทาสีภายหลัง ไม่ใช่เรื่องสำคัญนัก

การตรวจรับงาน ตอนที่ 2

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized

จุดต่าง ๆ ในการตรวจรับงาน (ต่อ)

งานเหล็ก
เมือเปรียบบ้านเป็นร่างกาย เหล็กก็เสมือนกระดูกที่เป็นหลักในร่างกาย ให้คงอยู่ได้ หากกระดูกผุ หรือ กร่อน ในเนื้อใน ก็ทำให้ร่างกายทรุด เหมือน บ้าน ที่รอวันพังจากภายในโครงสร้าง โดยงานเหล็กจะมีจุดที่ควรตรวจสอบคือ

- เหล็กเส้นหลัก ตรวจดูความใหม่ และ มาตรฐาน มอก. ส่วนใหญ่ มักเป็นเหล็กข้ออ้อย
- ไม่ควรใช้เหล็กที่เป็นสนิม หากต้องการคุณภาพที่ดี
- ใช้เหล็กที่ได้มาตรฐานตามน้ำหนัก ตาม มอก.
เป็นการตรวจสอบแบบง่าย ๆ ที่เจ้าของบ้านสามารถดูด้วยตาเปล่าได้

งานคอนกรีต

ส่วนประกอบ ทราย หิน ปูนซีเมนต์ และน้ำที่รวมกันเป็นคอนกรีต ซึ่งใช้เป็นส่วนหลักของตัวบ้าน ถ้าไม่แข็งแรง ทำให้บ้านอาจพังได้ เหมือนมนุษยที่มีกล้ามเนื้ออ่อนแอ เป็นคนผอมแห้งแรงน้อย สารอาหาร ที่ควรจะเสริม ก็เปรียบได้กับ ส่วนประสมที่ควรจะต้องตรวจเช็ค คือ
1. ทราย - ตามหลักแล้ว ทรายที่ใช้ผสมเป็นคอนกรีตนั้นจะใช้ ทราบหยาบขนาด 3 มม. สะอาดและไม่มีวัสดุอื่นเจือปน ดังนั้น หากใช้ช่างที่มีความเป็นมาตรฐาน จะต้องมีตะแกรงร่อนทราย ก่อนนำไปใช้ด้วย
2. ปูนซีเมนต์ โดยปกติ ในงานก่อนสร้าง อาจแบ่งได้ หลัก ๆ 2 ประเภท แต่ สมัยนี้ อาจจะมีปูนซีเมนต์ที่ผสมสารต่าง ๆ เพื่อใช้ในการก่อสร้างเฉพาะด้าน แต่ โดยหลักแล้ว จะต้องมี
2.1 ปูนก่อ ที่ช่างชอบเรียก เป็นปูนที่ใช้ในการก่อโครงสร้างที่ต้องการกำลังอัดสูง
2.2 ปูนฉาบ ปูนชนิดนี้ใช้ในงานฉาบเป็นหลัก และอาจใช้ในงานก่ออิฐทีไม่ต้องการกำลังอัดสูงได้
ในแต่ละยี่ห้อ แต่ละบริษัทปูนซิเมนต์ จะต้องมี ผลิตภัณฑ์สองชนิดหลักนี้เป็นสำคัญ ซึ่งก็จะใช้ตรายี่ห้อ ต่างกันไป อาจจะถามช่างได้ ว่า ปูนตรานี้ ยี่ห้อนี้ เป็นปูนชนิดใด
3. หิน โดยทั่วไปแล้ว หิน จะมีหลายขนาด ขึ้นอยู่กับ ความต้องการของโครงสร้างนั้น ๆ จะเป็นตัวกำหนดขนาดหิน ในส่วนผสม อาจจะเป็น หิน2 หิน3
4. น้ำ เป็นน้ำสะอาด และไม่ใช่น้ำกร่อย

