การตรวจรับงาน ก่อสร้างบ้าน ตอนที่4

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

งานฝ้าเพดาน

มีทั้งโครงเคร่าไม้ อลูมิเนียม เหล็กอาบสังกะสี ไม่ว่าจะเป็นชนิดไหน
โครงเคร่าจะต้อง

วางให้ได้ระดับตัวที่ และมีจุดที่ต้องตรวจเช็คคือ

- กรณีไม้ระแนงต้องมีตาข่ายกันแมลง

- ร่องระหว่างแผ่นต้องมีความสม่ำเสมอ

- ฝ้า T-BAR และฝ้ายิบซั่ม ให้ตรวจสอบความหนาและลวดยึดโครง

- การยึดโยงไปยังหลังคา
ต้องไม่ยืดตัวเมื่อรับน้ำหนักซึ่งจะทำให้ฝ้าตกท้องช้างหรือโก่งได้

- รอยต่อของวัสดุที่ใช้ทำฝ้าต้องแนบสนิทเป็นแนวตรง

- ในกรณีที่เป็นยิปซั่มบอร์ดตรงรอยต่อต้องฉาบด้วยผ้าเทปแล้วขัดให้เรียบเสมอ

- หากมีไม้มอบฝ้า การต่อไม้ตรงมุมต้องต่อโดยตัดมุม 45 องศา

งานฟื้นและวัสดุพื้นผิว

พื้นเป็นสิ่งรองรับน้ำหนักต่าง ๆ ภายในตัวอาคารเช่น เฟอร์นิเจอร์
ส่วนวัสดุพื้นผิวเป็น

ส่วนที่ต้องใช้งานเป็นประจำจึงควรใส่ใจ ที่สำคัญคือระดับ
วัสดุฟื้นจะเป็นประเภทใดนั้นเลือกได้อยู่ที่ความต้องการแต่ระดับของการปูพื้นเลือกไม่ได้ต้องใช้ฝีมือ

- พื้นสำเร็จรูปต้องไม่แตกไม่หัก ได้ขนาดตามแบบ

- พื้นชั้นล่างต้องทำกันซึมตลอดทั้งพื้น

- ตรวจช่องระบายอากาศพื้นชั้นล่างเพื่อป้องกันปัญหาความชื้น

- ตรวจการปูพื้นให้แนบสนิท

- เช็คระบบกันซึมก่อนปูวัสดุพื้นผิว

- ตรวจสอบวัสดุพื้นผิวให้ตรงตามแบบ

- ตรวจสอบพื้นผิวคอนกรีตก่อนปูวัสดุพื้นผิว

- เช็คความเรียบร้อยหลังจากปูวัสดุพื้นผิว

- ตรวจสอบการชำรุดระหว่างการทำงานปูพื้นของวัสดุพื้นผิว

งานติดตั้งวงกบ และบานประตู หน้าต่าง

งานติดตั้งวงกบ และบานประตู หน้าต่าง ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นงานไม้ มีน้อยมากที่ใช้วง

กบเป็นโลหะ ฉะนั้นเนื้อไม้เป็นสิ่งสำคัญ จุดที่ต้องดูคือ

- ตรวจสอบชนิด รอยแยก ตาไม้ ของไม้วงกบ

- เช็คการติดตั้ง วงกบ ว่าได้แนวดิ่ง ได้มุมฉากหรือไม่

- เช็คระดับยึดติดแน่นกับเสาทับหลังและคานเอ็น

- ตรวจการตีตะปูรอบวงกบ

- ตรวจสอบชนิด รอยแยกไม้ ตาไม้ ของกรอบบานประตูและหน้าต่าง

- ตรวจสอบความหนาและร่องกระจกของบานกรอบ

- การติดบานประตู หน้าต่าง ต้องเลื่อนหรือปิด เปิดได้คล่องไม่ติดขัด

- การไสแต่งขอบประตู หน้าต่างให้เข้ากับวงกบ

- จะต้องเผื่อความหนาของสีที่จะทาไว้ด้วย สำหรับประตูไม้อัด

- ต้องตรวจสอบก่อนติดตั้งว่าบนไหนใช้แบบกันน้ำหรือไม่

งานกระจก

กระจกเป็นงานส่วนประกอบ ให้ทั้งความสวยงามและประโยชน์ใช้สอย มีหลายแหล่งที่

ผลิตกระจกสู่ท้องตลาด จึงควรเช็คในเรื่องของคุณภาพ

- ตรวจคุณภาพ ความหนา

เอกสารที่ใช้เพื่อขอรับใบรับรองการตรวจสอบอาคาร

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

dsc06165

เอกสารต่างๆ ที่ใช้สำหรับ ยื่นขอรับใบรับรองการตรวจสอบอาคารของผู้ประกอบการตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2548

1. กรอกรายละเอียดในใบคำขอใบรับรองการตรวจสอบอาคารจำนวน 3 ชุด

2. เอกสาร หลักฐาน ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของอาคาร หรือผู้ครอบครองอาคาร

- สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน วัตถุประสงค์ และผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนนิติบุคคลผู้ขอ ที่ออกไม่เกิน 6 เดือน (กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขอ)
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันแทนนิติบุคคล (จำนวน 1 ชุด)
* ลงลายมือชื่อในเอกสารคำขอ และรับรองสำเนาเอกสารทุกแผ่นที่ยื่นคำขอ *

3. เตรียมเอกสาร หลักฐาน ที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคาร
- สำเนาใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร หรือเคลื่อนย้ายอาคาร ตามที่ได้รับอนุญาตแล้วแต่กรณี (จำนวน 1 ชุด)

4. เตรียมเอกสาร หลักฐาน ที่เกี่ยวข้องกับผู้ตรวจสอบอาคาร

- สำเนาใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมหรือสถาปัตยกรรม ของผู้ตรวจสอบสภาพอาคาร
(จำนวน 2 ชุด)
- สำเนาการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบสภาพอาคาร (จำนวน 2 ชุด)
- กรณีเป็นนิติบุคคล สำเนาหนังสือจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล สำเนาใบประกอบวิชาชีพนิติบุคคล และสำเนาการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบสภาพอาคารนิติบุคคล (จำนวน 2 ชุด
- รายงานการตรวจสอบสภาพอาคารจากผู้ตรวจสอบสภาพอาคาร (จำนวน 2 ชุด)

5. เตรียมเอกสาร กรณีเป็นผู้ดำเนินการแทน

- หนังสือมอบอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ 30 บาท (จำนวน 1 ชุด)
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ (ชาวต่างประเทศใช้สำเนาหนังสือเดินทาง)

การก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้ายและใช้ หรือเปลี่ยนแปลงการใช้อาคาร

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

……………
การก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย และใช้หรือ เปลี่ยนการใช้อาคารนั้น
เราควรศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 )เพื่อความสะดวก ถูกต้อง และยังเป็นประโยชน์แก่ตัวเราเอง

หมวดที่ ๓
การก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย และใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร

*มาตรา ๒๑ ผู้ใดจะก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นและดำเนินการตามมาตรา ๓๙ ทวิ

*มาตรา ๒๒ ผู้ใดจะรื้อถอนอาคารดังต่อไปนี้ ต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นและดำเนินการตามมาตรา ๓๙ ทวิ

(๑) อาคารที่มีส่วนสูงเกินสิบห้าเมตรซึ่งอยู่ห่างจากอาคารอื่นหรือที่สาธารณะน้อยกว่าความสูงของอาคาร

