กระสอบป่าน ปลีก - ส่ง

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized, ความรู้ทั่วไป

กระสอยป่าน ใบใหญ่

20140704_160943

20140704_161047

20140704_160926-11

กระสอบป่าน ปลีก - ส่ง
ติดต่อ: โทร 081- 9969040

เสาเข็มตอก กับ ลักษณะปัญหาที่เกิดกับ เสาเข็ม

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized, ความรู้ทั่วไป

ชนิดของเสาเข็ม (Types of Pile)  แบ่งชนิดของเสาเข็มตามระบบ CP 2004 : 1972 ที่แบ่งตามการเคลื่อนที่ของดินในระหว่างการติดตั้งเสาเข็ม มี 3 ชนิดใหญ่ ๆ คือ
1. Very Large Displacement Pile เป็นชนิดของเสาเข็มที่ทำให้เกิดการเคลื่อนตัวของดินมากในระหว่างการติดตั้งเสาเข็ม เสาเข็มชนิดนี้ได้แก่
    1.1 เสาเข็มหล่อในที่ (Driven and Cast n Place) โดยการตอกแบบลงไปในดินก่อนเทคอนกรีต 
          - ความยาวเสาเข็มประมาณ 24-36 เมตร
          - ความสามารถในการรับน้ำหนักมากสุดประมาณ 1,500 kn.
    1.2 เสาเข็มตอก (Driven  precast concrete or Prestressed concrete pile) เป็นเสาเข็มคอนกรีตหล่อสำเร็จ
          - ความยาวเสาเข็มประมาณ 27 เมตร
          - ความสามารถในการรับน้ำหนักมากสุดประมาณ 1,000 kn.
    1.3 เสาเข็มไม้ (Timber Pile) เหมาะสมสำหรับสภาพดินที่อยู่ใต้ระดับน้ำใต้ดิน
          - ความยาวเสาเข็มประมาณ 20 เมตร
          - ความสามารถในการรับน้ำหนักมากสุดประมาณ 600 kn.
2. Small Displacement Pile เป็นชนิดของเสาเข็มที่ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของดินเพียงเล็กน้อยในระหว่างการติดตั้ง เสาเข็มชนิดนี้ได้แก่
    2.1 Rolled Steel Section Pile รูปหน้าตัดของเสาเข็มเป็น H-beam หรือ l-beam หรือ Pipe Pile
          - ความยาวเสาเข็มประมาณ 36 เมตร
          - ความสามารถในการรับน้ำหนักมากสุดประมาณ 1,700 kn.
    2.2 Screw Pile เหมาะสำหรับงานโครงสร้างชายทะเล เนื่องมาจากเป็นเสาเข็มที่รองรับได้ทั้ง Tension และ Compression
           - ความยาวเสาเข็มประมาณ 24 เมตร
           - ความสามารถในการรับน้ำหนักมากสุดประมาณ 2,500 kn.
3. No Displacement Pile เป็นเสาเข็มชนิดที่ไม่เกิดการเคลื่อนตัวของดินในระหว่างการติดตั้งเสาเข็มชนิดนี้ได้แก่ เสาเข็มเจาะ (Bored and Cast in Place Pile)
    - เสาเข็มเจาะระบบแห้ง (Dry Process) เหมาะกับสภาพดินที่ไม่มีน้ำ ความลึกประมาณชั้นทรายชั้นแรกหรือประมาณ 21-24 เมตร
    - เสาเข็มเจาะระบบเปียก (Wet Process) เหมาะสำหรับงานก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เสาเข็มที่มีความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกมาก

สาเหตุทั่วไปของปัญหาที่เกิดกับเสาเข็ม
1. การออกแบบไม่ถูกต้อง
2. การขนส่ง
3. การตอกเสาเข็ม
4. การควบคุมคุณภาพการผลิตและอายุของเสาเข็มไม่ได้ตามที่กำหนด
5. ปั้นจั่นตอกเสาเข็มเสียขณะตอกเสาเข็มยังไม่เสร็จ

ลักษณะของปัญหาที่เกิดกับเสาเข็มตอก

- เสาเข็มที่จะนำมาใช้งานจะต้องมีคุณภาพและวิธีการทำงานถูกต้องตามมาตรฐานที่กำหนดในแบบรูปรายการและสัญญาจ้าง หรือตามมาตรฐาน วสท. อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าผู้ควบคุมงานจะปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัดแล้วมักจะมีปัญหาในการทำงานที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ เช่น

1. เสาเข็มแตกร้าว, หัวเสาเข็มแตกหรือหัวเสาเข็มบิ่น, เสาเข็มหัก
    เสาเข็มแตกร้าว
    1. สาเหตุ  คุณภาพคอนกรีตของเสาเข็ม
        การป้องกันและแก้ไข  ตรวจสอบคุณภาพและอายุของคอนกรีต

    2. สาเหตุ ความเค้นตามแนวแกน (Tensile Stress) มากเกินไปเนื่องจากการตอกเข็มที่มีขนาดยาวผ่านชั้นดินอ่อนหรือกรณีตอกไปยังชั้นดินแข็งมาก ๆ หรือหิน
        การป้องกันและแก้ไข ลดระยะยกของตุ้มลง เพิ่มไม้เนื้ออ่อนเป็นวัสดุรองรับ (Cushion Material) ระหว่างหมวกเหล็กกับเสาเข็มและควบคุม Tensile Stress

    3. สาเหตุ ความเค้นตามแนวแกนรวมกับแรงตึง (Tensile Stress and Tension Stress) อันเนื่องมาจากการจำกัดการเคลื่อนไหวระหว่างปั้นจั่นกับเสาเข็มหรือช่องว่างระหว่างหมวกกับตัวเสาเข็มแน่นและคับมาก
        การป้องกันและแก้ไข ปรับเสาเข็มให้สามารถเคลื่อนตัวได้ขณะทำการตอกเสาเข็ม

    หัวเสาเข็มแตกหรือบิ่น
    1. สาเหตุ แรงอัด (Over Compressive Stress) จากแรงกระแทกของปั้นจั่นที่มากเกินไปหรือวัสดุรองรับหัวเสาเข็ม (Pile Cushion) ไม่เพียงพอ
        การป้องกันและแก้ไข
        - ตรวจสอบ
          - การใช้น้ำหนัก, ขนาดของตุ้มและปั้นจั่นให้เหมาะสมกับน้ำหนักเสาเข็ม
          - ควบคุมระยะยก (ใช้ตุ้มขนาดใหญ่ยกเตี้ย ๆ ดีกว่าตุ้มเล็กยกสูง)
          - เพิ่มวัสดุรองรับหัวเสาเข็ม (Pile Cushion) ให้หนาขึ้น