งานไม้
1. ในงานก่อนสร้างโดยทั่วไป จะต้องมี ไม้แบบ เพื่อใช้ในการหล่อแบบ ส่วนต่าง ๆ ซึ่ง หากคด ไม่ตรง ไม่ได้เหลี่ยมมุม แบบที่แกะออกมาจะไม่สวย รูปทรงไม่สวยงาม และ ไม่ควรใช้ไม้แบบเก่า เพราะเมื่อแกะแบบแล้วแบบจะแตก ซึ่งช่างส่วนใหญ่ จะใช้ไม้แบบเดิม ทั้งนั้น ในจุดนี้ หากใช้ของใหม่ได้ ก็จะดีมาก
2. ไม้แบบต้องห่างจากเหล็กข้างละประมาณ 2 ซม.
3. ไม้โครงสร้างต่าง ๆ เห็นได้ จับต้องได้ ไม่ได้อยู่ภายในนั้น เช่น ไม้เชิงชาย หรือ ระแนงฝ้าชายคา ควรจะไสและเก็บผิวเสี้ยนไม้ให้เรียบร้อย
4. ในข้อตกลงมีการกำหนดเนื้อไม้หรือไม่ ว่าใช้ไม้ชนิดใด ควรตรวจว่าใช้เนื้อไม้ตามนั้นหรือไม่

งานหลังคา
ส่วนหลักของบ้านที่ต้องเผชิญทั้ง ความร้อนจากแสงอาทิตย์ ลมที่รุนแรงในฤดูหนาว หรือ พายุฝนหรือลูกเห็บในบางกรณี หากก่อสร้างไม่ถูกวิธีอาจจะต้องรื้อมาทำใหม่ ให้วุ่นวาย ในภายหลัง จุดที่ควรพิจารณาคือ โครงหลังคา และ มุมหลังคา
1. โครงหลังคาเหล็ก ต้องดู ขนาด ความหนา ของเหล็กให้ตรงตามแบบ เพื่อรองรับ กระเบื้อง หรือ ส่วนหลังคา ที่จะต้องติดอยู่บนโครงให้ได้ โดยเรียบร้อย ไม่ใช่ หลังคายุบ เพราะใช้เหล็กไม่ได้มาตรฐานที่กำหนดไว้ ในแบบ ถ้ามีรอยเชื่อมใด ๆ ควรเช็ครอยเชื่อมในโครงหลังคาเหล็ก จะต้องมั่นคงแข็งแรง และ เคาะให้สะอาด
2. การทาสีกันสนิม หรือ น้ำยากันปลวก ในโครงหลังคาไม้ เพื่อความคงทนแข็งแรง และตัดปัญหาเรื่องปลวกกิน
3. ระยะแป ต้องตรงตามแบบ และต้องเท่ากัน ในทุก ๆ ระยะ - ตรวจสอบคุณภาพและการวางตำแหน่งของดั้ง ตะเข้สัน ตะเข้รางให้ถูกต้อง
4. โดยปกติแล้วโครงหลังคา จะไม่มีการต่อ หากมีต้องดูจุดต่อ แต่ไม่สมควรมีจะดีที่สุด

เอกสารที่ใช้เพื่อขอรับใบรับรองการตรวจสอบอาคาร

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

dsc06165

เอกสารต่างๆ ที่ใช้สำหรับ ยื่นขอรับใบรับรองการตรวจสอบอาคารของผู้ประกอบการตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2548

1. กรอกรายละเอียดในใบคำขอใบรับรองการตรวจสอบอาคารจำนวน 3 ชุด

2. เอกสาร หลักฐาน ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของอาคาร หรือผู้ครอบครองอาคาร

- สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน วัตถุประสงค์ และผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนนิติบุคคลผู้ขอ ที่ออกไม่เกิน 6 เดือน (กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขอ)
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันแทนนิติบุคคล (จำนวน 1 ชุด)
* ลงลายมือชื่อในเอกสารคำขอ และรับรองสำเนาเอกสารทุกแผ่นที่ยื่นคำขอ *

3. เตรียมเอกสาร หลักฐาน ที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคาร
- สำเนาใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร หรือเคลื่อนย้ายอาคาร ตามที่ได้รับอนุญาตแล้วแต่กรณี (จำนวน 1 ชุด)