(๒) อาคารที่อยู่ห่างจากอาคารอื่นหรือที่สาธารณะน้อยกว่าสองเมตร

(*มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ ความเดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ( ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้ความใหม่แทนดังที่พิมพ์ไว้นี้ )

มาตรา ๒๓ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ( ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ. ๒๕๓๕

มาตรา ๒๔ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ( ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ. ๒๕๓๕

*มาตรา ๒๕ ในกรณีที่เป็นการยื่นคำขอรับใบอนุญาต ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น ตรวจพิจารณาและออกใบอนุญาตหรือมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่อนุญาต พร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ

ในกรณีมีเหตุจำเป็นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่อาจออกใบอนุญาตหรือยังไม่อาจมีคำสั่งไม่อนุญาตได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินสองคราวคราวละไม่เกินสี่สิบห้าวัน แต่ต้องมีหนังสือแจ้งการขยายเวลาและเหตุจำเป็นแต่ละคราวให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบก่อนสิ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งหรือตามที่ได้ขยายเวลาไว้นั้น แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบอนุญาตหรือคำสั่งไม่อนุญาต ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบโดยไม่ชักช้า

*มาตรา ๒๖ ในกรณีที่การก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารที่ขออนุญาตนั้น มีลักษณะหรืออยู่ในประเภทที่ได้กำหนดเป็นวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม หรือเป็นวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพสถาปัตยกรรม ถ้าวิศวกรหรือสถาปนิกผู้รับผิดชอบในการนั้นตามที่ระบุไว้ในคำขอมิได้เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายดังกล่าว แล้วแต่กรณี ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นปฏิเสธไม่รับพิจารณาคำขอนั้น

*มาตรา ๒๗ ในการตรวจพิจารณาคำขอรับใบอนุญาต ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น มีอำนาจสั่งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน หรือรายการคำนวณที่ได้ยื่นไว้ เพื่อให้ถูกต้องและเป็นไปตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๘ หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๐ และให้นำมาตรา ๒๕ วรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม

เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน หรือรายการคำนวณตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้ว ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจพิจารณาและออกใบอนุญาตให้ภายในสามสิบวัน แต่ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญผิดจากคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ในกรณีนี้ให้ถือว่าเป็นการยื่นคำขอใหม่และให้ดำเนินการตามมาตรา ๒๕ ต่อไป

*มาตรา ๒๘ ในกรณีที่ผู้คำนวณแบบแปลน รายการประกอบแบบแปลนและรายการคำนวณที่ได้ยื่นมาพร้อมกับคำขอรับใบอนุญาต เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจพิจารณาแต่เฉพาะในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับรายละเอียด ตามหลักวิศวกรรมศาสตร์ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

*มาตรา๒๙ เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้วให้ผู้ได้รับใบอนุญาตมีหนังสือแจ้งชื่อผู้ควบคุมงานกับวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดการดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบพร้อมทั้งแนบหนังสือแสดงความยินยอมของผู้ควบคุมงานมาด้วย

ผู้ควบคุมงานจะเป็นบุคคลใดหรือเป็นเจ้าของอาคารก็ได้ เว้นแต่จะเป็นการต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม หรือกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพสถาปัตยกรรม

*มาตรา ๓๐ ถ้าผู้ได้รับใบอนุญาตจะบอกเลิกตัวผู้ควบคุมงานที่ได้แจ้งชื่อไว้ หรือผู้ควบคุมงานจะบอกเลิกการเป็นผู้ควบคุมงาน ให้มีหนังสือแจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบแต่ทั้งนี้ไม่เป็นการกระทบถึงสิทธิและหน้าที่ทางแพ่งระหว่างผู้ได้รับใบอนุญาตกับผู้ควบคุมงานนั้น

ในกรณีที่มีการบอกเลิกตามวรรคหนึ่ง ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องระงับการดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตไว้ก่อนจนกว่าจะได้มีหนังสือแจ้งชื่อและส่งหนังสือแสดงความยินยอมของผู้ควบคุมงานคนใหม่ให้แก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้ว

*มาตรา ๓๑ ห้ามมิให้ผู้ใดจัดให้มีหรือดำเนินการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณ แบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตตลอดจนวิธีการหรือเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดไว้ในใบอนุญาต หรือให้ผิดไปจากที่ได้แจ้งไว้ตามมาตรา ๓๙ ทวิ เว้นแต่

(๑) เจ้าของอาคารนั้นได้ยื่นคำขออนุญาตและได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้

(๒) เจ้าของอาคารนั้นได้แจ้งการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบแล้ว หรือ

(๓) การดำเนินการดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องหรือเป็นกรณีตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ให้นำมาตรา ๒๕ หรือมาตรา ๓๙ ทวิ มาใช้บังคับแก่การดำเนินการตาม (๑) หรือ (๒) แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม

ในกรณีที่มีการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร เป็นการฝ่าฝืนความในวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการกระทำของผู้ควบคุมงาน เว้นแต่ผู้ควบคุมงานจะพิสูจน์ได้ว่า เป็นการกระทำของผู้อื่นซึ่งผู้ควบคุมงานได้มีหนังสือแจ้งข้อทักท้วงการกระทำดังกล่าวให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร และผู้ดำเนินการทราบแล้ว แต่บุคคลดังกล่าวไม่ยอมปฏิบัติตาม

*มาตรา ๓๒ อาคารประเภทควบคุมการใช้ คือ อาคารดังต่อไปนี้

(๑) อาคารสำหรับใช้เป็นคลังสินค้า โรงมหรสพ โรงแรม อาคารชุด หรือ สถานพยาบาล

(๒) อาคารสำหรับใช้เพื่อกิจการพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม การศึกษา การสาธารณสุข หรือกิจการอื่น ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

เมื่อผู้ได้รับใบอนุญาตให้ก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารประเภทควบคุมการใช้ หรือผู้แจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ ได้กระทำการดังกล่าวเสร็จแล้ว ให้แจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด เพื่อทำการตรวจสอบการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารนั้นให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

ห้ามมิให้บุคคลใดใช้อาคารนั้นเพื่อกิจการดังที่ระบุไว้ในใบอนุญาต หรือที่ได้แจ้งไว้ตามมาตรา ๓๙ ทวิ ภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง

ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ทำการตรวจสอบแล้วเห็นว่าการก่อสร้าง ดัดแปลงหรือเคลื่อนย้ายอาคารนั้นเป็นไปโดยถูกต้องตามที่ได้รับใบอนุญาต หรือที่ได้แจ้งไว้ตามมาตรา ๓๙ ทวิ แล้ว ก็ให้ออกใบรับรองให้แก่ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือผู้แจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ เพื่อให้มีการใช้อาคารนั้นตามที่ได้รับใบอนุญาตหรือที่ได้แจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ ได้ แต่ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นมิได้ทำการตรวจสอบภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารนั้นใช้หรือยินยอมให้บุคคลใด ใช้อาคารนั้น เพื่อกิจการดังที่ระบุไว้ในใบอนุญาตหรือที่ได้แจ้งไว้ตามมาตรา ๓๙ ทวิ ต่อไปได้

ห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารประเภทควบคุมการใช้ ใช้หรือยินยอมให้บุคคลใดใช้อาคารนั้น เพื่อกิจการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาตหรือที่ได้แจ้งไว้ตามมาตรา ๓๙ ทวิ