    2. สาเหตุ แรงตัด (Bending Stress) อันเนื่องมาจากพื้นที่หน้าตัดหัวเข็มไม่สม่ำเสมอหรือไม่ตั้งฉาก แรงกระแทกจากปั้นจั่นจะไปยังจุดใดจุดหนึ่งของหัวเสาเข็มแทนที่จะทั่วทั้งพื้นที่ของหัวเสาเข็ม
        การป้องกันและแก้ไข  จัดระนาบให้ตั้งฉากกับหน้าปั้นจั่นที่กระแทกลงมาที่หัวเสาเข็มอย่างเต็มระนาบ ตรวจดูแนวดิ่งเสาเข็มและปั้นจั่น (Alignment) และจุดกระทบของลูกตุ้ม (Drop Hammer) 

    3. สาเหตุ เหล็กเสริมรับแรงอัด (Prestressing Steel) ไม่ไปสุดที่ปลายเสาเข็มทำให้เกิดแรงเค้น (Stress) มากเกินไปที่บริเวณหัวเสาเข็ม 
        การป้องกันและแก้ไข  ควบคุมการผลิต    

   4. สาเหตุ  มีเหล็กเสริมปลอกเกลียว (spiral reinforcement) ไม่พอ
       การป้องกันและแก้ไข เพิ่มเหล็กเสริมปลอกเกลียว (spiral) ส่วนที่ยังขาดโดยเฉพาะส่วนหัวของเสาเข็ม

 เสาเข็มหัก
ข้อสังเกต
- ค่า Blow Count ลดลงอย่างกระทันหันและอย่างมากในทันที และไม่สูงขึ้นอีก หรือสูงขึ้นช้ามากหรือเสาเข็มเอียงผิดปกติมาก
  1. สาเหตุ  แรงอัด (Over Compressive Stress) จากแรงกระแทกของปั้นจั่นที่มากเกินไป หรือวัสดุรองหัวเสาเข็ม (Pile Cushion) ไม่เพียงพอ
     การป้องกันและแก้ไข ควบคุมการตอก โดยการตรวจสอบระยะยกของลูกตุ้ม ตรวจสอบดิ่งของเสาเข็ม และค่า Blow Count ขณะตอก 
  2. สาเหตุ  แรงอัด (Over Compressive Stress) จากการสั่นไหวของเสาเข็ม (Wave up/Wave down) ในการตอกเสาเข็มขนาดยาวผ่านชั้นดินอ่อน
      การป้องกันและแก้ไข 
      - ควบคุมการตอกเสาเข็มในเข็มท่อนแรกที่ผ่านชั้นดินอ่อนให้ควบคุมระยะตอก (ยกตุ้มเตี้ย ๆ)
      - ตรวจวัดแรงเค้นตามแนวแกน (Tensile Stress)
  3. สาเหตุ  รอยเชื่อม รอยต่อขณะทำการตอก
      การป้องกันและแก้ไข ปรับปรุงคุณภาพของการต่อเชื่อมตามมาตรฐาน AWS (American Welding Society)

  4. สาเหตุ  เสาเข็มหักที่ปลาย เนื่องมาจากการตอก เสาเข็มไปยังชั้นดินแข็งมาก ๆ หรือชั้นหิน
      การป้องกันและแก้ไข  ใส่ครอบปลายเข็ม (pile Shoe)  หรือปลายเสาเข็ม (Pile Tip) หรือเพิ่มเหล็กเสริมตามปลายเสาเข็ม 
  
2. เสาเข็มเอียง
    สาเหตุ
    1. แรงดันด้านข้างของดินอ่อนจากการขุดเพื่อเปิดหน้าดิน
    2. รอยเชื่อมต่อระหว่างเข็ม 2 ท่อนเปิดออก
    3. ตอกเสาเข็มบนดินถมบริเวณลาดดินถม (Embankment) ที่เพิ่งถม เช่น งานสะพาน ทำให้เกิดการบีบอัดของดินในภายหลัง (Lateral Squeeze) ทำให้เข็มเอียง
    การป้องกันและแก้ไข
    1. ระมัดระวังในการก่อสร้างที่มีน้ำหนักบรรทุกสมทบบนผิวดิน (Surcharge) ที่มีผลต่อเสาเข็มที่ตอกไปแล้ว
    2. ตรวจสอบหาความสมบูรณ์ของเสาเข็ม (Pile Integrity) เพื่อหาสภาพความสมบูรณ์ของเสาเข็ม
    3. รอดินถมให้เกิดการทรุดตัวคงที่ (Settlement) จนถึง 90% ของการยุบตัว (Consolidation) ก่อนการตอกเสาเข็ม

3. เสาเข็มหนีศูนย์
    วสท.กล่าวถึงในภาควิชาวิศวกรรมโครงสร้างหมวด 1 -เสาเข็ม โดยกำหนดดังนี้
    - ให้เสาเข็มตอกผุดจากตำแหน่งที่กำหนดไม่เกิน 5 ซม.
    - ระยะมากที่สุดที่ปลายเสาเข็มจะผิดจากสันดิ่งจากหัวเสาเข็มต้องไม่เกิน 0.1 % ของความยาวของเสาเข็ม
     สาเหตุ
     1. เนื่องจาก Pile Alignment กับแนวของปั้นจั่นขณะทำการตอกไม่ตรงกัน
     2. ความผิดพลาดเนื่องจาก  Survey จาก Grid line
     3. แรงดันดินด้านข้างของดินเนื่องจากมีการเคลื่อนตัวของเสาเข็มที่ตอก
     4. แรงดันดินข้างซึ่งรับดินจากดินถมช่วงเปิดหน้าดิน
      ผลกระทบ
      1. เกิดโมเมนต์ที่ฐานราก
      2. เสาเข็มรับน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นจนเกินน้ำหนักปลอดภัย
      การป้องกันและแก้ไข
      1. ควบคุมคุณภาพการตอกเสาเข็ม
      2. หาจุดอ้างอิง (Reference) หมุดหลักที่ถูกต้อง
      3. จัดทำผังทางเดินปั้นจั่นและควบคุมการเคลื่อนที่ของดินไปในทิศทางเดียวกัน
      4. หลีกเลี่ยง Surcharge บริเวณที่ตอกเข็ม 
4. เสาเข็มไม่ได้ Blow Count
     ข้อสังเกต
    - อาจพบได้ในพื้นที่ที่ชั้นดินมีลักษณะเปลี่ยนแปลงมาก
    สาเหตุ
    1. ขึ้นอยู่กับเกณฑ์กำหนด (Criteria) ที่ต่างกันส่วนใหญ่ที่มาจาก Dynamic Formula จากปั้นจั่นและอุปกรณ์ในการตอก ทำให้ได้ค่าการป้องกัน (Over Conservative) เช่น การใช้ Hiley Formula 
    2. ความผิดปกติของชั้นดินที่ไม่มี Soil Boring
    3. เสาเข็มหัก
    การป้องกันและแก้ไข
    1. ใช้สมการในการวิเคราะห์การสั่นไหวของเสาเข็ม (Wave Equation Analysis of Pile) ในการวิเคราะห์หาจำนวนโดยอาจเปรียบเทียบกับสูตร Dynamic Formula หลาย ๆ สูตร
    2. เจาะสำรวจดินบริเวณนั้น
    3. ทดสอบโดยการหาความสมบูรณ์เสาเข็ม