4. เตรียมเอกสาร หลักฐาน ที่เกี่ยวข้องกับผู้ตรวจสอบอาคาร

- สำเนาใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมหรือสถาปัตยกรรม ของผู้ตรวจสอบสภาพอาคาร
(จำนวน 2 ชุด)
- สำเนาการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบสภาพอาคาร (จำนวน 2 ชุด)
- กรณีเป็นนิติบุคคล สำเนาหนังสือจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล สำเนาใบประกอบวิชาชีพนิติบุคคล และสำเนาการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบสภาพอาคารนิติบุคคล (จำนวน 2 ชุด
- รายงานการตรวจสอบสภาพอาคารจากผู้ตรวจสอบสภาพอาคาร (จำนวน 2 ชุด)

5. เตรียมเอกสาร กรณีเป็นผู้ดำเนินการแทน

- หนังสือมอบอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ 30 บาท (จำนวน 1 ชุด)
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ (ชาวต่างประเทศใช้สำเนาหนังสือเดินทาง)

การก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้ายและใช้ หรือเปลี่ยนแปลงการใช้อาคาร

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

……………
การก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย และใช้หรือ เปลี่ยนการใช้อาคารนั้น
เราควรศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 )เพื่อความสะดวก ถูกต้อง และยังเป็นประโยชน์แก่ตัวเราเอง

หมวดที่ ๓
การก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย และใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร

*มาตรา ๒๑ ผู้ใดจะก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นและดำเนินการตามมาตรา ๓๙ ทวิ

*มาตรา ๒๒ ผู้ใดจะรื้อถอนอาคารดังต่อไปนี้ ต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นและดำเนินการตามมาตรา ๓๙ ทวิ

(๑) อาคารที่มีส่วนสูงเกินสิบห้าเมตรซึ่งอยู่ห่างจากอาคารอื่นหรือที่สาธารณะน้อยกว่าความสูงของอาคาร

(๒) อาคารที่อยู่ห่างจากอาคารอื่นหรือที่สาธารณะน้อยกว่าสองเมตร

(*มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ ความเดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ( ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้ความใหม่แทนดังที่พิมพ์ไว้นี้ )

มาตรา ๒๓ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ( ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ. ๒๕๓๕

มาตรา ๒๔ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ( ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ. ๒๕๓๕

*มาตรา ๒๕ ในกรณีที่เป็นการยื่นคำขอรับใบอนุญาต ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น ตรวจพิจารณาและออกใบอนุญาตหรือมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่อนุญาต พร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ

ในกรณีมีเหตุจำเป็นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่อาจออกใบอนุญาตหรือยังไม่อาจมีคำสั่งไม่อนุญาตได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินสองคราวคราวละไม่เกินสี่สิบห้าวัน แต่ต้องมีหนังสือแจ้งการขยายเวลาและเหตุจำเป็นแต่ละคราวให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบก่อนสิ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งหรือตามที่ได้ขยายเวลาไว้นั้น แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบอนุญาตหรือคำสั่งไม่อนุญาต ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบโดยไม่ชักช้า

*มาตรา ๒๖ ในกรณีที่การก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารที่ขออนุญาตนั้น มีลักษณะหรืออยู่ในประเภทที่ได้กำหนดเป็นวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม หรือเป็นวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพสถาปัตยกรรม ถ้าวิศวกรหรือสถาปนิกผู้รับผิดชอบในการนั้นตามที่ระบุไว้ในคำขอมิได้เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายดังกล่าว แล้วแต่กรณี ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นปฏิเสธไม่รับพิจารณาคำขอนั้น

*มาตรา ๒๗ ในการตรวจพิจารณาคำขอรับใบอนุญาต ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น มีอำนาจสั่งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน หรือรายการคำนวณที่ได้ยื่นไว้ เพื่อให้ถูกต้องและเป็นไปตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๘ หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๐ และให้นำมาตรา ๒๕ วรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม

เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน หรือรายการคำนวณตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้ว ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจพิจารณาและออกใบอนุญาตให้ภายในสามสิบวัน แต่ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญผิดจากคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ในกรณีนี้ให้ถือว่าเป็นการยื่นคำขอใหม่และให้ดำเนินการตามมาตรา ๒๕ ต่อไป

*มาตรา ๒๘ ในกรณีที่ผู้คำนวณแบบแปลน รายการประกอบแบบแปลนและรายการคำนวณที่ได้ยื่นมาพร้อมกับคำขอรับใบอนุญาต เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจพิจารณาแต่เฉพาะในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับรายละเอียด ตามหลักวิศวกรรมศาสตร์ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

