การรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยของเสาเข็ม

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized, ความรู้ทั่วไป

โปรแกรมคำนวณการรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยของเสาเข็ม
Hiley ‘ s Formula วิศวกร : เอกพล ฉิ้มพงษ์ สย.6751
Pile Type : I 0.18×0.18×18.00 โครงการ :
สูตร : Qu = [(WHZ)/(S+C/2)] x [(W+Pr^2)/(W+P) Factor of safety(F.S.) = 3
นน.ลูกตู้ม (W) = 4 Ton, นน.เสาเข็ม( P ) = 1.1 Ton, Equipment Loss Factor (Z) = 0.8
Temporary(C) = 1.1 , Coff. of resitution( r ) = 0.25
(S) ระยะยก ระยะยก ระยะยก ระยะยก
ระยะทรุดตัว 30 40 60 80
ซม. / ครั้ง Qu Qa Qu Qa Qu Qa Qu Qa
5.00 โปรแกรมคำนวณการรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยของเสาเข็ม
Hiley ' s Formula วิศวกร : เอกพล ฉิ้มพงษ์ สย.6751
Pile Type : I 0.18x0.18x18.00 โครงการ :
สูตร : Qu = [(WHZ)/(S+C/2)] x [(W+Pr^2)/(W+P) Factor of safety(F.S.) = 3
นน.ลูกตู้ม (W) = 4 Ton, นน.เสาเข็ม( P ) = 1.1 Ton, Equipment Loss Factor (Z) = 0.8
Temporary(C) = 1.1 , Coff. of resitution( r ) = 0.25
(S) ระยะยก ระยะยก ระยะยก ระยะยก
ระยะทรุดตัว 30 40 60 80

ซม/ครั้ง Qu . Qa . QU . Qa . Qu . Qa . Qu . Qa
5.00 13.80 4.60 18.40 6.13 27.60 9.20 36.80 12.27

4.00 16.83 5.61 22.44 7.48 33.67 11.22 44.89 14.96

3.00 21.57 7.19 28.77 9.59 43.15 14.38 57.53 19.18

2.50 25.11 8.37 33.48 11.16 50.22 16.74 66.96 22.32

2.00 30.03 10.01 40.05 13.35 60.07 20.02 80.09 26.70

1.80 32.59 10.86 43.45 14.48 65.18 21.73 86.91 28.97

1.60 35.62 11.87 47.50 15.83 71.24 23.75 94.99 31.66

1.40 39.28 13.09 52.37 17.46 78.55 26.18 104.74 34.91

1.20 43.76 14.59 58.35 19.45 87.53 29.18 116.71 38.90

1.00 49.41 16.47 65.88 21.96 98.82 32.94 131.76 43.92

0.90 52.82 17.61 70.43 23.48 105.64 35.21 140.85 46.95

0.80 56.73 18.91 75.64 25.21 113.46 37.82 151.29 50.43

0.70 61.27 20.42 81.69 27.23 122.54 40.85 163.39 54.46

0.60 66.60 22.20 88.80 29.60 133.20 44.40 177.60 59.20

0.50 72.94 24.31 97.25 32.42 145.88 48.63 194.51 64.84

0.40 80.62 26.87 107.49 35.83 161.24 53.75 214.98 71.66

0.30 90.10 30.03 120.14 40.05 180.21 60.07 240.28 80.09

0.20 102.12 34.04 136.16 45.39 204.24 68.08 272.31 90.77

0.10 117.83 39.28 157.10 52.37 235.66 78.55 314.21 104.74

0.05 127.65 42.55 170.20 56.73 255.29 85.10 340.39 113.46

ตัวอย่างการอ่านค่าจากตาราง Qu = กำลังรับ นน. บรรทุกประลัยของเสาเข็ม ( ตัน )
เมื่อใช้ลูกตู้มหนัก 4 ตัน Qa = กำลังรับ นน. บรรทุกปลอดภัยของเสาเข็ม ( ตัน )
ระยะยกลูกตู้ม 30 ซม. , ระยะทรุดตัวของเสาเข็ม 1 ครั้ง เฉลี่ยจากการตอก 10 ครั้งสุดท้าย (ซม.) = 0.80
เสาเข็มจะรับน้ำหนักบรรทุกประลัย = 56.73 ตัน , Factor of safety ( F.S.) = 3
เสาเข็มจะรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัย = 18.91 ตัน

