02
May
Author: piledriver // Category:
ความรู้ทั่วไป

ภาพจาก: การดำเนินงานของทีมงานยู-ด้า ปั้นจั่น
ปรับพื้นที่ดิน(ขุดดิน-ถมดิน ภายในบริเวณที่ก่อสร้าง)
การปรับหน้าดินให้มีความสูงเสมอพร้อมก่อนลงมือปลูกสร้างอาคารบ้านเรือน เราอาจมีการปรับพื้นที่ดินภายใน
บริวณที่มีการก่อสร้างให้มีการขุดและถมดินควบคู่กันไป เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีก
อาทิ ดินที่จะได้จากการขุดบนเนิน ,ดินที่ได้จากการขุดเพื่อสร้างชั้นใต้ดิน ,สร้างสระว่ายน้ำ หรือขุดดินเพื่อสร้างบ่อเก็บน้ำใต้ดิน ซึ่งดินที่ได้เราก็นำมาถมในพื้นที่ที่จะก่อสร้างตัวอาคารได้
- การถมดิน ในการสร้างบ้าน ก็เพื่อปรับความสูงของดินในพื้นที่ก่อสร้างให้สูงขึ้น ซึ่งควรจะสูงกว่าระดับถนนตั้งแต่ห้าสิบเซนติเมตรขึ้นไป โดยอาจพิจารณาถึง ความสูงของระดับถนน ,ระดับการท่วมถึงของน้ำ รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ เพื่อความสวยงามด้านทัศนยีภาพ และเหมาะสมกับสถานที่ที่ทำการก่อสร้าง
- การขุดดิน กรณีขุดต่ำกว่า สองเมตรครึ่งขึ้นไป เราอาจใช้วิธีตอกเข็มไม้ยาวตลอดแนวการขุดเป็นพืดเพื่อกันดินถล่ม หรือขุดดินปรับเป็นแนวเอียง ถ้าเนื้อดินมีความเหนียวพอ ก็ไม่ต้องใช้เข็มไม้ตอก กรณีมีการขุดดินในระดับลึกห้าเมตรขึ้นไป จะต้องใช้แผ่นเหล็กตอกเป็นแนวกันดินถล่ม
02
May
Author: piledriver // Category:
ความรู้ทั่วไป

ภาพจาก : การดำเนินงานของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น (ฝ่ายปั้นจั่นรถ)
ข้อควรพิจารณาตรวจสอบก่อนการเลือกซื้อที่ดิน มีหลายปัจจัยที่ควรคำนึงถึงก่อนตัดสินใจซื้อ
ปัจจัยสำคัญที่ควรตรวจสอบก็คือ จากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ
- กรมที่ดินหรือที่ทำการเขตที่เราทำการก่อสร้าง เพื่อตรวจสอบโฉนดที่ดินกับที่ดินว่า มีรูปร่าง ขนาดและเนื้อที่ว่าตรงกันหรือไม่ ซึ่งหากที่ดินจริงไม่ตรงกันกับโฉนด ก็จะสร้างปัญหาภายหลังให้กับเจ้าของที่ดินได้ ดังนั้น การขอทำรังวัดใหม่ก่อนจะซื้อขายที่ดินกัน ตรวจสอบว่าที่ดินมีส่วนเชื่อมต่อกับถนนสาธาณะ ซึ่งหากไม่มีก็นับว่าเป็นที่ดินที่สร้างความยุ่งยากได้มากที่เดียว เพราะการได้มาซึ่งทางเข้าออกสู่ที่ดินอาจจะต้องมีภาระค่าใช้จ่าย ให้กับเจ้าของที่ดินแปลงที่จะขอใช้เป็นทางเข้าออกสู่ที่ดิน ในกรณ๊ที่ตกลงกันได้ จะถือเป็น”ภาระจำยอม”โดยทั้งสองฝ่ายต้องทำข้อตกลงกันที่ที่ดินหรื่อที่ทำการเขตนั้น แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้นั้น ก็ต้องพึ่งอำนาจศาล ตัดสินเป็น “ทางจำเป็น” เข้าสู่ที่ดินของเรา ซึ่งอาจจะเสียค่าใช้จ่ายให้แก่เจ้าของที่ดินแปลงที่จะขอใช้เป็นทางเข้าออกตามคำสั่งศาล