5. เสาเข็มไม่ได้ Tip 
    สาเหตุ
    1. ไม่มีข้อมูลการสำรวจโครงสร้างดิน (Structure Subsurface Investigation) 
    2. ความผิดพลาดจากวิศวกรผู้ออกแบบ คุมงานที่ใช้ระดับชั้นทรายจากค่า Soil Boring เป็นเกณฑ์ในการหาระดับปลายเสาเข็ม (Tip Elevation) เข็มจะเสียหายเนื่องจากพยายามเข่นเสาเข็มให้ลงไปถึง Tip ที่ต้องการทำให้เกิด Overstress
    การป้องกันและแก้ไข
    1. เจาะสำรวจดินทำ Soil Boring
    2. ออกแบบใหม่หรือวิเคราะห์โดยการใช้ค่า Blow Count ประกอบ หาก Blow Count ได้ก่อนถึง Tip ที่ต้องการให้หยุดแล้วใช้การทดสอบโดย Static หรือ Dynamic Load Test

6. เสาเข็มสั้นหรือยาวเกินไป
     1.  สาเหตุ
         1. ไม่มี Soil Boring
         2. เสาเข็มยังไม่ได้ Blow Count
         การป้องกันและแก้ไข
        1. เจาะสำรวจดินทำ Soil Boring
        2. ให้ต่อความยาวของเสาเข็มและหาน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็มโดยใช้ Dynamic Load Test
ผลการเจาะสำรวจชั้นดิน - ชั้นดินที่ระดับความลึก 13.50 ม. เท่ากับ 47 Blows (Hard>32 Blows : over 40 T/m 2)

    2. สาเหตุ
        1. Over Compressive Stress จากการใช้ Dynamic Formula ในการคำนวณหาน้ำหนักบรรทุกเสาเข็ม
        การป้องกันและแก้ไข
        1. หากขัดแย้งกับ Soil Boring ให้ใช้การทดสอบโดย Static หรือ Dynamic Load Test

บทความ : www.postengineer.com

ที่ดิน 36 ไร่ ติดถนนทางหลวงหมายเลข 7 ใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง ชลบุรี

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized, ขายที่ดิน ชลบุรี ถูก สวย ทำเลดี หลายแปลง, ขายที่ดิน ระยอง ถูก สวย ทำเลดี หลายแปลง

☆☆☆☆ ที่ดิน ติดถนนทางหลวงหมายเลข 7 ใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง
และนิคมอุตสาหกรรมฯ ที่สวย ทำเลดีมาก ๆ

1400480479855-1

ติดต่อด่วน คุณอ๋, คุณเล็ก 081-9969040 line: homechon

ที่ดิน 792 ไร่ ติดถนนสาย 3138 ใกล้ถนน 331 ชลบุรี

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized, ขายที่ดิน ชลบุรี ถูก สวย ทำเลดี หลายแปลง

ที่ดิน 792 ไร่ ติดถนนทางหลวงแผ่นดิน 3138 หรือถนนสายบ้านบึง-บ้านค่าย และอีกด้านถนนสายมาบลำบิด-มาบคล้า อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี อยู่ใกล้ถนน331 ทำเลดีอยู่โซนในแหล่งนิคมอุตสาหกรรมฯ ใหญ่ หลายแห่ง ของชลบุรี ระยอง เสนอขาย
ไร่ละ 960,000บาท

สนใจที่ดินแปลงนี้ หรือแปลงอื่นๆ
ติดต่อ คุณพร ,คุณเล็ก โทร.081-9969040 line: homechon นะคะ

1399128372186

1399127449646

1399127442726

1399127460827

ที่ดิน 400 ไร่ ใกล้นิคมฯ,ท่าเรือแหลมฉบัง ชลบุรี

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized, ขายที่ดิน ชลบุรี ถูก สวย ทำเลดี หลายแปลง

นำเสนอ ที่ดิน 400ไร่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ราคาไร่ละ
950,000บาท

สนใจ ที่ดินแปลงนี้ หรือต้องการแปลงใหม่เพิ่ม
ติดต่อ คุณพร,คุณล็ก นะคะ

ตอกเสาเอก (เสาเข็มต้นแรก)

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized

ภาพจาก: การดำเนินงานของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

ภาพจาก: การดำเนินงานของยู-ด้า ปั้นจั่น (ฝ่ายปั้นจั่นรถ)

ตอกเสาเอก (เสาฤกษ์)