กฎหมายควบคุมอาคาร(สร้าง)ใหม่

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

การก่อสร้างอาคาร บ้านพักอาศัย เป็นการสร้างเพื่อแสดงถึงอาณาเขตที่เป็นสัดส่วนของบุคคล เป็นเอกสิทธิ์ที่พึงมีพึงได้ และจะต้องไม่ล่วงล้ำกรรมสิทธิ์ของผู้อื่นเช่น ที่ดินส่วนบุคคล (พื้นที่ข้างเคียง) หรือไปซ้อนทับกับที่สาธารณะของแผ่นดิน กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการก่อสร้างอาคาร บ้านพักอาศัยใหม่ ที่เราทุกคนควรศึกษาไว้ อาทิ

- อาคาร บ้านพักอาศัยสูงไม่เกิน ๘ เมตร และสร้างบนที่ดินติดถนนกว้างไม่ถึง ๖ เมตร จะต้องถอยตัวอาคารบ้านพัก ห่างจากกึ่งกลางถนน ไม่น้อยกว่า ๓ เมตร

- อาคาร บ้านพักอาศัยสูงเกินกว่า ๘ เมตร และสร้างบนที่ดินติดถนนกว้างไม่ถึง ๑๐ เมตรจะต้องถอยตัวอาคารห่างจากกึ่งกลางถนน ไม่น้อยกว่า ๖ เมตร

- อาคาร บ้านพักอาศัยสูงเกินกว่า ๘ เมตร และสร้างบนที่ดินติดถนนกว้างขนาด ๑๐-๒๐ เมตร จะต้องสร้างอาคารถอยห่างจากที่ดิน จากเขตที่ดินเป็นระยะ ๑ ใน ๑๐ เท่าของความกว้างถนน

- อาคาร บ้านพักอาศัยที่สูงเกินกว่า ๘ เมตร และสร้างบนที่ดินติดถนนกว้าง ๒๐ เมตรขึ้นไป จะต้องสร้างอาคารถอยห่างจากเขตที่ดิน เป็นระยะอย่างน้อย ๒ เมตร

- อาคาร บ้านพักอาศัยที่่สร้างใกล้แม่น้ำ คู คลอง ลำราง ที่แคบกว่า ๑๐ เมตร จะต้องถอยตัวอาคารห่างจากขอบที่ดินอย่างน้อย ๓ เมตร

- ถ้าแหล่งน้ำนั้นกว้างกว่า ๑๐ เมตร จะต้องถอยตัวอาคารห่างจากขอบที่ดินอย่างน้อย ๖ เมตร

- ถ้าเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เช่น บึง ทะเลสาบ หรือทะเล จะต้องถอยให้ตัวอาคารห่างจากขอบที่ดินอย่างน้อย ๑๒ เมตร

- หากเป็นสิ่งก่อสร้างอื่นๆ เช่น สะพาน ท่าเรือ อู่เรือ เขื่อน มีความจำเป็นต้องสร้างรั้วชิดแหล่งน้ำ ให้ยื่นขออนุญาตต่อทางราชการต่างหากจากอาคารบ้านพักอาศัย

- ไม่สร้างอาคาร บ้านพักอาศัยให้มีส่วนหน่ี่งส่วนใด ยื่นหรือรุกล้ำเข้าไปในเขตที่ดินผู้อื่น

- หากผนังด้านข้างอาคาร บ้านพักอาศัยเป็นช่องเปิดต่างๆ เช่น ประตู หน้าต่าง แนวระเบียง จะต้องถอยร่นจากขอบที่ดินเป็นระยะ ๒ เมตร สำหรับชั้นหนึ่งและชั้นสอง และถอยเป็นระยะ ๓ เมตรสำหรับชั้นสาม

- หากผนังข้างอาคาร บ้านพักอาศัยเป็นผนังทึบ และมีความสูงไม่เกิน ๑๕ เมตร ให้เว้นระยะไว้อย่างน้อย ๕๐ เซ็นติเมตร หรือถ้าต้องการสร้างผนังให้ไปจนชิดแนวขอบจริงๆ ต้องให้เพื่อนบ้านเซ็นต์ยินยอมเสียก่อน เนื่องจากเวลาก่อสร้างนั้น ช่างอาจต้องวางนั่งร้าน เพื่อทาสีฉาบปูนในเขตที่ดินของเพื่อนบ้าน (หากพื้นที่ใช้สอยรวมแล้วกว้างกว่า ๓๐๐ ตารางเมตร จะต้องเว้นระยะห่างอย่างน้อย ๑ เมตร โดยทุกกรณี)