*มาตรา ๓๓ ห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร ซึ่งไม่เป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้ ใช้หรือยินยอมให้บุคคลใดใช้อาคารดังกล่าวเพื่อกิจการตามมาตรา ๓๒ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือได้แจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบแล้ว และให้นำมาตรา ๒๕ และมาตรา ๒๗ หรือมาตรา ๓๙ ทวิ แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่การเปลี่ยนการใช้อาคารประเภทควบคุมการใช้สำหรับกิจการหนึ่งไปใช้เป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้สำหรับอีกกิจการหนึ่งโดยอนุโลม

*มาตรา ๓๔ ห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารที่ต้องมีพื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๘ (๙)ดัดแปลง หรือใช้หรือยินยอมให้บุคคลอื่นดัดแปลงหรือใช้ที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถนั้นเพื่อการอื่น ทั้งนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

ข้อห้ามตามวรรคหนึ่งให้ถือว่าเป็นภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์นั้นโดยตรงตราบที่อาคารนั้นยังมีอยู่ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีการโอนที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถนั้นต่อไปยังบุคคลอื่นหรือไม่ก็ตาม

*มาตรา ๓๕ ใบอนุญาตที่ออกตามมาตรา ๒๑ หรือมาตรา ๒๒ ให้ใช้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต ถ้าผู้ได้รับใบอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ และเมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้ว ให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น

*มาตรา ๓๖ ใบอนุญาตที่ออกตามมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๓๓ จะโอนแก่กันมิได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

*มาตรา ๓๗ ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๓๓ ตาย ทายาทหรือผู้จัดการมรดกของบุคคลดังกล่าวซึ่งประสงค์จะทำการก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน เคลื่อนย้าย ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารนั้นต่อไป ต้องมีหนังสือแจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตตาย ในกรณีเช่นว่านี้ให้ถือว่าทายาทหรือผู้จัดการมรดกดังกล่าวเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตแทน

( *มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗ ความเดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ( ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้ความใหม่แทนดังที่พิมพ์ไว้นี้ )

มาตรา ๓๘ ในระหว่างการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารแล้วแต่กรณี ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องเก็บใบอนุญาต แผนผังบริเวณ แบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลนไว้ในบริเวณที่ได้รับอนุญาตให้กระทำการดังกล่าวหนึ่งชุด และพร้อมที่จะให้นายช่างหรือนายตรวจตรวจดูได้

ให้ผู้ครอบครองอาคารประเภทควบคุมการใช้ แสดงใบรับรองตามมาตรา ๓๒ หรือใบอนุญาตตามมาตรา ๓๓ ไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ อาคารนั้น

มาตรา ๓๙ ในกรณีที่ใบอนุญาตหรือใบรับรองสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับรองยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบรับรองต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุด

การขอรับใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบรับรอง และการออกใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบรับรอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

ใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบรับรอง ให้มีผลตามกฎหมายเช่นเดียวกับใบอนุญาต หรือใบรับรอง แล้วแต่กรณี

*มาตรา ๓๙ ทวิ ผู้ใดจะก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารโดยไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นก็ได้โดยการแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นและต้องดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) แจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลและยื่นเอกสารดังต่อไปนี้ด้วย

(ก) ชื่อของผู้รับผิดชอบงานออกแบบอาคารซึ่งจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมประเภทวุฒิสถาปนิกตามกฎหมายว่าด้วย
วิชาชีพสถาปัตยกรรม และจะต้องไม่เป็นผู้ได้รับการแจ้งเวียนชื่อตามมาตรา ๔๙ ทวิ

(ข) ชื่อของผู้รับผิดชอบงานออกแบบและคำนวณอาคารซึ่งจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมประเภทวุฒิวิศวกรตามกฎหมาย
ว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม และจะต้องไม่เป็นผู้ได้รับการแจ้งเวียนชื่อตามมาตรา ๔๙ ทวิ

(ค) ชื่อของผู้ควบคุมงานซึ่งจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพสถาปัตยกรรมและเป็นผู้ได้รับ
ใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม และจะต้องไม่เป็นผู้ได้รับการแจ้งเวียนชื่อ ตามมาตรา ๔๙ ทวิ

(ง) สำเนาใบอนุญาตของบุคคลตาม (ก) (ข) และ (ค)

(จ) หนังสือรับรองของบุคคลตาม (ก) (ข) และ (ค) ว่าตนเป็นผู้ออกแบบอาคาร เป็นผู้ออกแบบและคำนวณอาคาร หรือจะเป็นผู้ควบคุมงาน แล้วแต่กรณีพร้อมทั้ง
รับรองว่าการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารนั้นถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงและข้อบัญญัติ ท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องทุกประการ

(ฉ) แผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน และรายการคำนวณของอาคารที่จะก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายซึ่งมีคำรับรองของบุคคล
ตาม (ก) และ (ข) ว่าตนเป็นผู้ออกแบบอาคารและเป็นผู้ออกแบบและคำนวณอาคารนั้น

(ช) วันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดการดำเนินการดังกล่าว

(๒) ชำระค่าธรรมเนียมการตรวจแบบแปลนก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารในกรณีที่เป็นการแจ้งการก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร

ถ้าผู้แจ้งได้ดำเนินการตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่งครบถ้วนแล้วให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้งตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดเพื่อเป็นหลักฐานการแจ้งให้แก่ผู้นั้นภายในวันที่ได้รับแจ้ง และให้ผู้แจ้งเริ่มต้นดำเนินการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารตามที่ได้แจ้งไว้ได้ตั้งแต่วันที่ได้รับใบแจ้ง ให้นำมาตรา ๓๘ และมาตรา ๓๙ มาใช้บังคับแก่ใบรับแจ้งตามมาตรานี้โดยอนุโลม

*มาตรา ๓๙ ตรี ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจพบในภายหลังว่าผู้แจ้งได้แจ้งข้อมูลหรือยื่นเอกสารไว้ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๓๙ ทวิ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้แจ้งมาดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องหรือครบถ้วนภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งดังกล่าว

ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้ออกใบรับแจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ หรือนับแต่วันที่เริ่มการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารตามที่ได้แจ้งไว้ แล้วแต่กรณี ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ตรวจพบว่าการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารที่ได้แจ้งไว้ แผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน หรือรายการคำนวณของอาคารที่ได้ยื่นไว้ตามมาตรา ๓๙ ทวิ ไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีหนังสือแจ้งข้อทักท้วงให้ผู้แจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ ทราบโดยเร็ว และให้มีอำนาจดำเนินการตามมาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ หรือมาตรา ๔๓ แล้วแต่กรณี

ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นมิได้มีหนังสือแจ้งข้อทักท้วงให้ผู้แจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ ทราบภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้ถือว่าการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารดังกล่าว ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้ว เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) การกระทำดังกล่าวเป็นการรุกล้ำที่สาธารณะ

(๒) การกระทำดังกล่าวที่เกี่ยวกับระยะหรือระดับระหว่างอาคารกับถนน ตรอก ซอย ทางเท้า หรือที่สาธารณะ เป็นการฝ่าฝืนกฎกระทรวง ประกาศหรือข้อบัญญัติท้องถิ่น ที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือ

(๓) การกระทำดังกล่าวที่เกี่ยวกับบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้ายและใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารชนิดใด หรือประเภทใด เป็นการฝ่าฝืน กฎกระทรวง ประกาศ หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

(*มาตรา ๓๙ ทวิ และมาตรา ๓๙ ตรี บัญญัติเพิ่มเติมโดยมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ( ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ. ๒๕๓๕ )

มือใหม่หัดสร้างบ้าน “สร้างบ้าน สักหลัง ใครว่าง่าย”

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

dsc05122

ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ผูกอู่ตามใจผู้นอน
นัยว่า สุภาษิตคำพังเพยนี้ ยังคงใช้ได้ อยู่ทุกยุคสมัย ถ้าไม่เคยได้อยู่บ้าน ที่ถูกใจเรา มันก็เหมือนยังหา “บ้าน” ของเราไม่เจอ กับการที่จะมีบ้านของตัวเองสักหลัง มีหลายเรื่องทีเดียว ที่เราสมควรต้องพิจารณา
1. แบบบ้าน บ้านมีหลายแบบ หลายสไตล์ เจ้าของชอบแบบไหน ต้องเลือกให้ได้เสียก่อน ถ้า ยังเลือกแบบไม่ได้ เรื่องอื่นเป็นอันไม่ต้องพูดถึง ในส่วนนี้ คุณอาจจะต้องเกี่ยวข้องกับ วิศวกร และ สถาปนิก ในการออกแบบ
2. คนสร้างบ้าน ถ้าคุณเป็นช่าง ข้อนี้ก็ผ่านไป แต่ถ้าใครไม่ได้เป็นช่าง ข้อนี้นับว่าสำคัญทีเดียว เราจะพบเห็นหลายกรณีทีเดียว ที่เจ้าของบ้านทะเลาะกับช่างรับเหมา ถ้าได้ช่างดี นับว่า เป็นบุญ แสดงว่าชาติก่อน ทำบุญมาดี แต่ได้ช่างที่แย่ ก็ทำให้ปวดหัวได้เหมือนกัน เพราะบางบ้าน กว่าบ้านจะเสร็จ ต้องเปลี่ยนช่างไปเป็นโหล
3. ผ่านจากสองข้อด้านบน ก็จะเป็นการ ติดต่อกับหน่วยงานราชการ ที่เราต้องยื่นแบบเพื่อน ขออนุญาต สร้างบ้าน เมื่อได้รับการอนุญาตแล้ว ก็ลงมือได้
4. เริ่ม งานฐานราก โดยปกติแล้วส่วนนี้จะทำก่อน โดยมี งานเสาเข็ม เป็นพระเอก โดยถ้าให้ลึกลงไปอีก เราก็จะแยกเสาเข็มได้เป็น 2 ชนิดคือ
4.1 เสาเข็มเจาะ
4.2 เสาเข็มตอก
โดยเราสามารถดูจากแบบบ้านของเรา ในข้อ 1 ว่า บ้านเราใช้แบบไหน สำหรับหน้าที่ของ เสาเข็ม คือ เป็นตัวกลาง การรับถ่ายน้ำหนัก จากโครงสร้างลงสู่ฐานราก โดยที่ต้องใช้การคำนวณโดยวิศวกร ว่า จะต้องใช้เสาเข็ม แบบไหน และการกระจายน้ำหนัก จะเป็นเช่นไร ในขั้นตอน การตอกเสาเข็มนี้ เราจะเห็นช่าง ทำงานกันหลายอย่างมาก โดยทั่วไปแล้ว จะมีลำดับในการทำงานคือ
dsc03530

1.วางหมุดเสาเข็ม ขั้นตอนนี้ ทำเพื่อ หาตำแหน่งของการตอก ซึ่งเราต้องทำการวางผังของอาคาร หรือ สิ่งก่อสร้างก่อนเป็นอันดับแรก เราจะเห็นช่าง ตอกไม้ วางผัง ตอกเฟรมกันวุ่นไปหมด ในตอนนี้

2.ตอก-เจาะ เสาเข็ม เมื่อหาตำแหน่ง ได้ตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว เราจะเห็นการทำงานของเครื่องตอกเสาเข็ม เช่น ปั้นจั่น รถตอกเสาเข็ม ช่วงนี้ อาจมีการสั่นสะเทือนไปยังบ้านข้าง ๆ ได้ บางราย บ้านข้างๆ ร้าว หรือ ทรุด ก็ต้องตามไปชดใช้ บางที ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลก็มี นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ไม่ดีเสียเลย ที่สร้างศัตรูตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าอยู่เสียแล้ว

3.ทดสอบการชำรุด ขั้นตอนนี้ หากคิดว่า ไม่จำเป็น ก็ให้ผ่านเลยไป แต่ถ้าไม่มั่นใจว่า บ้านที่เราต้องอยู่ไปตราบชั่วลูกชั่วหลาน จะอยู่ได้นานหรือไม่ ควรทดสอบว่า เสาเข็ม ที่ตอกลงไป มีการชำรุดหรือไม่ ทั้งนี้ต้องใช้ผู้ชำนาญเฉพาะด้าน มาทำการตรวจสอบ ซึ่งก็มีค่าใช้จ่าย

ยังไม่จบแค่นี้ แต่เวลามีจำกัด โปรดติดตามต่อตอนที่สอง

ว่าด้วยเรื่อง “ฮวงจุ้ย”

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

ว่าด้วยเรื่อง “ฮวงจุ้ย”
คำว่า ฮวง แปลว่า ลม จุ้ย แปลว่า น้ำ ดังนั้นฮวงจุ้ย จึงมีความหมายแบบง่าย ๆที่ตรงตัวที่แปลว่า ลมกับน้ำ
ในความคิดเห็นส่วนตัวอยากขอแปลว่า ร่มเย็นเป็นสุข (ซึ่งหากคลาดเคลื่อนไปก็ขออภัยด้วยคะ)

ฮวงจุ้ย จึงเป็นศาสตร์ที่มีความสำคัญกับการปลูกสร้างอาคาร สำนักงาน บ้านเรือน ซึ่งไม่ใช่เรื่องไร้สาระ งมงาย แต่ฮวงจุ้ยนั้นถือเป็นศาสตร์แห่งหลักวิชาการของจีนที่ได้รับการยอมรับและสามารถพิสูจนได้ หลักของฮวงจุ้ยนั้นจะคำนึงถึงสภาพทางภูมิศาสตร์ ที่เริ่มตั้งแต่การเลือกทำเลที่ตั้ง ทิศทางที่ตั้ง การออกแบบ ตกแต่งและการจัดวางสิ่งต่างๆ ให้มีความเหมาะสม หรือแม้กระทั่งการปรับเปลี่ยนให้มีสอดคล้องและมีความผสมกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมธรรมชาติบริเวณนั้นๆ ผู้ที่ได้อยู่อาศัยในอาคาร สำนักงาน บ้านเรือนที่มีความแข็งแรง ปลอดภัย มีความร่มรื่นและแวดล้อมด้วยทัศนียภาพที่ดี ก็ย่อมส่งผลให้ผู้ที่อยู่อาศัยอาคาร สำนักงาน บ้านเรือนหลังนั้น มีความสุขกาย และสบายใจ อันส่งผลให้มีสมาธิในการทำงาน และมีดำเนินชีวิตได้อย่างมีสุขสดชื่น อาชีพการงานที่รับผิดชอบก็จะมีความเจริญก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นต่อไป