*มาตรา๒๙ เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้วให้ผู้ได้รับใบอนุญาตมีหนังสือแจ้งชื่อผู้ควบคุมงานกับวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดการดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบพร้อมทั้งแนบหนังสือแสดงความยินยอมของผู้ควบคุมงานมาด้วย

ผู้ควบคุมงานจะเป็นบุคคลใดหรือเป็นเจ้าของอาคารก็ได้ เว้นแต่จะเป็นการต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม หรือกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพสถาปัตยกรรม

*มาตรา ๓๐ ถ้าผู้ได้รับใบอนุญาตจะบอกเลิกตัวผู้ควบคุมงานที่ได้แจ้งชื่อไว้ หรือผู้ควบคุมงานจะบอกเลิกการเป็นผู้ควบคุมงาน ให้มีหนังสือแจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบแต่ทั้งนี้ไม่เป็นการกระทบถึงสิทธิและหน้าที่ทางแพ่งระหว่างผู้ได้รับใบอนุญาตกับผู้ควบคุมงานนั้น

ในกรณีที่มีการบอกเลิกตามวรรคหนึ่ง ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องระงับการดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตไว้ก่อนจนกว่าจะได้มีหนังสือแจ้งชื่อและส่งหนังสือแสดงความยินยอมของผู้ควบคุมงานคนใหม่ให้แก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้ว

*มาตรา ๓๑ ห้ามมิให้ผู้ใดจัดให้มีหรือดำเนินการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณ แบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตตลอดจนวิธีการหรือเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดไว้ในใบอนุญาต หรือให้ผิดไปจากที่ได้แจ้งไว้ตามมาตรา ๓๙ ทวิ เว้นแต่

(๑) เจ้าของอาคารนั้นได้ยื่นคำขออนุญาตและได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้

(๒) เจ้าของอาคารนั้นได้แจ้งการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบแล้ว หรือ

(๓) การดำเนินการดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องหรือเป็นกรณีตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ให้นำมาตรา ๒๕ หรือมาตรา ๓๙ ทวิ มาใช้บังคับแก่การดำเนินการตาม (๑) หรือ (๒) แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม

ในกรณีที่มีการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร เป็นการฝ่าฝืนความในวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการกระทำของผู้ควบคุมงาน เว้นแต่ผู้ควบคุมงานจะพิสูจน์ได้ว่า เป็นการกระทำของผู้อื่นซึ่งผู้ควบคุมงานได้มีหนังสือแจ้งข้อทักท้วงการกระทำดังกล่าวให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร และผู้ดำเนินการทราบแล้ว แต่บุคคลดังกล่าวไม่ยอมปฏิบัติตาม

*มาตรา ๓๒ อาคารประเภทควบคุมการใช้ คือ อาคารดังต่อไปนี้

(๑) อาคารสำหรับใช้เป็นคลังสินค้า โรงมหรสพ โรงแรม อาคารชุด หรือ สถานพยาบาล

(๒) อาคารสำหรับใช้เพื่อกิจการพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม การศึกษา การสาธารณสุข หรือกิจการอื่น ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

เมื่อผู้ได้รับใบอนุญาตให้ก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารประเภทควบคุมการใช้ หรือผู้แจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ ได้กระทำการดังกล่าวเสร็จแล้ว ให้แจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด เพื่อทำการตรวจสอบการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารนั้นให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

ห้ามมิให้บุคคลใดใช้อาคารนั้นเพื่อกิจการดังที่ระบุไว้ในใบอนุญาต หรือที่ได้แจ้งไว้ตามมาตรา ๓๙ ทวิ ภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง

ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ทำการตรวจสอบแล้วเห็นว่าการก่อสร้าง ดัดแปลงหรือเคลื่อนย้ายอาคารนั้นเป็นไปโดยถูกต้องตามที่ได้รับใบอนุญาต หรือที่ได้แจ้งไว้ตามมาตรา ๓๙ ทวิ แล้ว ก็ให้ออกใบรับรองให้แก่ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือผู้แจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ เพื่อให้มีการใช้อาคารนั้นตามที่ได้รับใบอนุญาตหรือที่ได้แจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ ได้ แต่ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นมิได้ทำการตรวจสอบภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารนั้นใช้หรือยินยอมให้บุคคลใด ใช้อาคารนั้น เพื่อกิจการดังที่ระบุไว้ในใบอนุญาตหรือที่ได้แจ้งไว้ตามมาตรา ๓๙ ทวิ ต่อไปได้