- กรณีที่บ้านสูงเกิน ๑๕ เมตร จะต้องให้ผนังทึบ ถอยห่างจากขอบที่ดินอย่างน้อย ๕๐ เซ็นติเมตร (หากพื้นที่ใช้สอยรวมแล้วกว้างกว่า ๓๐๐ ตารางเมตร ห้ามสร้างชิดเด็ดขาด)

- ก่อสร้างอาคาร บ้านพักอาศัยบนที่ดินนั้น ตามกฏหมายกำหนดให้เปิดเป็นที่ว่างไว้ไม่น้อยกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ โดย ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อการก่อสร้างบ้านพักอาศัย (ที่ว่างหมายถึง พื้นที่อันปราศจากสิ่งปกคลุม ซึ่งอาจจัดเป็นบ่อน้ำ สระว่ายน้ำ บ่อพักน้ำเสีย ที่พักขยะมูลฝอย เป็นต้น)

เลือก เสาเข็มแบบตอก-เสาเข็มแบบเจาะ

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

dsc06441

ภาพจาก การดำเนินงานของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

การเลือกเสาเข็มแบบตอก กับ การเลือกเสาเข็มแบบเจาะ

- เสาเข็มเจาะ จะมีการหล่อเสาเข็มในสถานที่ก่อสร้าง โดยมีการเตรียมวัสดุหลักไว้หล่อเสาเข็ม อาทิ หิน ปูน ทราย และเหล็กเสริม พร้อมทั้งเครื่องขุดเจาะขาหยั่ง 3 ขา ไว้ในสถานที่ทำการก่อสร้าง
วิธีการเจาะก็คือนำเครื่องขุดเจาะขาหยังปรับตั้ง3 ขา ให้ได้ตรงแนวศูนย์กลางของเสาเข็ม เมื่อตรวจสอบถูกต้องแล้ว จึงเจาะ หลักยึดปรับแท่นเครื่องมือให้แน่นแล้วใช้กระเช้าเจาะนำเป็นรู เมื่อรูเจาะได้รับการตรวจสอบแล้วจึงให้เทคอนกรีตได้ โดยต้องรีบทำการเทคอนกรีตทันที เพื่อไม่ให้รูเจาะอ่อนตัวหรือกระทบความชื้นในอากาศนานเกินไป จนสูญเสียแรงเฉือนได้

- เสาเข็มตอก จะมีการนำเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงลำเลียงเข้ามายังสถานที่ก่อสร้าง ส่วนการตอกเสาเข็มนั้นก็จะใช้ปั้นจั่นโครงเหล็ก หรืออาจจะใช้ปั้นจั่น(รถ)ตอกด้วยลูกตุ้มเหล็ก ความลึกของเสาเข็มขึ้นอยู่ กับสภาพพื้นดิน และที่ความลึกของแต่ละพื้นที่ไม่แน่นอน โดยส่วนใหญ่แล้ววิศวกรจะออกแบบเป็นเสาเข็มตอก เพราะควบคุมคุณภาพของงานได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่ตัวของเสาเข็ม และวิธีการตอก ราคาของตอกเสาเข็มก็ไม่สูงมากนัก ส่่วนจะใช้การเจาะเสาเข็มก็ต่อเมื่อ เสาเข็มคอนกรีตอัดแรงที่ใช้การตอกลำเลียงเข้าไปไม่ได้เพราะติดขัดด้านพื้นที่ บริเวณใกล้เคียงที่จะทำการตอกมีการก่อสร้างที่หนาแน่น หรือมีการสร้างอาคารชิดเขต จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนมาใช้เสาเข็มเจาะแทน ส่วนค่าเสาเข็มเจาะนั้นก็จะมีราคที่สูงกว่าค่าเสาเข็มตอก และการควบคุมคุณภาพก็ยากกว่า ตั้งแต่ขบวนการเจาะการใส่เหล็ก การ หล่อคอนกรีต และการทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็ม แต่ไม่ว่าจะใช้บริการเสาเข็มตอกหรือเสาเข็มเจาะฐานรากของอาคารก็แข็งแรงเช่นกัน

