งานพื้น คอนกรีต

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

งานพื้น นับว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญของบ้าน โดยปกติแล้ว คอนกรีตอัดแรง นั้น กำหนด มาตรฐานของการรับน้ำหนักไว้ที่ 15 เมกาปาสกาล (150 กิโลกรัมแรงต่อตารางเซนติเมตร) ดูกฎกระทรวงเพิ่มเติมได้ ดังนั้นเวลาเลือกพื้นสำเร็จรูปต้องดูตรงนี้ด้วย แต่ส่วนใหญ่แล้ว ก็ มากกว่า 150kg/sq.cm. อยู่แล้ว

หลักการ ก็ไม่ง่ายไม่ยาก ดูตามตารางนี้ได้เลย

ควร ไม่ควร
1.ตรวจร่องรอยการแอ่นตัวของพื้น
ขณะที่ทำการเทคอนกรีตทับหน้า ด้วย
1.สกัดหลังคานเพื่อปรับระดับการวางแผ่นพื้น
2.ทำค้ำยันกึ่งกลาง หากพื้นสำเร็จมีความยาวแผ่นพื้นเกินกว่า 4.00 เมตร 2.เทคอนกรีตทับหน้าหนากว่าที่กำหนด
3.พื้นชั้นล่างควรผสมน้ำยากันซึม
เพื่อป้องกันความชื้นจากพื้นดิน
 

การถมที่ดิน อีกปัจจัยหนึ่งก่อนปลูกสิ่งก่อสร้าง

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

dsc04928

ภาพ การดำเนินงาน ของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

dsc04930

ภาพ การดำเนินงาน ของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

ถมดินก่อนปลูกสิ่งก่อสร้าง ต้องถมให้ดินมีความแน่นแข็ง และมีความสูงในระดับที่เหมาะสมนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาทิ

1. พื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ราบลุ่ม ดินมีอ่อนตัวมากน้อยเพียงไร เคยเกิดปัญหาน้ำท่วมบ้างหรือไม่ และระดับความท่วมสูงแค่ไหน
2. ระดับความสูงของท่อระบายน้ำสาธารณะในพื้นที่นั้น ซึ่งเราต้องถมดินให้มีความสูงกว่าความสูงของท่อระบายน้ำ เพื่อจะได้ไม่
ประสบปัญหาการระบายน้ำในภายหลัง
3. ระดับความสูง ของถนน ของพื้นที่นั้น และพื้นที่บริเวณที่ใกล้เคียง ซึ่งหากเราถมให้สูงกว่าถนนไว้ก็จะดี

ถมดินไม่ให้เกิดการทรุดตัว เช่น
1. มีการปรับพื้นที่ที่ถมดิน ให้มีความพร้อมในการถม เช่น หากพื้นที่มีน้ำท่วมขัง ต้องระบายน้ำออก และทำให้พื้นที่นั้นแห้ง
2. จัดเก็บขยะ กิ่งไม้ใบไม้ หรือเศษวัสดุต่าง ๆ ออกให้หมด
3. ชนิดของดินที่ถม ที่นิยมกัน คือ ดินลูกรัง ทำไมจึงต้องใช้ลูกรัง ถมดินในการปลูกสร้าง ก็เพราะดินลูกรังบดอัดได้ดี และเมื่อ
มีการบดอัดแล้วจะแน่นแข็ง
4. ระหว่างถมดิน ต้องมีการบดอัดดินให้แน่น เพื่อป้องกันการยุบตัวของดิน

ก่อนเริ่มทำการถม ควรมีการทำระดับอ้างอิงไว้เพื่อตรวจสอบ เช่นการพ่นสี ตอกตะปูกำหนดระดับไว้ตามเสาไฟฟ้า หรือสิ่งก่อสร้างข้างเคียงที่มีลักษณะถาวร ไม่เคลื่อนย้าย เมื่อผู้รับเหมาจะส่งมอบงานจะได้ทำการตรวจสอบได้ครับ

นอกจากนั้น ราคาดินยังขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัยเช่น
1. ระยะทาง (จากบ่อดิน ถึง สถานที่ถมดิน)
2. ชนิดของดินทีนำมาถม ซึ่งจะมีราคา และคุณภาพ และลักษณะการใช้งานแตกต่างกันไป
3. ลักษณะการถมดิน (ขึ้นอยู่ข้อตกลงกัน) เช่น อาจถมอย่างเดียว หรือถมด้วยบดดินไปด้วย เป็นต้น
4. ขนส่ง ใช้รถบรรทุกเป็นส่วนมาก ความกว้างของกะบะรถ10 ล้อ ก็ประมาณ 2.5 x 6 ม. ส่วนความสูง-ส่วนมากจะนับกันเป็น”ไม้”
เช่น ไม้ 1 , ไม้ 2 “ไม้” คือ ไม้ที่เป็นซี่วางตามนอนด้านข้างกะบะ นับจากล่างขึ้นบน รถแต่ละคันจะไม่เท่ากัน
ถ้าคิดปริมาตร 2.5 x 6 x สูงซัก1.2 ม. จะได้ 18 ลบ.ม. ส่วนใหญ่ ดินจะคิดค่าความโปร่งที่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์