อันตราย จากงานออกแบบโครงสร้าง

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

dsc05168
ภาพจาก การดำเนินงานของทีมงานยู-ด้า ปั้นจั่น

dsc04960
ภาพจาก การดำเนินงานของทีมงานยู-ด้า ปั้นจั่น ฝ่ายปั้นจั่นรถ

dsc05165
ภาพจาก การดำเนินงานของ ทีมงานยู-ด้า ปั้นจั่น ฝ่ายปั้นจั่นรถ

อันตราย จากความผิดพลาด ของการออกแบบโครงสร้างโรงงาน ตึกอาคารที่มีปัญหาบ่อย

คือ งานฐานราก นั่นเอง เช่น เสาเข็มที่ไม่สามารถรับแรงลมได้ เสาเข็มที่รับผนังก็ใช้เข็มเดี่ยว ผู้ออกแบบโครงสร้างไม่ได้คำนึงว่า ยังมีแรงลมที่กระทำต่อด้านข้างของสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเข็มเดี่ยวไม่สามารถรับโมเมนต์เนื่องจากแรงลมได้ บางกรณ๊ก็ ไม่มีการเสริมเหล็กต่อเนื่องระหว่างเข็มและตอม่อ เรียกว่าประหยัดค่าเสาเข็มกันตั้งแต่เริ่มสร้าง ทั้งที่ค่าเสาเข็มและค่าตอกมันก็ไม่ได้แพงอะไรมากมาย เมื่อเทียบกับมูลค่าของสิ่งปลูกสร้างที่มีมูลค่าราคานับล้านบาท รวมทั้งความสี่ยงจากอันตรายทั้งชีวิตและทรัพย์สินที่จะได้รับ

ฐานรากที่รับแรงดัดไม่ได้เพราะไม่มีเหล็กเสริมบน ในฐานราก เนื่องจากไม่ได้คิดว่ามีโมเมนต์

การตอกเสาเข็มที่ไม่ได้เกิดประโยชน์ก็มี เช่น ก่ออกแบบฐานรากรับพื้นโรงงานที่ยกสูงประมาณ 1.5 ม.โดยออกแบบฐานรากใช้เสาเข็มกลุ่ม และฐานรากแต่ละต้นก็อยู่ห่างกัน ทำให้มีการออกแบบคานขนาดใหญ่และเป็นคานยาว ซึ่งจะเห็นได้ว่าผู้ออกแบบทำให้เกิดการสูญเปล่าโดยใช่เหตุ เพราะในความเป็นจริง หากเราตอกเสาเข็ม รับไปกับคานจะทำให้ประหยัด คือ

-โครงสร้าง ที่คานมีขนาดเล็กลง เนื่องจาก Span สั้นลง ตอม่อระหว่างคานบนเข็มมีขนาดเล็ก การตอกเข็มเสร็จแล้ว ก็หล่อคานได้เลย ไม่มี
ความจำเป็นต้องหล่อฐานรากกลุ่ม

-ไม่ต้องสิ้นเปลืองไปกับ เงินค่าฐานราก เงินค่าขุดกลบ เงินค่าเสาหล่อ และเงินค่าแบบหล่อ อีกทั้งไม่ต้องเสียเวลาประหยัดเวลาและความยุ่ง
ยากกับการทำงานอีกหลายขั้นตอน

-ประหยัดเงินอีกมากมาย เพราะหากลดขั้นตอนต่าง ๆ แน่นอน จำนวนเงินก็เหลือเป็นกอบเป็นกำ

โครงสร้างอาคารที่สูงและต่ำ ถ้ามีการสร้างต่อกัน ปัญหาคานระหว่างสองอาคารจะเกิดการหัก เนื่องจากส่วนอาคารสูงทรุดตัวมากกว่า

ความรู้ เรื่องเสาเข็ม กับการตอกเสาเข็ม

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

dsc05145

dsc04929

ภาพจาก การดำเนินงานของ ทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

ความรู้เรื่องเสาเข็มกับการตอกเสาเข็ม นี้ คนส่วนใหญ่สนใจมากเพราะยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ที่ถูกต้อง ยู-ด้า ปั่นจั่น จึงนำเกร็ดความรู้นี้มาเสนอให้ลองศึกษาดู ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะให้ประโยชน์กับผู้ที่สนใจไม่มากก็น้อย

เสาเข็มอัดแรงเสริมคอนกรีต เป็นเสาเข็มที่มีความแข็งแรง และเป็นที่นิยมอย่างมากในการใช้มาเป็นเสาเข็มเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับสิ่งปลูกสร้างอาทิ บ้าน อาคาร และโครงสร้าง ที่มีขนาดใหญ่
เสาเข็มที่ดีนั้น เบื้องต้น เราจะรู้ได้อย่างไร
เสาเข็มที่ดีนั้นต้องมีสภาพที่ดีไม่มีร่องรอยการร้าว แตก หักหรือชำรุด ทางที่ดีเราควรใช้เสาเข็มที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ( ส ม อ. ) โดยมี เครื่องหมายรับรองมาตร ฐานอุตสาหกรรม ( ม อ ก. ) และสังเกต วัน / เดือน / ปี ที่ทำการผลิตว่าผลิตเมื่อไร อายุของเสาเข็มได้หรือยัง ถ้าเป็นไปได้เสาเข็มที่ใช้ควรจะมีอายุการผลิตประมาณ 30 วัน เพราะหากเสาเข็มที่เพิ่งผลิตออกมาใหม่นั้น คอนกรีต ที่ใช้ทำเสาเข็มยังบ่มตัวไม่เข้าที่ ความแข็งแกร่งยังไม่ได้ ก็อาจจะทำให้เกิดการชำรุดหรือแตกหักระหว่างขนส่ง หรือระหว่างการตอกเสาได้ บางกรณี หากมีความจำเป็นต้องนำเสาเข็มมาเชื่อมต่อกัน เสาเข็มที่เรานำมาเชื่อมต่อกันจะต้องมีขนาดของพื้นที่หน้าตัดเหมือนกัน ในการตอกคือ ต้องตอกเสาท่อนแรกลงไปใน ดินจนเกือบมิดก่อนแล้วใช้ปั้นจั่นดึงเสาท่อนที่สองขึ้นมาจรดกับเสาท่อนแรกในแนวตรง แล้วทำการ เชื่อมเหล็กที่ขอบเสาตรงรอยต่อให้ติดกัน การเชื่อมจะต้องเชื่อมอย่างดี เชื่อม โดยรอบให้เสาทั้ง 2 ท่อนต่อกันอย่างสนิทและเป็นแนวเส้นตรง จากนั้นจึงใช้ปั้นจั่นตอกลงไปต่อ
การตอกเสาเข็มให้ลึกถึงระดับนั้น เราจะรู้ได้อย่างไร การจะดูว่าการตอกเสาเข็มได้ลึกถึงระดับแล้ว เราก็ต้องดูว่าการตอกเสาเข็มในแต่ละจุดเสร็จสิ้นเรียบร้อยได้ผลตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่นั้น มิใช่ดูแต่เพียงว่าเสาเข็มตอกจมมิดลงไปในดินเท่านั้น แต่จะต้องดู จำนวนครั้งในการตอกเสาเข็ม ( blow count ) ว่าเสาเข็มแต่ละต้นใช้ จำนวนครั้งในการตอกเท่าใดจนเสาเข็มจะจม ถ้าจำนวนครั้งในการตอกน้อยเกินไป คือสามารถตอกลงไปได้ง่าย แสดงว่าความแน่นของดิน ที่จุดนั้นที่จะใช้ในการรับน้ำหนักยัง ไม่เพียงพอ อาจจะต้องมีการต่อเสาเข็มและตอกเพิ่มลงไปอีกจนกว่าจำนวนครั้งในการตอกจะ เป็นไปตามที่กำหนด ในทางตรงกันข้าม ถ้าจำนวนครั้งในการตอกมากเพียงพอแล้วแม้ว่าเสาเข็มที่ตอกนั้น จะยังจมไม่ มิดก็อาจแสดงว่าความแน่นของดินที่จุดนั้นที่จะใช้ในการรับน้ำหนักเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นจะตอกต่อลงไปอีก เพราะการฝืนตอกต่อไปอาจทำให้เสาเข็มแตกหักหรือชำรุดได้ ส่วนจำนวนครั้งในการตอกเสาเข็ม แต่ละต้นควรจะเป็นเท่าใดนั้นวิศวกรจะเป็นผู้กำหนด ทั้งนี้ยังต้องคำนึงถึงชนิด ขนาด และอื่นๆ ของเสาเข็มเป็นสำคัญ