จัดวางตำแหน่งเสาเข็มตอก

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

dsc07011

dsc06416

dsc07004

ภาพจากการดำเนินงานของ ทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

การจัดตำแหน่งของเสาเข้มที่จะตอก

การจัดตำแหน่งของเสาเข็มที่จะตอก ต้องให้อยู่ในตำแหน่งที่วิศวกรกำ หนด ให้ผิดพลาดได้ไม่เกิน 5-10 ซม. ถ้าตอกผิดมากกว่านี้ จะเกิดแรงหนีศูนย์ขึ้น และเสาเข็มจะรับแรงโมเมนต์ดัด จะเป็นอันตรายได้ ดังนั้น จึงต้องมีการควบคุมงานอย่างใกล้ชิด ถ้าเป็นชนิดเข้มกลุ่มให้ตอกจากภายในมาสู่ภายนอก หรือถ้าตอกเข็มใกล้อาคารข้างเคียง ให้ตอกจากใกล้อาคารข้างเคียงก่อน แล้วค่อยตอกไล่ออกมาภายนอก เพราะปริมาตรดินที่เข็มแทนที่นั้น จะไปดันเข็มเดิม หรือเข็มที่ตอก ก็มีความสำคัญมาก การตอกเข็มต้องใช้หมอนรองรับ เช่น อาจใช้กระสอบหรือไม้ เพื่อลดแรงกระแทกจากลูกตุ้ม เมื่อตอกได้ความต้านทานที่ต้องการแล้ว ให้หยุดตอก เพราะถ้าทำการตอกต่อไป หัวเสาเข็มอาจเสียหายได้ เช่น ควรหยุดเมื่อผลการตอกเสาเข็มดังนี้
เสาเข็มคอนกรีต 6 – 8 ครั้ง / การจม 1 นิ้วระหว่างตอกเข็ม ต้องคอยแก้ทิศทางของเสาเข็ม ถ้าผิวหน้าไม่เรียบ เข็มอาจเปลี่ยนทิศทางได้ ถ้าระหว่างตอกเสาเข็มเปลี่ยนทิศทาง หรือตอกจมผิดปกติ เสาเข็มอาจจะหัก เสาเข็มต้นนั้นใช้ไม่ได้
การตอกเสาเข็มบริเวณดินเหนียว หรือดินตะกอน (Silt) คือดินพวกที่นํ้าหนีได้ช้า เมื่อเสาเข็มแทนที่ดินทำ ให้แรงดันของนํ้าในดิน (pore water pressure) เพิ่มขึ้น ทำ ให้มีกำ ลังดันเสาเข็มให้ลอยขึ้นมา หรือเรียกว่า เสาเข็มจะรับนํ้าหนักบรรทุกได้มากกว่าปกติในช่วงแรกของการตอก ไม่มีผลเท่าไรนัก ถ้าเข็มนั้นเราออกแบบให้รับนํ้าหนักแบบเสียดทาน แต่ถ้าเป็นเสาเข็มชนิดรับนํ้าหนักที่ปลายจะทรุดตัวเร็วในช่วงแรก และจะเป็นข้อผิดพลาดมากถ้าเราตอกเข็ม เพื่อทำ เป็นหมุดหลักฐาน ของการสำ รวจค่าระดับ เว้นแต่ได้ตอกเสาเข็มต้นใกล้เคียง เสร็จเรียบร้อยแล้ว การตอกเข็มในดินเหนียวบางชนิด ดินจะถูกรบกวนมาก ทำ ให้ดินรับนํ้าหนักได้น้อยลงอาจทิ้งไว้หลังจากตอกเสาเข้มเสร็จแล้ว หนึ่งถึงสองเดือนหรืออาจมากกว่า จึงทำ การก่อสร้างได้

งานออกแบบฐานราก โดยใช้เสาเข็ม

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

copy-of-new-image

ภาพจาก การดำเนินงานของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

new-image2

ภาพจาก การดำเนินงานของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

งานออกแบบฐานรากในงานที่ใช้เสาเข็ม ก็เพื่อใช้เสาเข็มในการรับนํ้าหนักของตัวอาคาร ซึ่งเสาเข็มจะทำการรับนํ้าหนักจากฐานรากก่อน แล้วจึงค่อยถ่ายให้ดิน จะต่างจากฐานรากแบบแผ่ ที่ดินรับนํ้าหนักจากฐากรากโดยตรง การออกแบบฐานรากที่มีความจำเป็นที่ต้องใช้เสาเข็ม เป็นเพราะดินที่อยู่ตื้นรับนํ้าหนักได้น้อย จึงต้องใช้เสาเข็มเป็นตัวช่วยถ่ายนํ้าหนักจากข้างบนลงไปยังดินชั้นล่างที่แข็งกว่า ความสามารถในการรับนํ้าหนักของเสาเข็มขึ้นอยู่กับความแข็งแรงตัวเสาเข็ม และความสามารถในการรับนํ้าหนักของดิน รอบตัวและปลายเสาเข็ม