อันตราย จากงานออกแบบโครงสร้าง

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

อันตราย จากความผิดพลาด ของการออกแบบโครงสร้างโรงงาน ตึกอาคารที่มีปัญหาบ่อย

คือ งานฐานราก นั่นเอง เช่น เสาเข็มที่ไม่สามารถรับแรงลมได้ เสาเข็มที่รับผนังก็ใช้เข็มเดี่ยว ผู้ออกแบบโครงสร้างไม่ได้คำนึงว่า ยังมีแรงลมที่กระทำต่อด้านข้างของสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเข็มเดี่ยวไม่สามารถรับโมเมนต์เนื่องจากแรงลมได้ บางกรณ๊ก็ ไม่มีการเสริมเหล็กต่อเนื่องระหว่างเข็มและตอม่อ เรียกว่าประหยัดค่าเสาเข็มกันตั้งแต่เริ่มสร้าง ทั้งที่ค่าเสาเข็มและค่าตอกมันก็ไม่ได้แพงอะไรมากมาย เมื่อเทียบกับมูลค่าของสิ่งปลูกสร้างที่มีมูลค่าราคานับล้านบาท รวมทั้งความสี่ยงจากอันตรายทั้งชีวิตและทรัพย์สินที่จะได้รับ

ฐานรากที่รับแรงดัดไม่ได้เพราะไม่มีเหล็กเสริมบน ในฐานราก เนื่องจากไม่ได้คิดว่ามีโมเมนต์

การตอกเสาเข็มที่ไม่ได้เกิดประโยชน์ก็มี เช่น ก่ออกแบบฐานรากรับพื้นโรงงานที่ยกสูงประมาณ 1.5 ม.โดยออกแบบฐานรากใช้เสาเข็มกลุ่ม และฐานรากแต่ละต้นก็อยู่ห่างกัน ทำให้มีการออกแบบคานขนาดใหญ่และเป็นคานยาว ซึ่งจะเห็นได้ว่าผู้ออกแบบทำให้เกิดการสูญเปล่าโดยใช่เหตุ เพราะในความเป็นจริง หากเราตอกเสาเข็ม รับไปกับคานจะทำให้ประหยัด คือ

-โครงสร้าง ที่คานมีขนาดเล็กลง เนื่องจาก Span สั้นลง ตอม่อระหว่างคานบนเข็มมีขนาดเล็ก การตอกเข็มเสร็จแล้ว ก็หล่อคานได้เลย ไม่มี
ความจำเป็นต้องหล่อฐานรากกลุ่ม

-ไม่ต้องสิ้นเปลืองไปกับ เงินค่าฐานราก เงินค่าขุดกลบ เงินค่าเสาหล่อ และเงินค่าแบบหล่อ อีกทั้งไม่ต้องเสียเวลาประหยัดเวลาและความยุ่ง
ยากกับการทำงานอีกหลายขั้นตอน

-ประหยัดเงินอีกมากมาย เพราะหากลดขั้นตอนต่าง ๆ แน่นอน จำนวนเงินก็เหลือเป็นกอบเป็นกำ

โครงสร้างอาคารที่สูงและต่ำ ถ้ามีการสร้างต่อกัน ปัญหาคานระหว่างสองอาคารจะเกิดการหัก เนื่องจากส่วนอาคารสูงทรุดตัวมากกว่า

มาเลือก เสาเข็ม และสิ่งที่ควรรู้ ในการตอกเสาเข็ม กันดีกว่า

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป
ภาพงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

ภาพงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

ก่อนตอก
1.เช็ควันที่ผลิต (ถ้ามี)
2.ตรวจดูตรา มอก.
3.ให้ดูว่า มีเข็มหักระหว่างการขนส่ง ขนย้ายหรือไม่

หลังตอก
1.ตัดปลายเสาเข็มให้ได้ระดับเดียวกันก่อน ระยะที่แนะนำ ควรประมาณ 15-20 cm. จากการเทคอนกรีต ข้อ 2
2.เทคอนกรีต 5 cm. รองพื้นก้นหลุม ซึ่งปรับระดับด้วยทรายหยาบก่อน
3.ถ้ามีเหล็กเสริม อย่าให้ชิดกับแบบหล่อคอนกรีตเกินไป เพราะ ความชื้นอาจทำให้เกิดสนิมได้ ระยะที่แนะนำ คือ 5 cm.