ในอดีตบ้านเรือนล้วนแต่เป็นบ้านที่ปลูกสร้างด้วยไม้ เพราะไม้เป็นวัสดุที่หาง่าย ราคาถูก ดังนั้นเสาของตัวบ้านจึงเป็นเสาไม้ พิธีฤกษ์ลงเสาเอกแต่ก่อนก็คือ ฤกษ์เวลาที่เรานำเสา(ไม้)หลักของบ้านหย่อนลงสู่หลุมที่เตรียมเอาไว้ จับให้เสาตั้งตรงแล้วเอาไม้ค้ำยันค้ำไว้จากนั้นก็นำดินมากลบหลุมทั้งหมด
แต่ในปัจจุบันนี้ด้วยสภาพแวดล้อมที่มีความปลียนแปลงไป ประกอบกับเทคโนโลยีที่ ทันสมัยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนมีความหลากหลาย แตกต่างกันออกไป อีกทั้งอาคารบ้านเรือนไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ส่วนใหญ่ล้วนมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตที่เสริมเหล็ก รากฐานของตัวอาคารต่างๆ จึงต้องมีความเหมาะสมแข็งแรงและสามารถรับน้ำหนักโครงสร้างได้เป็นอย่างดี การปลูกสร้างอาคารทั่วไปจึงต้องมีการตอกเสาเข็มคอนกรึต ต้องมีการเทฐานราก ทำตอม่อ แล้วจึงจะขึ้นเสาโผล่พื้นดินได้ ดังนั้นพิธียกเสาเอก กรณีเกี่ยวกับการตอกเสาเข็ม ส่วนใหญ่จะยึดถือเวลาที่ทำการตอกเสาเข็มต้นแรก เวลาที่ทำการตอกเสาเข็มต้นที่กำหนดให้เป็นเสาเอก (น่าจะเรียกว่า “ฤกษ์” เข็มเอก) การได้มาด้วย(เวลา)ฤกษ์พิธีการนั้นล้วนก็ต้องการความเป็นสิริมงคล ความรุ่งเรือง และความสบายใจให้กับตนและครอบครัว
การกำหนดฤกษ์พิธีการก็มักเกี่ยวข้องกับทิศ เดือน วัน เวลา เช่น ถ้ายกเสาเอกในเดือนอ้าย ยี่ สาม เสาเอก อยู่ทิศอีสาน, ยกเสาเอกในเดือน 4 – 5 – 6 เสาเอก อยู่ทิศอาคเนย์, ยกเสาเอกในเดือน 7 – 8 – 9 เสาเอก อยู่ทิศหรดี, ยกเสาเอกในเดือน 10 – 11 – 12 เสาเอก อยู่ทิศพายัพ
ความสำคัญของฤกษ์พิธีการมักจะถูกกำหนดเป็นเวลาที่แน่นอน เช่น เวลาตอกเสาฤกษ์ คือเวลา 9.09 น. ดังนั้นการเตรียมการต่างๆหน้างาน ที่ไม่มีความพร้อมก็อาจทำให้เกิดปัญหาขลุกขลัก สร้างความคลาดเคลื่อน ส่งผลให้การตอกเสาเข็ม(เสาเอก) ไม่ตรงกันกับเวลาฤกษ์พิธีการที่ได้กำหนดไว้

ขาย ที่ดิน เขต นิคม ปลวกแดง ระยอง

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized, ขายที่ดิน ระยอง ถูก สวย ทำเลดี หลายแปลง

**** ที่ดิน. ทำเลดี ….เขตนิคมอุตสาหกรรม ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง

- ที่ดิน 20ไร่ แบ่งขายตามหน้ากว้าง ชุมชน GK land ใกล้รีสอร์ต เข้าทาง
นิคมอิสเทิ์รนซีบอร์ดระยอง ราคา 2.5 ล้าน

- ที่ดิน 8 ไร่ ปลวกแดง ราคา 3.5ล้าน ชุมชนปลวกแดง รพ. สถานีตำรวจ อบต.
ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด คอนโด,รัศมีโดยรอบ 1-3 กม. เข้านิคมประมาณ 7 กม.
อิสเทริ์นซีบอร์ดระยอง เหมราช1,2,3 ประมาณ 13กม. อมตะระยอง15 กม. เข้าระยอง, ชลบุรี ได้หลายทาง

- ที่ดิน 7 ไร่ ๆ ละ 6.5ล้าน ติดถนน 4 เลน สภานที่ใกล้เคียงมี โรงเรียน เป็นชุมชนใหม่ อยู่ระหว่างนิคมเหมราช บ้านค่าย กับโรจนะปลวกแดง จังหวัดระยอง