งานวางผังอาคาร

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized, ความรู้ทั่วไป

ภาพจาก ยู-ด้า ปั้นจั่น

ภาพจาก:การดำเนินงานของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

ประโยฃน์ของการวางผังอาคาร
การวางผังอาคารนั้นก็เพื่อเราจะได้กำหนดตำแหน่งของตัวบ้านบนที่ดิน ว่าต้องการให้บ้าน สร้างให้อยู่ด้านหน้า ด้านหลัง ด้านซ้าย หรือด้านขวาของที่ดิน การวางผังอาคารนั้นนอกจากเป็นสิ่งสำคัญต่อสร้างบ้านแล้ว ยังเป้นประโยชน์ต่อการตรวจสอบรายละเอียดให้ได้ความถูกต้อง สวยงาม ดังนี้
ตรวจสอบหมุดหลักเขตที่ดิน กับ โฉนดที่ดิน ว่ามีครบถ้วนหรือไม่
ป้องกันปัญหากับบ้านข้างเคียง เพราะถ้าหากว่าวางผังไปทั้งๆที่หมุดไม่ครบ ช่างอาจจะใช้วิธีวัดระยะเอา ซึ่งมีโอกาสผิดพลาด และ เกิดปัญหาขึ้นได้
ตรวจสอบผังก่อสร้าง ตำแหน่ง ทิศทาง แนวฉากเทียบกับ แนวที่จะใช้อ้างอิง (จะให้ตั้งฉากกับแนวถนน ซึ่งเป็นแนวที่ดินด้านหน้า หรือ ตั้งฉากกับแนวที่ดินด้านข้าง
เพื่อให้บ้านไม่เอียง เพื่อความสวยงามรับกับแนวถนน
ตรวจสอบส่วนที่ยื่นขององค์ประกอบอาคารตามแบบ กับแนวเขตที่ดิน
เพื่อตรวจสอบว่า ชายคา หรือสิ่งปลูกสร้างของเรา ล้าออกนอกแนวเขตที่ดินหรือไม่ (บ้านยังไม่ได้สร้าง เจ้าของบ้านจะมองตรงนี้ไม่ออก)
ตรวจสอบศูนย์เสา ระยะระหว่างเสา ระยะรวมทั้งหมด
เพื่อให้ถูกต้องตรงตามแบบก่อสร้าง
ตรวจสอบระดับบวก/ลบ 00 ในแบบเทียบกับสถานที่จริง
เพื่อให้ระดับบ้านถูกต้องตามแบบที่สถาปนิกออกไว้
ตรวจสอบหมุดอ้างอิง ตามแนวแกนเอ็กซ์ และ แกนวาย
เพื่อจะได้เส้นออฟเซ็ท ไว้สำาหรับใช้อ้างอิงฉากบ้าน ในขณะที่ทำการก่อสร้าง