การตรวจรับงาน ก่อสร้างบ้าน ตอนที่4

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

งานฝ้าเพดาน

มีทั้งโครงเคร่าไม้ อลูมิเนียม เหล็กอาบสังกะสี ไม่ว่าจะเป็นชนิดไหน
โครงเคร่าจะต้อง

วางให้ได้ระดับตัวที่ และมีจุดที่ต้องตรวจเช็คคือ

- กรณีไม้ระแนงต้องมีตาข่ายกันแมลง

- ร่องระหว่างแผ่นต้องมีความสม่ำเสมอ

- ฝ้า T-BAR และฝ้ายิบซั่ม ให้ตรวจสอบความหนาและลวดยึดโครง

- การยึดโยงไปยังหลังคา
ต้องไม่ยืดตัวเมื่อรับน้ำหนักซึ่งจะทำให้ฝ้าตกท้องช้างหรือโก่งได้

- รอยต่อของวัสดุที่ใช้ทำฝ้าต้องแนบสนิทเป็นแนวตรง

- ในกรณีที่เป็นยิปซั่มบอร์ดตรงรอยต่อต้องฉาบด้วยผ้าเทปแล้วขัดให้เรียบเสมอ

- หากมีไม้มอบฝ้า การต่อไม้ตรงมุมต้องต่อโดยตัดมุม 45 องศา

งานฟื้นและวัสดุพื้นผิว

พื้นเป็นสิ่งรองรับน้ำหนักต่าง ๆ ภายในตัวอาคารเช่น เฟอร์นิเจอร์
ส่วนวัสดุพื้นผิวเป็น

ส่วนที่ต้องใช้งานเป็นประจำจึงควรใส่ใจ ที่สำคัญคือระดับ
วัสดุฟื้นจะเป็นประเภทใดนั้นเลือกได้อยู่ที่ความต้องการแต่ระดับของการปูพื้นเลือกไม่ได้ต้องใช้ฝีมือ

- พื้นสำเร็จรูปต้องไม่แตกไม่หัก ได้ขนาดตามแบบ

- พื้นชั้นล่างต้องทำกันซึมตลอดทั้งพื้น

- ตรวจช่องระบายอากาศพื้นชั้นล่างเพื่อป้องกันปัญหาความชื้น

- ตรวจการปูพื้นให้แนบสนิท

- เช็คระบบกันซึมก่อนปูวัสดุพื้นผิว

- ตรวจสอบวัสดุพื้นผิวให้ตรงตามแบบ

- ตรวจสอบพื้นผิวคอนกรีตก่อนปูวัสดุพื้นผิว

- เช็คความเรียบร้อยหลังจากปูวัสดุพื้นผิว

- ตรวจสอบการชำรุดระหว่างการทำงานปูพื้นของวัสดุพื้นผิว

งานติดตั้งวงกบ และบานประตู หน้าต่าง

งานติดตั้งวงกบ และบานประตู หน้าต่าง ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นงานไม้ มีน้อยมากที่ใช้วง

กบเป็นโลหะ ฉะนั้นเนื้อไม้เป็นสิ่งสำคัญ จุดที่ต้องดูคือ

- ตรวจสอบชนิด รอยแยก ตาไม้ ของไม้วงกบ

- เช็คการติดตั้ง วงกบ ว่าได้แนวดิ่ง ได้มุมฉากหรือไม่

- เช็คระดับยึดติดแน่นกับเสาทับหลังและคานเอ็น

- ตรวจการตีตะปูรอบวงกบ

- ตรวจสอบชนิด รอยแยกไม้ ตาไม้ ของกรอบบานประตูและหน้าต่าง

- ตรวจสอบความหนาและร่องกระจกของบานกรอบ

- การติดบานประตู หน้าต่าง ต้องเลื่อนหรือปิด เปิดได้คล่องไม่ติดขัด

- การไสแต่งขอบประตู หน้าต่างให้เข้ากับวงกบ

- จะต้องเผื่อความหนาของสีที่จะทาไว้ด้วย สำหรับประตูไม้อัด

- ต้องตรวจสอบก่อนติดตั้งว่าบนไหนใช้แบบกันน้ำหรือไม่

งานกระจก

กระจกเป็นงานส่วนประกอบ ให้ทั้งความสวยงามและประโยชน์ใช้สอย มีหลายแหล่งที่

ผลิตกระจกสู่ท้องตลาด จึงควรเช็คในเรื่องของคุณภาพ

- ตรวจคุณภาพ ความหนา

การตรวจรับงาน ตอนที่ 2

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

จุดต่าง ๆ ในการตรวจรับงาน (ต่อ)