งานพื้น คอนกรีต

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

งานพื้น นับว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญของบ้าน โดยปกติแล้ว คอนกรีตอัดแรง นั้น กำหนด มาตรฐานของการรับน้ำหนักไว้ที่ 15 เมกาปาสกาล (150 กิโลกรัมแรงต่อตารางเซนติเมตร) ดูกฎกระทรวงเพิ่มเติมได้ ดังนั้นเวลาเลือกพื้นสำเร็จรูปต้องดูตรงนี้ด้วย แต่ส่วนใหญ่แล้ว ก็ มากกว่า 150kg/sq.cm. อยู่แล้ว

หลักการ ก็ไม่ง่ายไม่ยาก ดูตามตารางนี้ได้เลย

ควร ไม่ควร
1.ตรวจร่องรอยการแอ่นตัวของพื้น
ขณะที่ทำการเทคอนกรีตทับหน้า ด้วย
1.สกัดหลังคานเพื่อปรับระดับการวางแผ่นพื้น
2.ทำค้ำยันกึ่งกลาง หากพื้นสำเร็จมีความยาวแผ่นพื้นเกินกว่า 4.00 เมตร 2.เทคอนกรีตทับหน้าหนากว่าที่กำหนด
3.พื้นชั้นล่างควรผสมน้ำยากันซึม
เพื่อป้องกันความชื้นจากพื้นดิน
 

การขออนุญาตปลูกอาคารหรืออื่นๆล่วงล้ำแม่น้ำ

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

สิ่งปลูกสร้างใดบ้าง ที่เราสามารถทำการขออนุญาตปลูกสร้างล่วงล้ำแม่น้ำได้ และต้องเตรียมเอกสารใดบ้างใช้เป็นหลักฐานในการขออนุญาต ยู-ด้า ปั้นจั่น จึงขอให้ท่านที่มีพื่นที่ติดแม่น้ำ ลำคลอง ได้ศึกษา กฎหมายข้างล่างนี้ไว้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวางแผนก่อนที่ปลูกสิ่งก่อสร้างใด ๆลงไป (กฏกระทรวงฉบับที่ 63 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 )
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 117 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 14)พ.ศ. 2535 และมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2477 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ในกฎกระทรวงนี้

“ล่วงล้ำลำแม่น้ำ” หมายความว่า ล่วงล้ำเข้าไปเหนือน้ำ ในน้ำ และใต้น้ำของแม่น้ำ ลำคลองบึง อ่างเก็บน้ำ ทะเลสาบ อันเป็นทางสัญจรของประชาชนหรือที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน หรือทะเลภายในน่านน้ำไทย หรือบนชายหาดของทะเลดังกล่าว

ข้อ 2 ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำ ให้ยื่นคำขอตามแบบที่อธิบดีกรมเจ้าท่ากำหนด โดยระบุวัตถุประสงค์ในการใช้อาคารหรือสิ่งอื่นใดที่ขออนุญาต พร้อมด้วยหลักฐานและเอกสาร ดังต่อไปนี้

(1) ทะเบียนบ้านและภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายบัตร ประจำตัวข้าราชการ หรือภาพถ่ายบัตรแสดงฐานะอย่างอื่นที่ออกโดยส่วนราชการ

(2) หลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง หรือเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาที่ดินที่ติดต่อกับแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำ ทะเลสาบ อันเป็นทางสัญจรของประชาชนหรือที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน หรือทะเลภายในน่านน้ำไทยหรือบนชายหาดของทะเลดังกล่าว

(3) แบบแปลนและรายละเอียดของอาคารหรือสิ่งอื่นใดที่ขออนุญาตปลูกสร้างล่วงล้ำลำแม่น้ำ ต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมสาขาวิศวกรรมโยธาตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรมเป็นผู้รับรอง เว้นแต่อาคารหรือสิ่งอื่นใดที่ขออนุญาตปลูกสร้างล่วงล้ำลำแม่น้ำนั้นจะมีขนาดเล็ก และโครงสร้างทำด้วยไม้หรือวัสดุอื่นที่ไม่คงทนถาวร ไม่จำเป็นต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมสาขาวิศวกรรมโยธารับรอง

(4) แผนผังแสดงบริเวณที่ขออนุญาตและบริเวณใกล้เคียง ที่จะปลูกสิ่งก่อสร้าง

(5) หนังสือของจังหวัดที่อาคารหรือสิ่งอื่นใดที่ขออนุญาตปลูกสร้างล่วงล้ำลำแม่น้ำตั้งอยู่รับรองว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อแผนพัฒนาจังหวัด ผังเมือง และการรักษาสภาพแวดล้อมของจังหวัด

(6) รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

(7) หลักฐานหรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องที่อธิบดีกรมเจ้าท่ากำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคล ให้ยื่นคำขอพร้อมสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคลที่ระบุชื่อผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล และหลักฐานเอกสารตามวรรคหนึ่ง (2) (3) (4) (5)และ (7)

ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอเป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ให้ยื่นคำขอพร้อมหลักฐานและเอกสารตาม (3) (4) (5) และ (6)

ข้อ 3 ผู้ขออนุญาตปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง หรือเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาที่ดินที่ติดต่อกับแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำ ทะเลสาบ อันเป็นทางสัญจรของประชาชนหรือที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน หรือทะเลภายในน่านน้ำไทยหรือบนชายหาดของทะเลดังกล่าว

ข้อ 4 ลักษณะของอาคารและการล่วงล้ำที่พึงอนุญาตได้ มีดังต่อไปนี้

(1) ท่าเทียบเรือ

ก. ต้องมีโครงสร้างที่ไม่ทำให้ทิศทางการไหลของน้ำเปลี่ยนแปลง มีช่องโปร่งระหว่างเสาไม่น้อยกว่า 3 เมตรพื้นท่าเทียบเรือในแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำ ทะเลสาบ อันเป็นทางสัญจรของประชาชนหรือที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน

ข. ต้องไม่มีลักษณะเป็นแผ่นคอนกรีตปิดทับตลอด ให้มีช่องว่างเพื่อให้แสงแดดส่องผ่านถึงพื้นน้ำใต้ท่าได้ และไม่มีสิ่งก่อสร้างอื่นใดบนพื้นท่าเทียบเรือ นอกจากสิ่งก่อสร้างที่จำเป็นอันเป็นส่วนประกอบของท่าเทียบเรือนั้น