ข้อสังเกต เสาเข็มคอนกรีต

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

dsc05149

ภาพจาก : งาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง ที่นำมาตอกนั้น วัสดุหลักในผลิตเสาเข็มคอนกรีตที่สำคัญนอกจากลวดเหล็กอัดแรง ซึ่งต้องเป็นลวดที่มีคุณสมบัติมีแรงดึงสูงสามารถรับแรงดึงได้สูงแล้ว ส่วนผสมของคอนกรีตก็เป็นวัสดุที่สำคัญในการหล่อเสาเข็มคอนกรึต ซึ่งกระบวนการผลิตให้ได้เสาเข็มที่มีคุณสมบัติที่ดีก็ต้องปฏิบัติเป็นไปตามมาตราฐานดังนี้
- มาตรฐานงานคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็ก
- มาตรฐานงานคอนกรีตอัดแรง
- มาตรฐานงานเหล็กเสริมคอนกรีต
กำลังอัดประลัยของคอนกรีตต้องเป็นไปตามที่รายการกำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าค่าที่ได้กำหนดไว้ใน มอก. เสาเข็มคอนกรีตประเภทนั้น ๆ เสาเข็มที่นำมาใช้ต้องมีความยาว เนื้อที่หน้าตัดที่กดบนดิน (PROJECTED AREA) และรับน้ำหนักบรรทุกได้ตามที่ระบุในแบบหรือในรายการประกอบแบบเฉพาะงาน รูปร่างภายนอกของเสาเข็มต้องเหมือนกันตลอดความยาวของเสาเข็ม ยกเว้นส่วนหัวเสาเข็มที่รับตุ้มตอกเสาเข็ม สำหรับส่วนปลายเสาเข็มในระยะซึ่งยาวไม่เกิน 1.5 เท่าของความกว้างของเสาเข็มยอมให้สอบปลายได้ เสาเข็มจะนำมาตอกใช้งานได้ต่อเมื่ออายุของคอนกรีตของเสาเข็มนั้นเป็นดังนี้
1. สำหรับเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือเสริมเหล็กอัดแรงที่หล่อด้วยปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1
หรือประเภท 5 คือ 28 วัน
2. สำหรับเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือเสริมเหล็กอัดแรงที่หล่อด้วยปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 3 คือ 7 วัน
* กรณีที่ต้องการนำเสาเข็มคอนกรีตในข้อ (1) มาใช้ก่อนกำหนดเวลา กำลังคอนกรีตของเสาเข็มต้องมีค่าไม่น้อยกว่า ค่ากำลังอัดประลัยของคอนกรีตที่อายุ 28 วัน ทั้งนี้ต้องส่งผลการทดสอบกำลังของคอนกรีตมาให้วิศวกรของผู้ว่าจ้างเห็นชอบก่อน
* ส่วนกรณีที่ใช้สารเคมีผสมเพิ่มเพื่อเร่งกำลังของคอนกรีต ต้องได้รับความเห็นชอบจากวิศวกรของผู้ว่าจ้างก่อน เพื่อกำหนดอายุของเสาเข็มที่จะนำมาตอกใช้งาน
ลักษณะเสาเข็มที่ดี เสาเข็มต้องมีลำต้นตรง ระยะความงอที่ส่วนใด ๆ ของเสาเข็มนี้ ถ้าวัดระหว่างเส้นตรงที่ต่อปลายทั้งสองของส่วนงอกับผิวกับผิวด้านใด ๆ ก็ตาม ต้องไม่เกินความยาวส่วนที่งอ หารด้วย 360 หากเป็นเสาเข็มกลวงหรือเว้าข้าง รูกลวงหรือส่วนเว้าข้างต้องไม่ทำให้หน้าตัดเสาเข็มเสียศูนย์

ข้อสังเกต : เสาเข็มที่มีมาตราฐานที่ดี ต้องไม่ชำรุด แตก หักง่าย ทนต่อการกระทบกระเทือนระหว่างการเคลื่อนย้าย หรือการขนส่ง และต้องมีความแข็งแรงทนทานต่อการตอกของตุ้มตอกเสาเข็ม

ปรับพื้นที่ดิน ที่ก่อสร้าง (ขุดดิน-ถมดิน)

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

dsc03479

ภาพจาก: การดำเนินงานของทีมงานยู-ด้า ปั้นจั่น

ปรับพื้นที่ดิน(ขุดดิน-ถมดิน ภายในบริเวณที่ก่อสร้าง)

การปรับหน้าดินให้มีความสูงเสมอพร้อมก่อนลงมือปลูกสร้างอาคารบ้านเรือน เราอาจมีการปรับพื้นที่ดินภายใน
บริวณที่มีการก่อสร้างให้มีการขุดและถมดินควบคู่กันไป เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีก
อาทิ ดินที่จะได้จากการขุดบนเนิน ,ดินที่ได้จากการขุดเพื่อสร้างชั้นใต้ดิน ,สร้างสระว่ายน้ำ หรือขุดดินเพื่อสร้างบ่อเก็บน้ำใต้ดิน ซึ่งดินที่ได้เราก็นำมาถมในพื้นที่ที่จะก่อสร้างตัวอาคารได้

- การถมดิน ในการสร้างบ้าน ก็เพื่อปรับความสูงของดินในพื้นที่ก่อสร้างให้สูงขึ้น ซึ่งควรจะสูงกว่าระดับถนนตั้งแต่ห้าสิบเซนติเมตรขึ้นไป โดยอาจพิจารณาถึง ความสูงของระดับถนน ,ระดับการท่วมถึงของน้ำ รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ เพื่อความสวยงามด้านทัศนยีภาพ และเหมาะสมกับสถานที่ที่ทำการก่อสร้าง

- การขุดดิน กรณีขุดต่ำกว่า สองเมตรครึ่งขึ้นไป เราอาจใช้วิธีตอกเข็มไม้ยาวตลอดแนวการขุดเป็นพืดเพื่อกันดินถล่ม หรือขุดดินปรับเป็นแนวเอียง ถ้าเนื้อดินมีความเหนียวพอ ก็ไม่ต้องใช้เข็มไม้ตอก กรณีมีการขุดดินในระดับลึกห้าเมตรขึ้นไป จะต้องใช้แผ่นเหล็กตอกเป็นแนวกันดินถล่ม