งานเหล็ก
เมือเปรียบบ้านเป็นร่างกาย เหล็กก็เสมือนกระดูกที่เป็นหลักในร่างกาย ให้คงอยู่ได้ หากกระดูกผุ หรือ กร่อน ในเนื้อใน ก็ทำให้ร่างกายทรุด เหมือน บ้าน ที่รอวันพังจากภายในโครงสร้าง โดยงานเหล็กจะมีจุดที่ควรตรวจสอบคือ

- เหล็กเส้นหลัก ตรวจดูความใหม่ และ มาตรฐาน มอก. ส่วนใหญ่ มักเป็นเหล็กข้ออ้อย
- ไม่ควรใช้เหล็กที่เป็นสนิม หากต้องการคุณภาพที่ดี
- ใช้เหล็กที่ได้มาตรฐานตามน้ำหนัก ตาม มอก.
เป็นการตรวจสอบแบบง่าย ๆ ที่เจ้าของบ้านสามารถดูด้วยตาเปล่าได้

งานคอนกรีต

ส่วนประกอบ ทราย หิน ปูนซีเมนต์ และน้ำที่รวมกันเป็นคอนกรีต ซึ่งใช้เป็นส่วนหลักของตัวบ้าน ถ้าไม่แข็งแรง ทำให้บ้านอาจพังได้ เหมือนมนุษยที่มีกล้ามเนื้ออ่อนแอ เป็นคนผอมแห้งแรงน้อย สารอาหาร ที่ควรจะเสริม ก็เปรียบได้กับ ส่วนประสมที่ควรจะต้องตรวจเช็ค คือ
1. ทราย - ตามหลักแล้ว ทรายที่ใช้ผสมเป็นคอนกรีตนั้นจะใช้ ทราบหยาบขนาด 3 มม. สะอาดและไม่มีวัสดุอื่นเจือปน ดังนั้น หากใช้ช่างที่มีความเป็นมาตรฐาน จะต้องมีตะแกรงร่อนทราย ก่อนนำไปใช้ด้วย
2. ปูนซีเมนต์ โดยปกติ ในงานก่อนสร้าง อาจแบ่งได้ หลัก ๆ 2 ประเภท แต่ สมัยนี้ อาจจะมีปูนซีเมนต์ที่ผสมสารต่าง ๆ เพื่อใช้ในการก่อสร้างเฉพาะด้าน แต่ โดยหลักแล้ว จะต้องมี
2.1 ปูนก่อ ที่ช่างชอบเรียก เป็นปูนที่ใช้ในการก่อโครงสร้างที่ต้องการกำลังอัดสูง
2.2 ปูนฉาบ ปูนชนิดนี้ใช้ในงานฉาบเป็นหลัก และอาจใช้ในงานก่ออิฐทีไม่ต้องการกำลังอัดสูงได้
ในแต่ละยี่ห้อ แต่ละบริษัทปูนซิเมนต์ จะต้องมี ผลิตภัณฑ์สองชนิดหลักนี้เป็นสำคัญ ซึ่งก็จะใช้ตรายี่ห้อ ต่างกันไป อาจจะถามช่างได้ ว่า ปูนตรานี้ ยี่ห้อนี้ เป็นปูนชนิดใด
3. หิน โดยทั่วไปแล้ว หิน จะมีหลายขนาด ขึ้นอยู่กับ ความต้องการของโครงสร้างนั้น ๆ จะเป็นตัวกำหนดขนาดหิน ในส่วนผสม อาจจะเป็น หิน2 หิน3
4. น้ำ เป็นน้ำสะอาด และไม่ใช่น้ำกร่อย

งานไม้
1. ในงานก่อนสร้างโดยทั่วไป จะต้องมี ไม้แบบ เพื่อใช้ในการหล่อแบบ ส่วนต่าง ๆ ซึ่ง หากคด ไม่ตรง ไม่ได้เหลี่ยมมุม แบบที่แกะออกมาจะไม่สวย รูปทรงไม่สวยงาม และ ไม่ควรใช้ไม้แบบเก่า เพราะเมื่อแกะแบบแล้วแบบจะแตก ซึ่งช่างส่วนใหญ่ จะใช้ไม้แบบเดิม ทั้งนั้น ในจุดนี้ หากใช้ของใหม่ได้ ก็จะดีมาก
2. ไม้แบบต้องห่างจากเหล็กข้างละประมาณ 2 ซม.
3. ไม้โครงสร้างต่าง ๆ เห็นได้ จับต้องได้ ไม่ได้อยู่ภายในนั้น เช่น ไม้เชิงชาย หรือ ระแนงฝ้าชายคา ควรจะไสและเก็บผิวเสี้ยนไม้ให้เรียบร้อย
4. ในข้อตกลงมีการกำหนดเนื้อไม้หรือไม่ ว่าใช้ไม้ชนิดใด ควรตรวจว่าใช้เนื้อไม้ตามนั้นหรือไม่