ค. ปลายสุดของท่าเทียบเรือต้องไม่เกินแนวน้ำลึกหน้าท่าเมื่อน้ำลงต่ำสุด ลึกกว่าอัตรา กินน้ำลึกเต็มที่ของเรือที่เข้าเทียบท่าตามความจำเป็น โดยคำนึงถึงขนาดเรือและลักษณะภูมิประเทศ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 1 ใน 3 ของความกว้างของแม่น้ำ

ง. ต้องสร้างตามแนวเขตที่ดินที่ผู้ขออนุญาตมีกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองเป็นแนวตรงยื่นจากฝั่ง

จ. ท่าเทียบเรือที่ผ่านชายหาดต้องไม่ปิดกั้นการที่ประชาชนจะใช้สอย หรือเดินผ่านชายหาด

(2) สะพานปรับระดับและโป๊ะเทียบเรือ

ก. สะพานปรับระดับต้องมีขนาดที่เหมาะสมกับโป๊ะเทียบเรือ มีราวลูกกรงที่แข็งแรงทั้งสองด้าน และความลาดชันของสะพานต้องไม่มากกว่า 1:2 เมื่อน้ำลงต่ำสุด

ข. โป๊ะเทียบเรือต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรง ทนทาน และมีความปลอดภัย มีอัตราการลอยตัวสูง โดยเมื่อรับน้ำหนักสูงสุดแล้ว

ค. พื้นของโป๊ะเทียบเรือต้องอยู่สูงจากระดับน้ำไม่น้อยกว่า 40 เซนติเมตร และมีราวลูกกรงที่แข็งแรงทุกด้าน ยกเว้นด้านที่เรือเทียบและส่วนที่ต่อกับสะพานปรับระดับ

(3) สะพานข้ามแม่น้ำหรือสะพานข้ามคลอง

ก. ต้องมีโครงสร้างที่ไม่ทำให้ทิศทางการไหลของน้ำเปลี่ยนแปลง

ข. ต้องมีความสูงและความกว้างของช่องลอดใต้สะพานตามที่อธิบดีกรมเจ้าท่ากำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

(4) ท่อหรือสายเคเบิล

ก. การวางท่อหรือสายเคเบิลผ่านชายหาดของทะเลหรือชายตลิ่ง ต้องฝังท่อหรือสายเคเบิลใต้พื้นดินไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร โดยมิให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของท่อหรือสายเคเบิลพ้นขึ้นมาเหนือพื้นดิน

ข. การปักเสาไฟฟ้าพาดสายเพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้า หรือเพื่อการอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและการปักเสาวางท่อน้ำประปาหรือเพื่อการอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันให้ปักเสาให้ชิดแนวขอบฝั่งมากที่สุด เพื่อมิให้กีดขวางทางเดินเรือ

(5) เขื่อนกันน้ำเซาะ

ก. ต้องมีรูปแบบที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่องน้ำ ตลิ่ง และบริเวณข้างเคียง

ข. ต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรงและอยู่ในแนวฝั่งเดิมมากที่สุด หากมีส่วนที่ยื่นเข้าไปในน้ำให้มีเฉพาะส่วนที่จำเป็น

ค. ความลาดชันของเขื่อนกันน้ำเซาะไม่เกิน 1:3 โดยแนวสันเขื่อนด้านบนต้องอยู่ที่แนวกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดิน สำหรับบริเวณลำน้ำที่แคบหรืออาจเป็นอันตรายต่อการเดินเรือ เขื่อนต้องมีลักษณะตั้งตรงและไม่มีความลาดชันยื่นออกมา

(6) คานเรือ

แนวรางรองรับเรือต้องยาวยื่นจากฝั่งเพียงพอที่จะชักลากเรือขนาดใหญ่ที่สุดที่คานเรือนั้นจะสามารถรับซ่อมทำได้ในเวลาน้ำลงต่ำสุด

(7) โรงสูบน้ำ

ก. โรงที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ต้องอยู่บนฝั่งหรืออยู่ใกล้ฝั่งมากที่สุด

ข. การต่อท่อสูบน้ำ เมื่อต่อเชื่อมกับเครื่องสูบน้ำแล้วต้องวางขนานกับแนวเสาของโรงสูบน้ำจนถึงพื้นดิน แล้วจึงวางนอนไปตามแนวพื้นดินใต้น้ำ และปลายท่อต้องอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำลงต่ำสุดไม่น้อยกว่า 1 เมตร

ข้อ 5 เจ้าท่าอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำที่ไม่มีลักษณะตามข้อกำหนดในข้อ 4 เป็นการเฉพาะรายได้ และเมื่อเจ้าท่าได้อนุญาตแล้ว ให้ประกาศลักษณะของอาคารหรือลักษณะของการล่วงล้ำลำแม่น้ำนั้นในราชกิจจานุเบกษาและให้ถือเป็นหลักเกณฑ์ในการอนุญาตต่อไปได้

ข้อ 6 อาคารและการล่วงล้ำลำแม่น้ำนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อ 4 และข้อ 5 จะอนุญาตไม่ได้ เว้นแต่เป็นของทางราชการหรือรัฐวิสาหกิจและปลูกสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ

ข้อ 7 หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำมีดังต่อไปนี้

(1) ลักษณะหรือสภาพของอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำต้องไม่เป็นอันตรายต่อการเดินเรือหรือทำให้ทางน้ำเปลี่ยนแปลงไป หรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

(2) อาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำที่จะอนุญาตให้ปลูกสร้างได้ ต้องมีลักษณะของอาคารและการล่วงล้ำที่พึงอนุญาตได้ตามข้อ 4 และข้อ 5

(3) อาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำที่จะอนุญาตให้ปลูกสร้างได้ ต้องไม่อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีประกาศของกรมเจ้าท่าห้ามปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำ ประกาศดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีและประกาศในราชกิจจานุเบกษา

(4) การอนุญาตให้ใช้พื้นที่ล่วงล้ำลำแม่น้ำ ให้กระทำได้เพียงเท่าที่จำเป็นและสมควร เฉพาะตามวัตถุประสงค์ในการใช้อาคารหรือสิ่งอื่นใดที่ล่วงล้ำลำแม่น้ำนั้น

(5) การอนุญาตให้ใช้พื้นที่ล่วงล้ำลำแม่น้ำต้องไม่เป็นการขัดต่อกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารหรือกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง

ข้อ 8 เมื่อเจ้าท่าได้รับคำขออนุญาตปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำแล้ว ให้ เจ้าท่าตรวจสอบว่าผู้ขออนุญาตยื่นหลักฐานและเอกสารครบถ้วนและถูกต้องหรือไม่ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขออนุญาต

ในกรณีที่เจ้าท่าเห็นว่าอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำที่ขออนุญาตปลูกสร้างเป็นกรณีที่ไม่อาจอนุญาตได้ ให้เจ้าท่าแจ้งให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขออนุญาต

ในกรณีที่เจ้าท่าเห็นว่าผู้ขออนุญาตยื่นหลักฐานและเอกสารไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และเป็นกรณีที่อาจอนุญาตให้ปลูกสร้างได้ ให้เจ้าท่ามีอำนาจสั่งให้ผู้ขออนุญาตส่งหลักฐานและเอกสารให้ครบถ้วนหรือให้ถูกต้องภายในเวลาที่เจ้าท่ากำหนด