เลือกที่ดิน ก่อนซื้อ

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

dsc05132

ภาพจาก : การดำเนินงานของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น (ฝ่ายปั้นจั่นรถ)

ข้อควรพิจารณาตรวจสอบก่อนการเลือกซื้อที่ดิน มีหลายปัจจัยที่ควรคำนึงถึงก่อนตัดสินใจซื้อ

ปัจจัยสำคัญที่ควรตรวจสอบก็คือ จากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ
- กรมที่ดินหรือที่ทำการเขตที่เราทำการก่อสร้าง เพื่อตรวจสอบโฉนดที่ดินกับที่ดินว่า มีรูปร่าง ขนาดและเนื้อที่ว่าตรงกันหรือไม่ ซึ่งหากที่ดินจริงไม่ตรงกันกับโฉนด ก็จะสร้างปัญหาภายหลังให้กับเจ้าของที่ดินได้ ดังนั้น การขอทำรังวัดใหม่ก่อนจะซื้อขายที่ดินกัน ตรวจสอบว่าที่ดินมีส่วนเชื่อมต่อกับถนนสาธาณะ ซึ่งหากไม่มีก็นับว่าเป็นที่ดินที่สร้างความยุ่งยากได้มากที่เดียว เพราะการได้มาซึ่งทางเข้าออกสู่ที่ดินอาจจะต้องมีภาระค่าใช้จ่าย ให้กับเจ้าของที่ดินแปลงที่จะขอใช้เป็นทางเข้าออกสู่ที่ดิน ในกรณ๊ที่ตกลงกันได้ จะถือเป็น”ภาระจำยอม”โดยทั้งสองฝ่ายต้องทำข้อตกลงกันที่ที่ดินหรื่อที่ทำการเขตนั้น แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้นั้น ก็ต้องพึ่งอำนาจศาล ตัดสินเป็น “ทางจำเป็น” เข้าสู่ที่ดินของเรา ซึ่งอาจจะเสียค่าใช้จ่ายให้แก่เจ้าของที่ดินแปลงที่จะขอใช้เป็นทางเข้าออกตามคำสั่งศาล
- กรุงเทพมหานครหรือกรมโยธาธิการ เพื่อสอบถามเขตห้ามก่อสร้าง เขตพักอาศัย การตัดถนน ตรวจสอบว่าที่ดินนั้นสามารถใช้ก่อสร้างอาคารประเภทใดได้บ้าง และมีข้อจำกัดในการก่อสร้างแค่ไหน โดยการตรวจสอบจากผังเมืองรวมในพื้นที่ (ปัจจุบันผังเมืองได้กำหนดการใช้ที่ดินออกเป็นสีๆ แต่ละสีกำหนดให้สามารถสร้างหรือห้ามสร้างอาคารแต่ละประเภทไว้ต่างกัน)
- การทางพิเศษ เพื่อสอบถามแนวห้ามก่อสร้างจากแนวของทางด่วน
- กรมทางหลวง เพื่อสอบถามแนวห้ามก่อสร้างจากแนวถนนหลวงหรือเรื่องการตัดถนน
- การไฟฟ้าฝ่ายผลิตหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อสอบถามแนวสายไฟฟ้าแรงสูงขนานใหญ่ผ่าน
- กรมการบินพาณิชย์ เพื่อสอบถามสิ่งก่อสร้างไปบังคลื่นวิทยุ ในส่วนอาคารสูงที่เกิน 15 เมตรขึ้นไป
นอกจากจะตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ จากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องแล้ว สิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมคือ การตรวจสอบประวัติที่ดิน เช่น
- ที่ดินเดิมเคยเป็นคู คลอง สระน้ำหรือเคยถูกขุดหน้าดินไปหรือไม่ เพราะที่ดิน ที่ถมดินลงไปใหม่นั้นจะต้องใช้เวลานานกว่าเนื้อดินจะแน่นและไม่ทรุดตัว
- ก่อนก่อสร้างหรือปลูกบ้าน ควรดูว่าภายในบริเวณดินว่ามีตอ หรือ รากแก้วต้นไม้ขนาดใหญ่หรือไม่ เพราะสิ่งที่ตามมาก็คือแมลง อาทิปลวก ที่มาอาศัยและอาจจะสร้างปัญหากับตัวบ้านและอาคารที่ก่อสร้างในภายหลัง
- สภาพแวดล้อม ในบริเวณรอบ ๆ มีลักษณะอย่างไร เพราะสภาพแวดล้อมของอาคาร หรือบ้านพักอาศัย กับอาคารที่ทำธุรกิจ หรือทำการค้านั้น มีความต้องการสภาพแวดล้อมโดยรอบที่แตกต่างกันออกไป
- หากเลือกที่ดินแถบใกล้ชายทะเล ควรคำนึงถึงความชุ่มน้ำของเนื้อดิน อันจะมีผลต่อการเลื่อนไหลของเนื้อดินข้างใต้ หรือการทรุดของดิน ซึ่งในการปลูกสร้างนั้นจะทำให้ต้องใช้เสาเข็มที่ตอกเป็นฐานราก ที่มีจำนวนมากขึ้น และอาจจะใช้เสาเข็มที่มีขนาดใหญ่ และมีความยาวที่ยาวกว่าปลูกสร้างทั่วไป
- ถ้าไม่จำเป็นอย่าเลือกพื้นที่ดินที่เป็นชายธง หรือที่ดินที่มีรูปร่างแปลกไม่ได้สัดส่วน ควรเลือกที่ดิน ที่มีขนาด
ความกว้างความยาวของที่ดินเหมาะสมต่อการปลูกสร้าง
- ตรวจสอบความต้องการของตนเป็นหลัก ว่ามีความต้องการอะไร มีความจำเป็นหรือไม่ หรือมีการวางแผนจะโครงการจะทำอะไร ได้มาแล้วเหมาะสม ให้ประโยชน์ และให้คุ้มค่ากับเรามากน้อยเพียงไร