งานหลังคา
ส่วนหลักของบ้านที่ต้องเผชิญทั้ง ความร้อนจากแสงอาทิตย์ ลมที่รุนแรงในฤดูหนาว หรือ พายุฝนหรือลูกเห็บในบางกรณี หากก่อสร้างไม่ถูกวิธีอาจจะต้องรื้อมาทำใหม่ ให้วุ่นวาย ในภายหลัง จุดที่ควรพิจารณาคือ โครงหลังคา และ มุมหลังคา
1. โครงหลังคาเหล็ก ต้องดู ขนาด ความหนา ของเหล็กให้ตรงตามแบบ เพื่อรองรับ กระเบื้อง หรือ ส่วนหลังคา ที่จะต้องติดอยู่บนโครงให้ได้ โดยเรียบร้อย ไม่ใช่ หลังคายุบ เพราะใช้เหล็กไม่ได้มาตรฐานที่กำหนดไว้ ในแบบ ถ้ามีรอยเชื่อมใด ๆ ควรเช็ครอยเชื่อมในโครงหลังคาเหล็ก จะต้องมั่นคงแข็งแรง และ เคาะให้สะอาด
2. การทาสีกันสนิม หรือ น้ำยากันปลวก ในโครงหลังคาไม้ เพื่อความคงทนแข็งแรง และตัดปัญหาเรื่องปลวกกิน
3. ระยะแป ต้องตรงตามแบบ และต้องเท่ากัน ในทุก ๆ ระยะ - ตรวจสอบคุณภาพและการวางตำแหน่งของดั้ง ตะเข้สัน ตะเข้รางให้ถูกต้อง
4. โดยปกติแล้วโครงหลังคา จะไม่มีการต่อ หากมีต้องดูจุดต่อ แต่ไม่สมควรมีจะดีที่สุด

การขออนุญาตก่อสร้างอาคาร

Author: piledriver  //  Category: ข่าวสารที่น่าสนใจ

เอกสารที่ใช้ในการประกอบการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร , ดัดแปลงอาคารหรือรื้อถอนอาคาร ,เคลื่อนย้ายอาคาร (ตามมาตรา 21 )
มีดังนี้

1. แบบฟอร์มคำขออนุญาตก่อสร้างอาคาร, ดัดแปลงอาคาร หรือรื้อถอนอาคาร (แบบ ข.1) ,
แบบคำขออนุญาตเคลื่อนย้ายอาคาร (แบบ ข. 2)
2. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งแสดงวัตถุประสงค์และผู้มีอำนาจชื่อแทนนิติบุคคลที่ออกให้ไม่เกิน 6 เดือน
(กรณีที่นิติบุคลเป็นผู้ขอออนุญาต) และผู้มีอำนาจลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
3. สำเนาหรือภาพถ่ายโฉนดที่ดินขนาดเท่ากับต้นฉบับ และเจ้าของที่ดินลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
4. หนังสือยินยอมของเจ้าของที่ดินให้ก่อสร้างอาคารในที่ดินหรือสำเนาสัญญาเช่าที่ดิน (กรณีผู้ขออนุญาตไม่ใช่เจ้าของที่ดิน)
จำนวน 1 ชุด
5. สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ขออนุญาต หรือ (ผู้รับมอบอำนาจ, ผู้มีอำนาจแทนนิติบุคล ,เจ้าของที่ดิน) จำนวน 1 ชุด
6. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขออนุญาต หรือ (ผู้รับมอบอำนาจ ,ผู้มีอำนาจแทนนิติบุคคล,เจ้าของที่ดิน) จำนวน 1 ชุด
7. หนังสือแสดงความยินยอมและรับรองของสถาปนิกวิศวกรผู้ออกแบบและคำนวณ กับสำเนาใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพ
สถาปัตยกรรม) จำนวน 1 ชุด
8. แผนผังบริเวณ แบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลน จำนวน 5 ชุด
9. ใบรายการคำนวณโครงสร้าง จำนวน 1 ชุด