- ที่ดิน 12 ไร่ อยู่ที่ ชุมชนพนานิคม มะขามคู่ นิคมพัฒนา ไร่ละ 1.8 ล้าน

ที่ดิน เลือก ลงทุนเพื่อทำกำไร

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized, ความรู้ทั่วไป

ที่ดินเปล่า เป็นอสังหาริมทรัพย์ลงทุน ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ ที่ดินแปลงขนาดย่อมๆ ในย่านที่ไม่ไกลชุมชน ที่ความเจริญกำลังเข้าถึง ที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่เสี่ยง แต่สามารถให้ผลตอบแทน ได้ดีกว่าการลงทุนชนิดอื่นๆ และมักให้ผลตอบแทนได้ดีกว่า เงินเฟ้อจุดน่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ เมื่อลงทุนแล้ว สามารถเพิ่มค่าขึ้น ได้เอง โดยอัตโนมัติ ตามความเจริญในพื้นที่ โดยไม่ต้องทำอะไรเลย เงินลงทุนก็ใช้น้อยกว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่น ไม่มีภาระ และ ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา และ ไม่ต้องกังวล กับการเสื่อมค่า หรือ การสึกหรอ ของสิ่งปลูกสร้างแต่อย่างใดแต่เดิมมา ช่องทางการลงทุนชนิดนี้ จะจำกัดอยู่ในวงแคบ เฉพาะผู้มีอันจะกินเท่านั้น เนื่องจากการซื้อที่ดินเปล่า ธนาคารมักไม่ค่อยปล่อยกู้กัน ถ้าคิดจะซื้อเก็บไว้ลงทุน ต้องซื้อเป็นเงินสดเพียงสถานเดียวแต่ปัจจุบัน การลงทุนในที่ดินเปล่า กลับกลายมาเป็นเรื่องที่ใคร ก็สามารถทำได้แล้ว เพราะ ธนาคารหลายแห่งเริ่มหันมาปล่อยกู้กัน และ สามารถกู้เป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้ด้วย โดยเพียงทำข้อตกลงว่า ซื้อแล้วจะทำการสร้างบ้านในอนาคต ซึ่งกลายเป็นช่องทางสำคัญ ที่ทำให้การลงทุนสามารถกู้ได้มาก ดอกต่ำ และ ยาวนานเป็นพิเศษอย่างไรก็ดี ในทางปฏบัติ การเลือกที่ดินเปล่า ถือครองเพื่อการลงทุน ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะไม่ใช่ที่ดินทุกแปลงที่ซื้อแล้ว จะสามารถเพิ่มค่า ซื้อง่ายขายคล่อง และขายได้ราคาได้แต่ความสำเร็จในการลงทุน จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ จำเป็นต้องเลือกซื้อที่ดินที่มีคุณลักษณะเหมาะสมกับการลงทุนด้วย การซื้อที่ดินเปล่า อย่างสุ่มสี่สุ่มห้า อาจส่งผลร้ายในทางลบ ต่อการลงทุน ได้ง่ายๆ ซึ่งในแง่การลงทุน หลักพื้นฐานในการเลือกที่ดินแปลงงาม เพื่อการลงทุน มีเคล็ด การพิจารณา ครอบคลุม 20 เรื่อง ดังต่อไปนี้
1. พิจารณารูปทรงของที่ดิน รูปทรงที่ดิน เกี่ยวพันกับศักยภาพ การใช้ประโยชน์อย่างใกล้ชิด ที่ดินที่เหมาะกับการลงทุน ควรเป็นที่ดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เนื่องจากเป็นรูปทรงพื้นฐาน ในการใช้สร้างสิ่งปลูกสร้างทั่วไป ในกรณีไม่ใช่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า จะต้องตรวจเช็คก่อนว่า จะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากน้อยเพียงใด
2. เป็นที่ดินที่แปลงไม่เล็ก หรือ ใหญ่ จนเกินไป ที่ดินแปลงเล็กจนเกินไป จะทำให้มีข้อจำกัด และขาดความยืดหยุ่น ในการใช้ประโยชน์ได้ แต่หากแปลงใหญ่เกินไป ก็จะต้องใช้เงินลงทุนสูง บริหารจัดการและขายได้ยาก ทั้งนี้ ขนาดที่ดินเพื่อการลงทุน กฏกำปั้นทุบดินง่ายๆ ก็คือ ควรมีขนาดแปลงไม่น้อยกว่า 100 ตารางวา
3. การคมนาคมสะดวก ติด และ ใกล้ถนน ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เนื่องจากถนนเป็นช่องทางหลัก ที่นำพาความเจริญให้เข้าถึงที่ดินแปลงนั้นได้ ให้เน้นเลือกที่ดินที่หน้ากว้าง ติดถนนมากที่สุด หรือ ในทำเลที่กำลังมีถนนตัดผ่านใหม่ หรือ กำลังมีการขยายถนน ถ้าเป็นทำเล ที่สามารถเดินทางโดยทางน้ำได้ด้วย จะยิ่งดีเท่านั้น
4. พิจารณาความสูงต่ำของพื้นที่ ยิ่งสูงกว่าระดับถนนทั่วไปมากเท่าไหร่ ยิ่งดีเท่านั้น เพราะนอกจากจะช่วยให้แปลงที่ดินเด่นขึ้นแล้ว ยังช่วยการันตี ว่าที่ดินจะไม่มีปัญหาน้ำท่วม ในระยะยาวได้ด้วย เนื่องจากถนนเป็นพื้นที่บริเวณที่ภาครัฐ มักไม่ปล่อยให้เกิดน้ำท่วม ทุกครั้งที่มีการปรับปรุงถนน จะถมสูงขึ้นเรื่อยๆ
5. พิจารณาดูลักษณะดิน ว่ามีสภาพเป็นอย่างไร โดยดูว่าใช้เพาะปลูกได้หรือไม่ หรือ เป็นดินที่เหมาะทำประโยชน์อะไร และมีข้อจำกัดการใช้ประโยชน์อย่างไรหรือไม่ ทั้งทางกายภาพ และทางกฏหมายทั้งนี้ ในทางกฏหมายแล้ว จะต้องเป็นที่ดิน ที่ไม่มีข้อจำกัดการใช้ประโยชน์โดยผังเมือง กรณีเป็นที่ดินที่ติดถนนส่วนบุคคล ก่อนซื้อจะต้องให้เจ้าของถนน จดภาระจำยอม ยอมให้ใช้ถนนได้ เพื่อจะได้การันตีถึงความคล่องตัว ในการใช้ประโยชน์ในที่ดินระยะยาว และ จะได้ไม่เกิดปัญหากับเจ้าของถนนส่วนบุคคล ในภายหลัง
6. เป็นที่ดินที่น้ำไม่ท่วม และ มีระบบระบายน้ำดี ในช่วงหน้าฝน น้ำไม่ท่วมขังนาน ซึ่งที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือ พื้นที่ในบริเวณใกล้แม่น้ำ หรือ ใกล้คลอง หรือ ที่ดินที่อยู่ในโซนเป็นแอ่ง หรือ ต่ำกว่าพื้นบริเวณอื่น
7. เป็นที่ดินที่ติด หรือ มีแหล่งน้ำธรรมชาติอยู่ใกล้ๆ ทั้งนี้ ต้องเป็นแหล่งน้ำที่มีอยู่ตลอดปี คุณภาพน้ำดี และต้องมีลักษณะเป็นน้ำเป็น ไม่เป็น น้ำตาย (น้ำที่มีการไหลและถ่ายเทอยู่เสมอ) ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้
8. ทิวทัศน์บริเวณใกล้เคียงที่ดิน เจริญตา เจริญใจ ไม่ติดป่าช้า ที่ดินที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่มีทิวทัศน์ดี และ สวยงาม จะเป็นจุดขายสำคัญ ที่ดึงดูดให้คนอยากเป็นเจ้าของ หรือ อยากซื้อ ที่ดินแปลงนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี
9. ไม่เป็นที่ดินที่อยู่ติดหรือ ใกล้กับวัด ศาลเจ้า ที่สิงสถิตสิ่งศักดิ์สิทธิ หรือ ศาสนสถานพื้นที่เหล่านี้ จะเป็นบริเวณล่อแหลมต่อปัญหามลภาวะทางเสียง เนื่องจากมีงานบ่อย มีเสียงดังอึกทึก และ มีกิจกรรม ที่ไม่เป็นมงคล เช่น งานศพ อยู่เสมอ ทำให้การใช้ประโยชน์ในที่ดิน ขาดความสะดวก และ ค้าขาย ไม่ค่อยดี
10. ไม่อยู่ใกล้ฟาร์มไก่ ฟาร์มหมู ที่ทิ้งขยะ ซึ่งมีกลิ่นเหม็น หรือ มลภาวะทางกลิ่นปัจจัยด้านนี้ เป็นอุปสรรคสำคัญ ต่อการใช้ประโยชน์ และการสร้างบ้านอยู่อาศัยบนที่ดิน ที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด
11. เป็นที่ดินที่อยู่ใกล้แหล่งชุมชน กฏกำปั้นทุบดินง่ายๆ ก็คือ ควรอยู่ห่างไม่เกิน 5 กม. เพราะเป็นบริเวณที่มีโอกาสที่ความเจริญจะมาถึงได้ง่าย โดยอาศัยระยะเวลาไม่นาน
12. มีสาธารณูปโภคพร้อม โดยเฉพาะน้ำ และ ไฟฟ้า ซึ่ง สาธารณูปโภคเหล่านี้ ถือเป็นปัจจัยพื้นฐาน สำคัญ ที่เกื้อหนุนให้เกิดความเจริญเพิ่มขึ้นในท้องที่ขึ้น
13. ใกล้ตลาด โรงเรียน โรงพัก ร้านค้า และ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ยิ่งใกล้และมีมากเท่าไหร่ ถือว่ายิ่งดีเท่านั้น เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เกิดความสะดวกสบาย และกระตุ้นให้คน อยากเข้ามาใช้ประโยชน์ในที่ดิน
14. ไม่ใกล้โรงงาน และ คลังสินค้า ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหารถบรรทุกวิ่งผ่าน ทำถนนเสีย ก่อให้เกิดมลภาวะต่างๆ และ เป็นเงื่อนไขก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยขึ้น
15. มีเอกสารสิทธิ เป็นโฉนด และต้องไม่ติดภาระผูกพันทางกฏหมายใดๆ ทั้งสิ้น อาทิ สิทธิการเช่า สิทธิอยู่อาศัย ภาระจำยอม ฯลฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบ กับราคาที่ดิน และทำให้มีปัญหา ในการซื้อขายเปลี่ยนมือ
16. ไม่อยู่ใกล้เสาไฟฟ้าแรงสูง จากผลการวิจัย ในออสเตรเลีย และ อังกฤษ เมื่อไม่นานมานี้ พบว่าผู้อาศัยอยู่ใกล้บริเวณที่สายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่าน เป็นเวลานาน อาจจะมีความเสี่ยง เพิ่มสูงขึ้น ในการเป็นโรคลูคีเมีย (เม็ดโลหิตขาวมาก) ต่อมน้ำเหลือง และ โรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในช่วงบั้นปลายของชีวิตได้ โดยผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้กับแนวสายไฟแรงสูง ประมาณ 300 เมตร จนถึงตอนอายุ 5 ขวบ มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้น 5 เท่า ในขณะที่คนที่อยู่ห่างในระยะเท่ากัน ในช่วงระหว่าง 15 ปีแรก มีโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็งตอนโตเป็นผู้ใหญ่ 3 เท่า
17. เป็นที่ดินที่อยู่ห่างเส้นทางสนามบิน ผลการวิจัยในต่างประเทศล่าสุด พบว่าเสียงของเครื่องบิน จะส่งผลให้ผู้อยู่อาศัย หรือ ผู้ใช้ประโยชน์เสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง โดยผู้ที่อยู่อาศัยใกล้เส้นทางบิน ใกล้ท่าอากาศยาน นานเกิน 5 ปี เสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงมาก ยิ่งกว่าผู้อาศัยในบริเวณอื่น ถึง 2 เท่า
18. ไม่เป็นที่ดินในทำเลที่เจริญเต็มที่แล้ว เนื่องจากที่ดินลักษณะนี้ ราคาที่ดินได้ขึ้นไปทรงตัวอยู่ในระดับแพงมากแล้ว โอกาสที่ราคาที่ดิน จะขยับตัวสูงขึ้นไปอีก มีน้อย หรือ ไม่มี ทั้งนี้ที่ดินที่เหมาะกับการลงทุน ควรเป็นที่ดินยังไม่เจริญเต็มที่ แต่กำลังอยู่ในระยะเจริญขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในอนาคตอันใกล้
19. ต้องไม่เป็นที่ดินที่อยู่โดดเดี่ยว โดยพิจารณาดูเพื่อนบ้านใกล้เคียง ว่ามีหรือไม่ ถ้าไม่มีจะมีปัญหาเรื่องความปลอดภัย และต้องพิจารณาเพิ่มเติมดูว่าเพื่อนบ้านมีลักษณะเป็นเช่นไรด้วย ต้องแน่ใจก่อน ว่าเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียง ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง ด้านซ้าย และ ด้านขวา เป็นเพื่อนบ้านที่ดี ไม่มีปัญหาใดๆ
20. พิจารณาค่าเช่าที่ดินในบริเวณนั้น และ แนวโน้มการปรับขึ้นค่าเช่า ซึ่งถือเป็นตัวชี้ความน่าสนใจของที่ดินแปลงนั้นๆ ได้ทางหนึ่ง โดยควรเป็นที่ดินที่มีค่าเช่าสูง และมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นทุกปี อย่างมีนัยสำคัญ
ที่มา : หนังสือ ที่ดิน เล่น ลงทุน ทำเงิน และ หากำไรอย่างชาญฉลาด  หนังสือ ที่ดิน เล่น ลงทุน ทำเงิน และ หากำไรอย่างชาญฉลาด