ห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารประเภทควบคุมการใช้ ใช้หรือยินยอมให้บุคคลใดใช้อาคารนั้น เพื่อกิจการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาตหรือที่ได้แจ้งไว้ตามมาตรา ๓๙ ทวิ

*มาตรา ๓๓ ห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร ซึ่งไม่เป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้ ใช้หรือยินยอมให้บุคคลใดใช้อาคารดังกล่าวเพื่อกิจการตามมาตรา ๓๒ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือได้แจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบแล้ว และให้นำมาตรา ๒๕ และมาตรา ๒๗ หรือมาตรา ๓๙ ทวิ แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่การเปลี่ยนการใช้อาคารประเภทควบคุมการใช้สำหรับกิจการหนึ่งไปใช้เป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้สำหรับอีกกิจการหนึ่งโดยอนุโลม

*มาตรา ๓๔ ห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารที่ต้องมีพื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๘ (๙)ดัดแปลง หรือใช้หรือยินยอมให้บุคคลอื่นดัดแปลงหรือใช้ที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถนั้นเพื่อการอื่น ทั้งนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

ข้อห้ามตามวรรคหนึ่งให้ถือว่าเป็นภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์นั้นโดยตรงตราบที่อาคารนั้นยังมีอยู่ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีการโอนที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถนั้นต่อไปยังบุคคลอื่นหรือไม่ก็ตาม

*มาตรา ๓๕ ใบอนุญาตที่ออกตามมาตรา ๒๑ หรือมาตรา ๒๒ ให้ใช้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต ถ้าผู้ได้รับใบอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ และเมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้ว ให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น

*มาตรา ๓๖ ใบอนุญาตที่ออกตามมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๓๓ จะโอนแก่กันมิได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

*มาตรา ๓๗ ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๓๓ ตาย ทายาทหรือผู้จัดการมรดกของบุคคลดังกล่าวซึ่งประสงค์จะทำการก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน เคลื่อนย้าย ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารนั้นต่อไป ต้องมีหนังสือแจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตตาย ในกรณีเช่นว่านี้ให้ถือว่าทายาทหรือผู้จัดการมรดกดังกล่าวเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตแทน

( *มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗ ความเดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ( ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้ความใหม่แทนดังที่พิมพ์ไว้นี้ )

มาตรา ๓๘ ในระหว่างการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารแล้วแต่กรณี ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องเก็บใบอนุญาต แผนผังบริเวณ แบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลนไว้ในบริเวณที่ได้รับอนุญาตให้กระทำการดังกล่าวหนึ่งชุด และพร้อมที่จะให้นายช่างหรือนายตรวจตรวจดูได้

ให้ผู้ครอบครองอาคารประเภทควบคุมการใช้ แสดงใบรับรองตามมาตรา ๓๒ หรือใบอนุญาตตามมาตรา ๓๓ ไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ อาคารนั้น

มาตรา ๓๙ ในกรณีที่ใบอนุญาตหรือใบรับรองสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับรองยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบรับรองต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุด

การขอรับใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบรับรอง และการออกใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบรับรอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

ใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบรับรอง ให้มีผลตามกฎหมายเช่นเดียวกับใบอนุญาต หรือใบรับรอง แล้วแต่กรณี

*มาตรา ๓๙ ทวิ ผู้ใดจะก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารโดยไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นก็ได้โดยการแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นและต้องดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) แจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลและยื่นเอกสารดังต่อไปนี้ด้วย

(ก) ชื่อของผู้รับผิดชอบงานออกแบบอาคารซึ่งจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมประเภทวุฒิสถาปนิกตามกฎหมายว่าด้วย
วิชาชีพสถาปัตยกรรม และจะต้องไม่เป็นผู้ได้รับการแจ้งเวียนชื่อตามมาตรา ๔๙ ทวิ