ให้เจ้าท่าตรวจพิจารณาและออกใบอนุญาตภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับหลักฐานและเอกสารครบถ้วนและถูกต้องจากผู้ขออนุญาต

ข้อ 9 ให้เจ้าท่ากำหนดเงื่อนไขในใบอนุญาตได้ตามที่เห็นว่าเหมาะสมและจำเป็น เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือผลประโยชน์ของประชาชน

ข้อ 10 ผู้รับอนุญาตต้องเริ่มดำเนินการปลูกสร้างภายในสิบสองเดือน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต ถ้าผู้รับอนุญาตไม่เริ่มดำเนินการปลูกสร้างภายในเวลาดังกล่าว ให้ใบอนุญาตเป็นอันสิ้นผล

ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตไม่อาจเริ่มดำเนินการปลูกสร้างภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ผู้รับอนุญาตอาจยื่นคำขอขยายระยะเวลาเริ่มดำเนินการปลูกสร้าง ต่อเจ้าท่าตามแบบที่อธิบดีกรมเจ้าท่ากำหนดได้

เมื่อเจ้าท่าได้รับคำขอตามวรรคสองแล้ว ให้พิจารณาคำขอพร้อมเหตุผลในการขอขยายระยะเวลา เมื่อเห็นเป็นการสมควรให้เจ้าท่าอนุญาตให้ขยายระยะเวลาได้ครั้งละหกเดือนแต่ไม่เกินสองครั้ง

ข้อ 11 ผู้รับอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำ ผู้ใดประสงค์จะโอนสิทธิในการปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำ ให้ผู้นั้นหรือผู้รับโอนแจ้งให้เจ้าท่าทราบ โดยยื่นหลักฐานการโอนสิทธิและหลักฐานและเอกสารตามข้อ 2 (1) และ (2) ต่อเจ้าท่าด้วย

เมื่อเจ้าท่าได้รับแจ้ง และตรวจสอบหลักฐานเห็นว่าถูกต้องแล้ว ให้ออกหนังสือรับทราบการโอนสิทธิดังกล่าว และเพื่อประโยชน์ในการเรียกเก็บค่าตอบแทนให้ถือว่าผู้รับโอนสิทธิเป็นผู้รับอนุญาต

ให้นำความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับกับกรณีที่ผู้รับอนุญาตตายด้วยโดยอนุโลม

ข้อ 12 การยื่นคำขออนุญาตปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำและการแจ้งการโอนสิทธิในการปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำ ให้ยื่น ณ กรมเจ้าท่า หรือยื่นที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค หรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา ซึ่งอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำที่ขออนุญาตปลูกสร้างตั้งอยู่ในเขตความรับผิดชอบของสำนักงานเจ้าท่านั้น ๆ ก็ได้

ข้อ 13 ผู้ใดปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2535 ใช้บังคับ โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต ถ้าได้เสียค่าปรับอย่างสูงตามกฎหมายและได้ยื่นคำขออนุญาตภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้เจ้าท่าพิจารณาอนุญาตได้โดยมิให้นำข้อ 6 และข้อ 7 (2) มาใช้บังคับ แต่ในกรณีที่อาคารหรือสิ่งอื่นใดดังกล่าวมีลักษณะหรือสภาพเป็นอันตรายต่อการเดินเรือ หรืออาจทำให้ทางน้ำเปลี่ยนแปลงไป หรือเกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อม เจ้าท่าจะสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองรื้อถอน ปรับปรุง หรือแก้ไขอาคาร หรือสิ่งอื่นใดนั้นก่อนก็ได

การถมที่ดิน อีกปัจจัยหนึ่งก่อนปลูกสิ่งก่อสร้าง

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

dsc04928

ภาพ การดำเนินงาน ของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

dsc04930

ภาพ การดำเนินงาน ของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

ถมดินก่อนปลูกสิ่งก่อสร้าง ต้องถมให้ดินมีความแน่นแข็ง และมีความสูงในระดับที่เหมาะสมนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาทิ

1. พื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ราบลุ่ม ดินมีอ่อนตัวมากน้อยเพียงไร เคยเกิดปัญหาน้ำท่วมบ้างหรือไม่ และระดับความท่วมสูงแค่ไหน
2. ระดับความสูงของท่อระบายน้ำสาธารณะในพื้นที่นั้น ซึ่งเราต้องถมดินให้มีความสูงกว่าความสูงของท่อระบายน้ำ เพื่อจะได้ไม่
ประสบปัญหาการระบายน้ำในภายหลัง
3. ระดับความสูง ของถนน ของพื้นที่นั้น และพื้นที่บริเวณที่ใกล้เคียง ซึ่งหากเราถมให้สูงกว่าถนนไว้ก็จะดี

ถมดินไม่ให้เกิดการทรุดตัว เช่น
1. มีการปรับพื้นที่ที่ถมดิน ให้มีความพร้อมในการถม เช่น หากพื้นที่มีน้ำท่วมขัง ต้องระบายน้ำออก และทำให้พื้นที่นั้นแห้ง
2. จัดเก็บขยะ กิ่งไม้ใบไม้ หรือเศษวัสดุต่าง ๆ ออกให้หมด
3. ชนิดของดินที่ถม ที่นิยมกัน คือ ดินลูกรัง ทำไมจึงต้องใช้ลูกรัง ถมดินในการปลูกสร้าง ก็เพราะดินลูกรังบดอัดได้ดี และเมื่อ
มีการบดอัดแล้วจะแน่นแข็ง
4. ระหว่างถมดิน ต้องมีการบดอัดดินให้แน่น เพื่อป้องกันการยุบตัวของดิน

ก่อนเริ่มทำการถม ควรมีการทำระดับอ้างอิงไว้เพื่อตรวจสอบ เช่นการพ่นสี ตอกตะปูกำหนดระดับไว้ตามเสาไฟฟ้า หรือสิ่งก่อสร้างข้างเคียงที่มีลักษณะถาวร ไม่เคลื่อนย้าย เมื่อผู้รับเหมาจะส่งมอบงานจะได้ทำการตรวจสอบได้ครับ

นอกจากนั้น ราคาดินยังขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัยเช่น
1. ระยะทาง (จากบ่อดิน ถึง สถานที่ถมดิน)
2. ชนิดของดินทีนำมาถม ซึ่งจะมีราคา และคุณภาพ และลักษณะการใช้งานแตกต่างกันไป
3. ลักษณะการถมดิน (ขึ้นอยู่ข้อตกลงกัน) เช่น อาจถมอย่างเดียว หรือถมด้วยบดดินไปด้วย เป็นต้น
4. ขนส่ง ใช้รถบรรทุกเป็นส่วนมาก ความกว้างของกะบะรถ10 ล้อ ก็ประมาณ 2.5 x 6 ม. ส่วนความสูง-ส่วนมากจะนับกันเป็น”ไม้”
เช่น ไม้ 1 , ไม้ 2 “ไม้” คือ ไม้ที่เป็นซี่วางตามนอนด้านข้างกะบะ นับจากล่างขึ้นบน รถแต่ละคันจะไม่เท่ากัน
ถ้าคิดปริมาตร 2.5 x 6 x สูงซัก1.2 ม. จะได้ 18 ลบ.ม. ส่วนใหญ่ ดินจะคิดค่าความโปร่งที่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์