ความปลอดยภัยในงานก่อสร้าง

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized, ข่าวสารที่น่าสนใจ

ความปลอดภัยในงานก่อสร้าง

งานก่อสร้างในประเทศได้ก้าวรุดหน้า และเพิ่มปริมาณขึ้นมาก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเงาตามการปฏิบัติงานในงานก่อสร้าง คือ อุบัติเหตุซึ่งการเกิดอุบัติเหตุในแต่ละครั้งก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างประมาณค่ามิได้ความสูญเสียจากการก่อสร้าง ในปัจจุบันในทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกขณะจากการรวบรวมจำนวนการประสบอันตรายทั่วประเทศโดยจำแนกตามประเภทอุตสาหกรรมปี 2546 งานก่อสร้างมีผู้ประสบอันตรายทั้งสิน 15,728 คน ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวน 109 ราย และมีคนงานจำนวนมากที่ยังเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายจากงานก่อสร้าง ดังนั้น การป้องกันอุบัติเหตุและการลดการเกิดอุบัติเหตุ จึงเป็นเรื่องที่ต้องรีบเร่งและให้มีการปฏิบัติอย่างจริงจัง ทั้งนี้เพื่อลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินที่อาจจะเกิดขึ้น

สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ

สิ่งที่ส่งผลให้ความถี่และความรุนแรงของการเกิดอุบัติเหตุในงานก่อสร้างเพิ่มขึ้นคือการนำเอาเทคโนโลยี อุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องจักร อันทันสมัยมาใช้เพื่อทุ่นแรง และประหยัดเวลาไม่เพียงแต่ความปลอดภัยในการก่อสร้างไม่ได้วิวัฒนาการตามเทคโนโลยีที่ทันสมัยแล้ว ความปลอดภัยพื้นฐานในงานก่อสร้างยังถูกละเลย ขาดความสนใจ และเอาใจใส่จากผู้รับเหมาและผู้เกี่ยวข้องต่างๆ อย่างจริงจัง นอกจากนี้ คนงานยังขาดความรู้ ความเข้าใจ และจิตสำนึกความปลอดภัยในการปฏิบัติอย่างถูกต้องเหมาะสม อุบัติเหตุและโศกนาฏกรรมจึงยังคงเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่เช่นนี้

องค์ประกอบของความปลอดภัยในงานก่อสร้าง
งานก่อสร้างเป็นงานซึ่งมีกระบวนการและขั้นตอนในการดำเนินงานที่มากมายและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ วิถีทางหนึ่งของการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในงานก่อสร้างซึ่งสามารถแบ่งความปลอดภัยในงานก่อสร้างออกเป็น 3 ส่วน คือ