- กรุงเทพมหานครหรือกรมโยธาธิการ เพื่อสอบถามเขตห้ามก่อสร้าง เขตพักอาศัย การตัดถนน ตรวจสอบว่าที่ดินนั้นสามารถใช้ก่อสร้างอาคารประเภทใดได้บ้าง และมีข้อจำกัดในการก่อสร้างแค่ไหน โดยการตรวจสอบจากผังเมืองรวมในพื้นที่ (ปัจจุบันผังเมืองได้กำหนดการใช้ที่ดินออกเป็นสีๆ แต่ละสีกำหนดให้สามารถสร้างหรือห้ามสร้างอาคารแต่ละประเภทไว้ต่างกัน)
- การทางพิเศษ เพื่อสอบถามแนวห้ามก่อสร้างจากแนวของทางด่วน
- กรมทางหลวง เพื่อสอบถามแนวห้ามก่อสร้างจากแนวถนนหลวงหรือเรื่องการตัดถนน
- การไฟฟ้าฝ่ายผลิตหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อสอบถามแนวสายไฟฟ้าแรงสูงขนานใหญ่ผ่าน
- กรมการบินพาณิชย์ เพื่อสอบถามสิ่งก่อสร้างไปบังคลื่นวิทยุ ในส่วนอาคารสูงที่เกิน 15 เมตรขึ้นไป
นอกจากจะตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ จากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องแล้ว สิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมคือ การตรวจสอบประวัติที่ดิน เช่น
- ที่ดินเดิมเคยเป็นคู คลอง สระน้ำหรือเคยถูกขุดหน้าดินไปหรือไม่ เพราะที่ดิน ที่ถมดินลงไปใหม่นั้นจะต้องใช้เวลานานกว่าเนื้อดินจะแน่นและไม่ทรุดตัว
- ก่อนก่อสร้างหรือปลูกบ้าน ควรดูว่าภายในบริเวณดินว่ามีตอ หรือ รากแก้วต้นไม้ขนาดใหญ่หรือไม่ เพราะสิ่งที่ตามมาก็คือแมลง อาทิปลวก ที่มาอาศัยและอาจจะสร้างปัญหากับตัวบ้านและอาคารที่ก่อสร้างในภายหลัง
- สภาพแวดล้อม ในบริเวณรอบ ๆ มีลักษณะอย่างไร เพราะสภาพแวดล้อมของอาคาร หรือบ้านพักอาศัย กับอาคารที่ทำธุรกิจ หรือทำการค้านั้น มีความต้องการสภาพแวดล้อมโดยรอบที่แตกต่างกันออกไป
- หากเลือกที่ดินแถบใกล้ชายทะเล ควรคำนึงถึงความชุ่มน้ำของเนื้อดิน อันจะมีผลต่อการเลื่อนไหลของเนื้อดินข้างใต้ หรือการทรุดของดิน ซึ่งในการปลูกสร้างนั้นจะทำให้ต้องใช้เสาเข็มที่ตอกเป็นฐานราก ที่มีจำนวนมากขึ้น และอาจจะใช้เสาเข็มที่มีขนาดใหญ่ และมีความยาวที่ยาวกว่าปลูกสร้างทั่วไป
- ถ้าไม่จำเป็นอย่าเลือกพื้นที่ดินที่เป็นชายธง หรือที่ดินที่มีรูปร่างแปลกไม่ได้สัดส่วน ควรเลือกที่ดิน ที่มีขนาด
ความกว้างความยาวของที่ดินเหมาะสมต่อการปลูกสร้าง
- ตรวจสอบความต้องการของตนเป็นหลัก ว่ามีความต้องการอะไร มีความจำเป็นหรือไม่ หรือมีการวางแผนจะโครงการจะทำอะไร ได้มาแล้วเหมาะสม ให้ประโยชน์ และให้คุ้มค่ากับเรามากน้อยเพียงไร