สร้างกำแพง รั้ว และประตูบ้าน ตามหลักฮวงจุ้ย

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

การสร้างกำแพง รั้ว และประตูบ้าน หลายท่านให้ความสำคัญไม่น้อยกว่าตัวบ้าน และส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญการสร้างกำแพงรั้วและประตูตามหลักของฮวงจุ้ย ซึ่งเป็นความเชื่อที่ยึดถือและปฏิบัติสืบเนื่องกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ยู-ด้า ปั้นจั่น จึงขอนำข้อมูลฮวงจุ้ยที่แยกย่อยเป็นข้อ ๆ ที่เกี่ยวกับการสร้างประตู รั้ว กำแพงบ้าน มาให้ท่านได้อ่าน และศึกษาดู เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อท่านไม่มากก็น้อย

1. ถ้ามีบ้านมีประตูบ้านบานใหญ่แล้ว อย่าสร้างประตูเล็กไว้ 2 ข้าง แต่ให้สร้างข้างเดียว
ให้อยู่ฝั่งทางซ้ายมือ และให้หันหน้าออก
2. ถ้าประตูบ้านตรงกันกับบ้านอื่นเชื่อว่าจะไม่เป็นมงคล
3. ประตูรั้วบ้านฝั่งตรงข้ามใหญ่กว่าบ้านเราเชื่อว่าจะไม่ดี
4. ประตูด้านซ้าย ควรมีขนาดใหญ่กว่าประตูทางด้านขวามือ
5. ประตูรั้วบ้าน ถ้าสูงกว่ากำแพงบ้านไม่ดี
6. บ้านที่มีกำแพงเก่าควรทาสีให้ใหม่เสมอ เวลากลางคืนควรติดไฟให้สว่าง เชื่อว่าจะพบ
แต่ความเจริญ
7. กำแพงบ้านอย่าสูงเกินไป (เกิน 2 เมตร) หรือต่ำเกินไป (1.40 เมตร)
8. ตำแหน่งกำแพงทาง ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ อย่าให้ชำรุดจะมีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาล
9. สร้างบ้าน ไม่ควรสร้างกำแพงหรือภูเขาก่อน เชื่อว่าจะทำให้ยากจน หรือถูกคุมขัง
10 ไม่ควรสร้างกำแพงบ้านให้ชิดบ้านเกินไป
11. กำแพงบ้านไม่ควรเจาะเป็นหน้าต่าง จะไม่เป็นมงคล
12. กำแพงบ้านสร้างเป็นรูปโค้ง ดีกว่าสร้างกำแพงเป็นรูปสี่เหลี่ยม
13. บ้านที่มีลานโล่งห้ามล้อมรั้วกลางลานโล่งจะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ เช่น โรคตา หัวใจ