ความปลอดภัยในสถานที่

สถานที่ก่อสร้าง หมายถึง อาณาบริเวณทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างมิใช่เฉพาะบริเวณที่กำลังดำเนินการก่อสร้างเท่านั้น แต่รวมไปถึงบริเวณที่จัดเก็บวัสดุ โกดังเก็บเครื่องมือ เครื่องจักร และอื่นๆ เป็นต้น จึงควรมีข้อกำหนดละแนวปฏิบัติในสถานที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับคนงาน ดังนี้

- การทำรั้วกั้นโดยรอบบริเวณก่อสร้างทั้งหมด เพื่อป้องกันผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในเขตก่อสร้างถ้าเป็นอาคารสูงอยู่ใกล้ชุมชน นอกจากการทำรั้วกั้นแล้วควรทำหลังคาคลุมทางเดินที่ติดรั้วกั้นนั้นด้วย เพื่อป้องกันเศษวัสดุตกใส่ผู้สัญจรไปมาภายนอก

- ในสถานที่ก่อสร้างต้องมีการแบ่งเขตก่อสร้างอย่างชัดเจนโดยแบ่งเขตที่พักอาศัยออกจากบริเวณก่อสร้างที่จัดเก็บเครื่องมือ เครื่องจักร ที่เก็บวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้แล้วหรือยังไม่ใช้ออกเป็นระเบียบ

- ป้ายสัญลักษณ์ หรือป้ายเตือนภัยต่างๆ สถานที่ที่อันตรายทุกแห่งในเขตก่อสร้าง ต้องมีป้ายแสดงอันตรายหรือข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้จะเข้าไปในบริเวณดังกล่าว ซึ่งป้ายสัญลักษณ์นี้ต้องมีขนาดพอเหมาะและเห็นได้ชัดเจน ภาพแสดงและตัวอักษรต้องเป็นสื่อสากลที่ทุกคนสามารถเข้าใจได้ง่าย

- รอบตัวอาคารมีแผ่นกั้นกันวัตถุตกลงมาและมีตาข่ายคลุมอีกชั้น

- อาคารขณะก่อสร้างในที่มีช่องเปิดหรือที่ไม่มีแผงกั้น ควรทำราวกั้น และมีตาข่ายเสริมเพื่อป้องกันการตก

ความปลอดภัยในการใช้เครื่องมือเครื่องจักร

เครื่องมือเครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้างมีจำนวนมากมายตั้งแต่ขนาดใหญ่มาก เช่น ปั้นจั่น รถยก เคริ่องตอกเสาเข็ม จนถึงขนาดเล็ก เช่น เครื่องเจียร สว่านไฟฟ้า ค้อน เป็นต้น อันตรายที่เกิดจากการใช้เครื่องมือหรือเครื่องจักร จึงมีมากตามจำนวนอุปกรณ์และจำนวนผู้ใช้ ความปลอดภัยในการใช้เครื่องมือเครื่องจักรจึงเป็นสิ่งสำคัญซึ่งผู้ปฏิบัติงานควรใช้อย่างถูกต้อง ดังเช่น

- การใช้ต้องไม่ผิดวัตถุประสงค์ของอุปกรณ์ หรือเครื่องมือ เครื่องจักรนั้น เช่น มักพบว่ามีการใช้ปั้นจั่นไปใช้ในการดึงหรือลากของที่มีน้ำหนักมากๆ หรือการใช้ลิฟท์ส่งวัสดุในการขึ้นลงของคนงานซึ่งเป็นเรื่องไม่ควรปฏิบัติอย่างยิ่ง ในทางปฏิบัติการใช้อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องจักรอย่างเหมาะสมและถูกต้องตามประเภทของงาน จะทำให้เกิดประสิทธิผล และไม่ประสบอันตรายจากการใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักรนั้น

- เครื่องมือเครื่องจักรที่ใช้ไฟฟ้า หรือน้ำมันเชื้อเพลิง ข้อควรปฏิบัติเครื่องมือเครื่องจักรที่ต้องใช้ไฟฟ้านั้น ต้องมีการเดินสายไฟอย่างปลอดภัย มีฉนวนหุ้มโดยตลอด และหากต้องทำงานใกล้กับบริเวณที่มีไฟฟ้าทราบทุกครั้ง เพื่อจัดการป้องกันอันตรายซึ่งอาจเกิดขึ้น หรือบริเวณที่มีการเก็บเชื้อเพลิง ห้ามจุดไฟ หรือสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด

- เครื่องมือเครื่องจักร ต้องมีการ์ด ระบบความปลอดภัย ห้ามถอดหรือปิดระบบความปลอดภัยดังกล่าวหากเครื่องมือเครื่องจักรใดยังไม่มี ควรจัดให้มีการ์ดและระบบความปลอดภัยอย่างเหมาะสมทันที

- ก่อนและหลังการใช้เครื่องมือเครื่องจักรทุกครั้งต้องมีการตรวจสอบและซ่อมแซมแก้ไขก่อนหรือหลังการใช้ทุกครั้ง

ความปลอดภัยส่วนบุคคล

สาเหตุหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุขึ้นในงานก่อสร้างนั้นมาจากผู้ปฏิบัติงาน การควบคุมและการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นนั้น จำเป็นต้องให้ผู้ปฏิบัติงานในบริเวณทำการก่อสร้างปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎเกณฑ์และระเบียบที่กำหนดขึ้น โดยเฉพาะแนวการปฏิบัติในงานก่อสร้างในเรื่องของ

- การแต่งกายของผู้ปฏิบัติงานหรือคนงานควรเป็นชุดที่รัดกุมไม่ปล่อยชายเสื้อหรือแขนเสื้อหลุดลุ่ย การใส่ผ้าถุง (คนงานหญิง) ซึ่งอาจก่อให้เกิดการเกี่ยวสะดุด หรือการดึงเข้าไปในเครื่องจักรได้ รวมทั้งการไม่ใส่รองเท้าหรือใส่อย่างไม่เหมาะสม เช่น รองเท้าแตะ เป็นต้น

- การละเลยหรือการไม่สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้เหมาะสมในงานก่อสร้าง ผู้ปฏิบัติงานทุกคนควรสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม เช่น หมวกนิรภัย ทุกคนควรจะสวมอยู่เป็นประจำ เข็มขัดนิรภัยเมื่อคนงานทำงานบนที่สูง สวมรองเท้ายางหุ้มแข็งและใส่ถุงมือยางในการผสมคอนกรีต เป็นต้น