(ข) ชื่อของผู้รับผิดชอบงานออกแบบและคำนวณอาคารซึ่งจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมประเภทวุฒิวิศวกรตามกฎหมาย
ว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม และจะต้องไม่เป็นผู้ได้รับการแจ้งเวียนชื่อตามมาตรา ๔๙ ทวิ

(ค) ชื่อของผู้ควบคุมงานซึ่งจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพสถาปัตยกรรมและเป็นผู้ได้รับ
ใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม และจะต้องไม่เป็นผู้ได้รับการแจ้งเวียนชื่อ ตามมาตรา ๔๙ ทวิ

(ง) สำเนาใบอนุญาตของบุคคลตาม (ก) (ข) และ (ค)

(จ) หนังสือรับรองของบุคคลตาม (ก) (ข) และ (ค) ว่าตนเป็นผู้ออกแบบอาคาร เป็นผู้ออกแบบและคำนวณอาคาร หรือจะเป็นผู้ควบคุมงาน แล้วแต่กรณีพร้อมทั้ง
รับรองว่าการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารนั้นถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงและข้อบัญญัติ ท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องทุกประการ

(ฉ) แผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน และรายการคำนวณของอาคารที่จะก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายซึ่งมีคำรับรองของบุคคล
ตาม (ก) และ (ข) ว่าตนเป็นผู้ออกแบบอาคารและเป็นผู้ออกแบบและคำนวณอาคารนั้น

(ช) วันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดการดำเนินการดังกล่าว

(๒) ชำระค่าธรรมเนียมการตรวจแบบแปลนก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารในกรณีที่เป็นการแจ้งการก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร

ถ้าผู้แจ้งได้ดำเนินการตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่งครบถ้วนแล้วให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้งตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดเพื่อเป็นหลักฐานการแจ้งให้แก่ผู้นั้นภายในวันที่ได้รับแจ้ง และให้ผู้แจ้งเริ่มต้นดำเนินการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารตามที่ได้แจ้งไว้ได้ตั้งแต่วันที่ได้รับใบแจ้ง ให้นำมาตรา ๓๘ และมาตรา ๓๙ มาใช้บังคับแก่ใบรับแจ้งตามมาตรานี้โดยอนุโลม

*มาตรา ๓๙ ตรี ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจพบในภายหลังว่าผู้แจ้งได้แจ้งข้อมูลหรือยื่นเอกสารไว้ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๓๙ ทวิ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้แจ้งมาดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องหรือครบถ้วนภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งดังกล่าว

ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้ออกใบรับแจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ หรือนับแต่วันที่เริ่มการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารตามที่ได้แจ้งไว้ แล้วแต่กรณี ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ตรวจพบว่าการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารที่ได้แจ้งไว้ แผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน หรือรายการคำนวณของอาคารที่ได้ยื่นไว้ตามมาตรา ๓๙ ทวิ ไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีหนังสือแจ้งข้อทักท้วงให้ผู้แจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ ทราบโดยเร็ว และให้มีอำนาจดำเนินการตามมาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ หรือมาตรา ๔๓ แล้วแต่กรณี

ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นมิได้มีหนังสือแจ้งข้อทักท้วงให้ผู้แจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ ทราบภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้ถือว่าการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารดังกล่าว ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้ว เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) การกระทำดังกล่าวเป็นการรุกล้ำที่สาธารณะ

(๒) การกระทำดังกล่าวที่เกี่ยวกับระยะหรือระดับระหว่างอาคารกับถนน ตรอก ซอย ทางเท้า หรือที่สาธารณะ เป็นการฝ่าฝืนกฎกระทรวง ประกาศหรือข้อบัญญัติท้องถิ่น ที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือ

(๓) การกระทำดังกล่าวที่เกี่ยวกับบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้ายและใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารชนิดใด หรือประเภทใด เป็นการฝ่าฝืน กฎกระทรวง ประกาศ หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

(*มาตรา ๓๙ ทวิ และมาตรา ๓๙ ตรี บัญญัติเพิ่มเติมโดยมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ( ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ. ๒๕๓๕ )