- ห้ามดื่มสุรา หรือเสพเครื่องดองของมึนเมา ห้ามเล่นหรือหยอกล้อกันในระหว่างการปฏิบัติงานอย่างเด็ดขาด ผู้ฝ่าฝืนควรได้รับการลงโทษ เพราะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุอย่างคาดไม่ถึง

- จัดให้มีการอบรมผู้ปฏิบัติงานให้ตระหนักถึงอันตราย วิธีการปฏิบัติอย่างปลอดภัย กฎระเบียบ ข้องบังคับและข้อปฏิบัติที่ควรทราบ และสิ่งสำคัญยิ่งคือการสร้างจิตสำนึก ความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในคนงานทุกคน ไม่ว่าจะปฏิบัติงานอะไรก็ตามความปลอดภัยในการทำงานต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ

- ตรวจสุขภาพคนงาน และตรวจประจำปีเพื่อทดสอบความพร้อมของร่างกายคนงานและเพื่อเป็นการสกัดกั้นโรคจากการทำงานซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ สำหรับผู้ที่ต้องปฏิบัติงานภายใต้ความกดอากาศสูงต้องให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยว่าแข็งแรงสมบูรณ์ และมีคุณสมบัติเหมาะสมก่อนเข้าปฏิบัติงานทุกครั้ง

- จัดให้มีหน่วยงานปฐมพยาบาล และหน่วยฉุกเฉินขึ้นภายในหน่วยก่อสร้าง เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ และเพื่อเป็นการระงับเหตุอันตรายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งอาจทวีความรุนแรงไปยังบริเวณใกล้เคียงได้

สำนักความปลอดภัยแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
22/22 หมู่ที่ 2 ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170
โทร 0 2448 9128 - 39 , 0 2448 8338
e-mail : safety@labour.mail.go.th

อาคาร 4 ประเภท

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized, ข่าวสารที่น่าสนใจ

การแบ่งประเภทของอาคาร แบ่งประเภทของอาคารออกเป็น ๔ ประเภท คือ

(๑) ประเภทของอาคาร ก.
ก ) อาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดที่มีจานวนห้องชุดรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลัง
รวมกันเกิน ๕๐๐ ห้องชุด
ข ) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมที่มีจานวนห้องพักรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๒๐๐ ห้อง
ค ) สถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลที่มีจำนวนเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนรวมกันทุกชั้นในอาคารในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๓๐ เตียง
ง ) อาคารที่ก่อสร้างในที่ดินของบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้จัดสรรที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดินเกิน ๕๐๐ หลัง
จ ) สถานศึกษาที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๒๕,๐๐๐ ตารางเมตร
ฉ ) อาคารที่ทาการของทางราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศหรือเอกชนที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๕๕,๐๐๐ ตารางเมตร
ช ) ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๒๕,๐๐๐
ตารางเมตร
ซ ) ตลาดที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๒,๕๐๐ ตารางเมตร
ฌ ) ภัตตาคารหรือร้านอาหารที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๒,๕๐๐ ตารางเมตร

(๒) ประเภทของอาคาร ข.
ก ) อาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดที่มีจานวนห้องชุดรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๑๐๐ ห้องชุด แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ห้องชุด
ข ) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมที่มีจานวนห้องพักรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๖๐ ห้อง แต่ไม่เกิน ๒๐๐ ห้อง
ค ) หอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพักที่มีจานวนห้องพักรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๒๕๐ ห้อง
ง ) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๕,๐๐๐ ตารางเมตร
จ ) สถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลที่มีจำนวนเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนรวมกันทุกชั้นในอาคารในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๑๐ เตียง แต่ไม่เกิน๓๐ เตียง
ฉ ) อาคารที่ก่อสร้างในที่ดินของบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้จัดสรรที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดินเกิน ๑๐๐ หลัง แต่ไม่เกิน ๕๐๐ หลัง
ช ) สถานศึกษาที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๕,๐๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๒๕,๐๐๐ ตารางเมตร
ซ ) อาคารที่ทาการของทางราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศหรือเอกชนที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตรแต่ไม่เกิน ๕๕,๐๐๐ ตารางเมตร
ฌ ) ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๕,๐๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๒๕,๐๐๐ ตารางเมตร
ญ ) ตลาดที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๑,๕๐๐ ตารางเมตรแต่ไม่เกิน ๒,๕๐๐ ตารางเมตร
ฎ ) ภัตตาคารหรือร้านอาหารที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๕๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๒,๕๐๐ ตารางเมตร
ฏ ) อาคารอยู่อาศัยรวมที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตร

(๓) ประเภทของอาคาร ค.
ก ) อาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดที่มีจานวนห้องชุดรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน ๑๐๐ ห้องชุด
ข ) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมที่มีจานวนห้องพักรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน ๖๐ ห้อง
ค ) หอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพักที่มีจานวนห้องพักรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๕๐ ห้อง แต่ไม่เกิน ๒๕๐ ห้อง
ง ) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๕,๐๐๐ ตารางเมตร
จ ) อาคารที่ก่อสร้างในที่ดินของบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้จัดสรรที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดินเกิน ๑๐ หลัง แต่ไม่เกิน ๑๐๐ หลัง
ฉ ) อาคารที่ทาการของทางราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศหรือเอกชนที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๕,๐๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตร
ช ) ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๕,๐๐๐ ตารางเมตร
ซ ) ตลาดที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๕๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๕๐๐ ตารางเมตร
ฌ ) ภัตตาคารหรือร้านอาหารที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๑๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ตารางเมตร
ญ ) อาคารอยู่อาศัยรวมที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๒,๐๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตร

(๔) ประเภทของอาคาร ง.
ก ) หอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพักที่มีจานวนห้องพักรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน ๕๐ ห้อง
ข ) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร
ค ) สถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลที่มีจำนวนเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน ๑๐ เตียง
ง ) สถานศึกษาที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน ๒๕,๐๐๐ ตารางเมตร
จ ) อาคารที่ทาการของทางราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศหรือเอกชนที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน ๕,๐๐๐ ตารางเมตร
ฉ ) ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน ๑,๐๐๐
ตารางเมตร
ช ) ตลาดที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน ๕๐๐ ตารางเมตร
ซ ) ภัตตาคารหรือร้านอาหารที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน ๑๐๐ ตารางเมตร
ฌ ) อาคารอยู่อาศัยรวมที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน ๒,๐๐๐ ตารางเมตร
( กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๔ ( พ.ศ. ๒๕๓๘ ) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ )