การมอบอำนาจ เกี่ยวกับที่ดิน

Author: piledriver  //  Category: ข่าวสารที่น่าสนใจ

การมอบอำนาจ ให้บุคคลอื่นกระทำการเทนกี่ยวกับที่ดิน
การที่ผู้ขอจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมไม่สามารถไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินอำเภอด้วยตนเองได้ จะมอบหมายให้ผู้ใดผู้หนึ่งที่เชื่อถือไว้วางใจได้จริงๆ ไปทำการแทนได้ โดยผู้นั้นจะต้องทำหลักฐานการมอบอำนาจเป็นหนังสือให้ผู้ไปทำการแทนควรมอบบัตรประจำตัวของผู้มอบให้กับผู้รับมอบอำนาจนำไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย เจ้าของที่ดินและผู้จะซื้อที่ดินจะต้องระมัดระวังหรือกระทำการให้รัดกุมรอบคอบมิฉะนั้นอาจเกิดการฉ้อโกงหรือได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงได้ จึงขอให้ผู้มอบได้ปฏิบัติตามคำเตือนหลังใบมอบอำนาจโดยเคร่งครัดหนังสือมอบอำนาจควรใช้ตามแบบของกรมที่ดินซึ่งมีอยู่ 2 แบบสำหรับที่ดินมีโฉนดแล้วแบบหนึ่ง กับที่ดินที่ยังไม่มีโฉนดอีกแบบหนึ่ง หากจะใช้กระดาษอื่นควรเขียนข้อความอนุโลมตามแบบพิมพ์ของกรมที่ดินเพราะจะได้รายการที่ชัดเจนและถูกต้องขอแนะนำข้อปฏิบัติ ดังนี้

1. ให้กรอกเครื่องหมายหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่น เช่น ตึก บ้าน เรือน โรง ให้ชัดเจน

2. ให้ระบุเรื่องและอำนาจจัดการให้ชัดเจนว่า มอบอำนาจให้ทำอะไร เช่น ซื้อขาย จำนอง ฯลฯ ถ้ามีเงื่อนไขพิเศษ เพิ่มเติม ก็ให้ระบุไว้ด้วย

3. อย่ากรอกข้อความให้ต่างลายมือและใช้น้ำหมึกต่างสีกัน ถ้าใช้เครื่องพิมพ์ดีดก็ต้องเป็นเครื่องเดียวกัน

4. ถ้ามีขูดลบ ตกเติม แก้ไข หรือขีดฆ่า ให้ระบุขีดฆ่าตกเติมกี่คำ และผู้มอบอำนาจลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกแห่ง

5. อย่าลงลายมือชื่อผู้มอบอำนาจก่อนกรอกข้อความ เมื่อกรอกข้อความครบถ้วนแล้วให้อ่านก่อน เมื่อเห็นว่าถูกต้องให้ลงลายมือชื่อผู้มอบอำนาจ คือ อย่าลงชื่อในกระดาษเปล่าๆ เป็นอันขาด

6. มีพยานอย่างน้อย 1 คน ถ้าผู้มอบอำนาจพิมพ์ลายนิ้วมือต้องมีพยาน 2 คน พยานต้องเซ็นชื่อ จะพิมพ์ลายนิ้วมือไม่ได้ ถ้าภรรยาเป็นผู้มอบอำนาจต้องให้สามีลงชื่อเป็นพยานและให้บันทึกความยินยอมเป็นหนังสือด้วย

7. หนังสือมอบอำนาจทำในต่างประเทศ ควรให้สถานทูตหรือสถานกงสุลหรือโนตารี่ปัปลิค รับรองด้วย

8. ผู้มอบอำนาจที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ในกรณีที่มีเหตุอันสมควรสงสัยว่าผู้มอบจะยังคงมีชีวิตอยู่หรือไม่ และมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์หรือไม่ ควรให้ผู้ปกครองท้องที่หรือผู้ที่เชื่อถือได้รับรองก่อน

9. ควรพิจารณาถึงบุคคล ที่จะรับมอบอำนาจจากท่านควรจะเป็นบุคคลที่ท่านเชื่อถือหรือรู้จักชอบพอกันมานาน หรือเป็นญาติพี่น้องกัน อย่ามอบอำนาจให้กับผู้ที่ไม่รู้จักมักคุ้นกันมาก่อน
ในบางเรื่องผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้รับมอบอำนาจจากทั้งสองฝ่าย คือ เป็นตัวแทนทั้งฝ่ายผู้โอนและผู้รับโอน ในกรณีเช่นนี้ผู้มอบอำนาจจะต้องระบุไว้ในหนังสือมอบอำนาจด้วยว่ายินยอมให้ผู้รับมอบเป็นผู้แทนอีกฝ่ายหนึ่งด้วย ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ควรไปทำธุรกิจต่างๆ เกี่ยวกับที่ดินด้วยตนเอง จะเป็นการปลอดภัยและสะดวกวกว่า แม้จะเสียเวลาไปบ้าง ก็ยังดีกว่าสูญเสียทรัพย์

ตู้ควบคุมไฟฟ้า หรือตู้คอนซูเมอร์ยูนิท

Author: piledriver  //  Category: โคมไฟ-อุปกรณ์ไฟฟ้า

dsc07039

dsc07023

อุปกรณ์ควบคุมไฟฟ้า 1 เฟส 2 สาย พร้อมกราวน์บาร์ (ระบบปลั๊ก-อิน) - ภาพตัวอย่างจากสินค้าเพียงบางส่วนของเรา

อุปกรณ์ควบคุมไฟฟ้า 1 เฟส 2 สาย หรือที่เรียกกันว่า ตู้คอนซูเมอร์ยูนิท นั้นออกแบบมาให้สวยงาม แข็งแรง ทนทาน
ปลอดภัยและใช้งานได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งตู้คอนซูเมอร์ยูนิทชนิดนี้เหมาะสำหรับติดตั้ง บ้านพักอาศัย ห้องชุด หรืออาคารพาณิชย์ ซึ่งจะมีขนาดจะมีให้เลือกตั้งแต่ 4ช่อง, 6ช่อง, 8ช่อง หรือ 10 ช่อง และ 14 ช่อง ส่วนใหญ่ที่ใช้กันก็มีด้วยกัน 2 ขนาด คือ 4 ช่อง และ 6 ช่อง ส่วนเมนและลูกย่อยควบคุมก็ควรจะเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน
ปัจจุบันที่จำหน่ายกันในท้องตลาดมีหลายแบรนด์ (ตราสินค้า) มีทั้งได้มาตราฐานและไม่ได้มาตราฐาน ราคาก็ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันบาท แต่ที่มีคุณภาพและได้มาตราฐานและเป็นที่ยอมรับ(ความปลอดภัย)และเป็นที่นิยมกัน อาทิ สแควร์ดี SQUARE บิทิสิโน b-ticino ซีเมนท์ SIEMENS เซฟทีคัท SAFE-T-CUT (แบรนด์ของคนไทย) เป็นต้น

หากร้านค้า หน่วยงาน โครงการ หรือ โรงงานของท่านต้องการขอรายละเอียดสินค้าหรือซื้อสินค้าข้างต้น สนใจซื้อสินค้าอื่น ๆ อาทิ ตู้ควบคุมไฟฟ้า ขนาด 3 เฟส หรือสั่งทำตู้ควบคุมไฟฟ้าอาคารขนาดใหญ่ โรงงาน โรงแรม ฯลฯ ท่านสามารถติดต่อสอบถามและสั่งซื้อได้ที่ คุณเล็ก 081-9969040
มั่นใจได้ว่าท่านจะได้สินค้าคุณภาพ ในราคาส่งที่ถูกเป็นพิเศษ และมีบริการจัดส่งถึงที่
(รับประกันสินค้าทุกชิ้น)

…………………………………………………………………………………………………..

dsc07026

อุปกรณ์ไฟฟ้า ประเภท กล่องแยกสาย กล่องพักสาย - ภาพตัวอย่างจากสินค้าของเรา

***กล่องพลาสติก(ชนิดฝั่งปูน) ที่มีคุณสมบัติ เหนียว หนา ไม่แตกหักง่าย หูเหล็กแข็งแรง ขนาด 2 นิ้ว x 4 นิ้ว
บรรจุลังละ 100 ใบ ราคาใบละ 2.20 บาท ***

***กล่องเหล็ก (แฮนดี้บ๊อกซ์) ทีมีคุณสมบัติ หนา แข็งแรง ทนทาน ขนาด 2 นิ้ว x 4 นิ้ว บรรจุลังละ 100 ใบ
ราคาใบละ 3.90 บาท ***

(นอกจากนี้เรายังจำหน่าย รางไฟ ,รางเก็บสายไฟ, ตู้ไฟ,แผงไฟ ประเภทพลาสติก และเหล็ก ฯลฯ รวมทั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ อีกหลากหลาย สินค้าขายราคาส่ง ถูกเป็นพิเศษ)

สนใจ โทร.081-9969040

ต่อเติม-เปลี่ยนแปลง อาคาร

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized

dsc07001

ภาพจาก การดำเนินงาน ทีมงานยู-ด้า ปั้นจั่น

การแก้ไขเปลี่ยนแปลง ส่วนต่างๆ ของอาคารที่ไม่ใช่โครงสร้างของอาคาร อาทิ การต่อเติม
การเพิ่ม การลด หรือการขยายรูปทรง ลักษณะ สัดส่วน เนื้อที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคาร เช่น เปลี่ยนแปลงวัสดุที่ใช้ทำผนังภายในอาคาร หรือเปลี่ยนแปลงวัสดุที่ใช้ปูพื้นส่วนใดส่วนหนึ่งภายในอาคารที่เป็นผลให้อาคารมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น และหากเป็นการเพิ่มน้ำหนักนั้นทำให้โครงสร้างอาคารคำนวณแล้วพบว่าเกินร้อยละสิบ ก็ต้องยื่นเรื่องเพื่อขออนุญาต แต่ถ้าเราคำนวณน้ำหนักด้วยตนเองไม่เป็น ก็ควรให้วิศวกรผู้ดูแลเป็นผู้คำนวณให้ เพราะหากวัสดุที่ใช้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากก็จะทำให้โครงสร้างอาคารต้องรับน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
ส่วนการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ต้องยื่นขออนุญาต อาทิ การเปลี่ยนแบบประตู หน้าต่าง หรือเปลี่ยนลายกระเบื้อง ฝ้า เพดาน ผนัง เป็นต้น กรณีนี้ไม่ต้องยื่นขออนุญาตเพราะไม่ได้ทำให้โครงสร้างอาคารต้องแบกรับน้ำหนักขึ้นแต่ประการใด
ในทางปฏิบัติหากเราทำได้ถูกต้องไว้ นอกจากจะไม่ผิดกฎหมายแล้ว ความปลอดภัยในโครงสร้างอาคารก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งผลกับชีวิตและทรัพย์สินของเรา

งานออกแบบฐานราก โดยใช้เสาเข็ม

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

copy-of-new-image

ภาพจาก การดำเนินงานของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

new-image2

ภาพจาก การดำเนินงานของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

งานออกแบบฐานรากในงานที่ใช้เสาเข็ม ก็เพื่อใช้เสาเข็มในการรับนํ้าหนักของตัวอาคาร ซึ่งเสาเข็มจะทำการรับนํ้าหนักจากฐานรากก่อน แล้วจึงค่อยถ่ายให้ดิน จะต่างจากฐานรากแบบแผ่ ที่ดินรับนํ้าหนักจากฐากรากโดยตรง การออกแบบฐานรากที่มีความจำเป็นที่ต้องใช้เสาเข็ม เป็นเพราะดินที่อยู่ตื้นรับนํ้าหนักได้น้อย จึงต้องใช้เสาเข็มเป็นตัวช่วยถ่ายนํ้าหนักจากข้างบนลงไปยังดินชั้นล่างที่แข็งกว่า ความสามารถในการรับนํ้าหนักของเสาเข็มขึ้นอยู่กับความแข็งแรงตัวเสาเข็ม และความสามารถในการรับนํ้าหนักของดิน รอบตัวและปลายเสาเข็ม

เลือกที่ดิน ก่อนซื้อ

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

dsc05132

ภาพจาก : การดำเนินงานของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น (ฝ่ายปั้นจั่นรถ)

ข้อควรพิจารณาตรวจสอบก่อนการเลือกซื้อที่ดิน มีหลายปัจจัยที่ควรคำนึงถึงก่อนตัดสินใจซื้อ

ปัจจัยสำคัญที่ควรตรวจสอบก็คือ จากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ
- กรมที่ดินหรือที่ทำการเขตที่เราทำการก่อสร้าง เพื่อตรวจสอบโฉนดที่ดินกับที่ดินว่า มีรูปร่าง ขนาดและเนื้อที่ว่าตรงกันหรือไม่ ซึ่งหากที่ดินจริงไม่ตรงกันกับโฉนด ก็จะสร้างปัญหาภายหลังให้กับเจ้าของที่ดินได้ ดังนั้น การขอทำรังวัดใหม่ก่อนจะซื้อขายที่ดินกัน ตรวจสอบว่าที่ดินมีส่วนเชื่อมต่อกับถนนสาธาณะ ซึ่งหากไม่มีก็นับว่าเป็นที่ดินที่สร้างความยุ่งยากได้มากที่เดียว เพราะการได้มาซึ่งทางเข้าออกสู่ที่ดินอาจจะต้องมีภาระค่าใช้จ่าย ให้กับเจ้าของที่ดินแปลงที่จะขอใช้เป็นทางเข้าออกสู่ที่ดิน ในกรณ๊ที่ตกลงกันได้ จะถือเป็น”ภาระจำยอม”โดยทั้งสองฝ่ายต้องทำข้อตกลงกันที่ที่ดินหรื่อที่ทำการเขตนั้น แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้นั้น ก็ต้องพึ่งอำนาจศาล ตัดสินเป็น “ทางจำเป็น” เข้าสู่ที่ดินของเรา ซึ่งอาจจะเสียค่าใช้จ่ายให้แก่เจ้าของที่ดินแปลงที่จะขอใช้เป็นทางเข้าออกตามคำสั่งศาล
- กรุงเทพมหานครหรือกรมโยธาธิการ เพื่อสอบถามเขตห้ามก่อสร้าง เขตพักอาศัย การตัดถนน ตรวจสอบว่าที่ดินนั้นสามารถใช้ก่อสร้างอาคารประเภทใดได้บ้าง และมีข้อจำกัดในการก่อสร้างแค่ไหน โดยการตรวจสอบจากผังเมืองรวมในพื้นที่ (ปัจจุบันผังเมืองได้กำหนดการใช้ที่ดินออกเป็นสีๆ แต่ละสีกำหนดให้สามารถสร้างหรือห้ามสร้างอาคารแต่ละประเภทไว้ต่างกัน)
- การทางพิเศษ เพื่อสอบถามแนวห้ามก่อสร้างจากแนวของทางด่วน
- กรมทางหลวง เพื่อสอบถามแนวห้ามก่อสร้างจากแนวถนนหลวงหรือเรื่องการตัดถนน
- การไฟฟ้าฝ่ายผลิตหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อสอบถามแนวสายไฟฟ้าแรงสูงขนานใหญ่ผ่าน
- กรมการบินพาณิชย์ เพื่อสอบถามสิ่งก่อสร้างไปบังคลื่นวิทยุ ในส่วนอาคารสูงที่เกิน 15 เมตรขึ้นไป
นอกจากจะตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ จากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องแล้ว สิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมคือ การตรวจสอบประวัติที่ดิน เช่น
- ที่ดินเดิมเคยเป็นคู คลอง สระน้ำหรือเคยถูกขุดหน้าดินไปหรือไม่ เพราะที่ดิน ที่ถมดินลงไปใหม่นั้นจะต้องใช้เวลานานกว่าเนื้อดินจะแน่นและไม่ทรุดตัว
- ก่อนก่อสร้างหรือปลูกบ้าน ควรดูว่าภายในบริเวณดินว่ามีตอ หรือ รากแก้วต้นไม้ขนาดใหญ่หรือไม่ เพราะสิ่งที่ตามมาก็คือแมลง อาทิปลวก ที่มาอาศัยและอาจจะสร้างปัญหากับตัวบ้านและอาคารที่ก่อสร้างในภายหลัง
- สภาพแวดล้อม ในบริเวณรอบ ๆ มีลักษณะอย่างไร เพราะสภาพแวดล้อมของอาคาร หรือบ้านพักอาศัย กับอาคารที่ทำธุรกิจ หรือทำการค้านั้น มีความต้องการสภาพแวดล้อมโดยรอบที่แตกต่างกันออกไป
- หากเลือกที่ดินแถบใกล้ชายทะเล ควรคำนึงถึงความชุ่มน้ำของเนื้อดิน อันจะมีผลต่อการเลื่อนไหลของเนื้อดินข้างใต้ หรือการทรุดของดิน ซึ่งในการปลูกสร้างนั้นจะทำให้ต้องใช้เสาเข็มที่ตอกเป็นฐานราก ที่มีจำนวนมากขึ้น และอาจจะใช้เสาเข็มที่มีขนาดใหญ่ และมีความยาวที่ยาวกว่าปลูกสร้างทั่วไป
- ถ้าไม่จำเป็นอย่าเลือกพื้นที่ดินที่เป็นชายธง หรือที่ดินที่มีรูปร่างแปลกไม่ได้สัดส่วน ควรเลือกที่ดิน ที่มีขนาด
ความกว้างความยาวของที่ดินเหมาะสมต่อการปลูกสร้าง
- ตรวจสอบความต้องการของตนเป็นหลัก ว่ามีความต้องการอะไร มีความจำเป็นหรือไม่ หรือมีการวางแผนจะโครงการจะทำอะไร ได้มาแล้วเหมาะสม ให้ประโยชน์ และให้คุ้มค่ากับเรามากน้อยเพียงไร

หลักฐานในการกู้เงินสถาบันการเงิน

Author: piledriver  //  Category: ข่าวสารที่น่าสนใจ

หลักฐานการกู้ยืมเงิน เพื่อใช้ยื่นให้สถาบันการเงิน
การกู้เงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย อาทิ ซื้อบ้าน หรืออาคารชุด สถาบันการเงินมักจะกำหนดให้ผู้ขอกู้ จะต้องนำหลักฐานต่างๆต่อไปนี้มายื่น

1) หลักฐานประจำตัว
-บัตรประจำตัวประชาชน
-สำเนาทะเบียนบ้าน

บัตรประจำตัว

ทะเบียนสมรส หรือทะเบียนหย่า หรือใบมรณบัตร

สำเนาเปลี่ยนชื่อ สกุล (ถ้ามี)
2) หลักฐานเกี่ยวกับรายได้ ได้แก่

ก. ผู้มีรายได้ประจำ

ใบรับรองเงินเดือน หรือหลักฐานการรับ/จ่ายเงินเดือนจากนายจ้าง
สมุดบัญชีงินฝากธนาคาร
ข. ผู้มีอาชีพอิสระ

สำเนาทะเบียนการค้า หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
บัญชีเงินฝาก พร้อม statement บัญชีเงินฝากกระแสรายวันย้อนหลัง 6 เดือน
หลักฐานรายได้หรือทรัพย์สินอื่นๆ
3) หลักฐานเกี่ยวกับหลักทรัพย์และการซื้อขาย

สำเนาโฉนดที่ดิน หรือสำเนาหนังสือแสดงกรรมสิทธิห้องชุด
แผนที่แสดงทำเลที่ตั้งของที่ดินหลักประกัน
สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย หรือสัญญามัดจำ
ถ้าเป็นการซื้อห้องชุด ต้องมีสำเนาหนังสือสำคัญการจดทะเบียนอาคารชุด รายละเอียดทรัพย์ส่วนบุคคล และทรัพย์ส่วนกลาง
4) หลักฐานอื่นๆ

กรณีขอกู้เพื่อการปลูกสร้างหรือต่อเติมอาคาร ต้องมี
แบบก่อสร้างอาคาร
หนังสืออนุญาตปลูกสร้างหรือต่อเติมอาคาร
หนังสือสัญญาจ้างปลูกสร้างหรือต่อเติมอาคาร
กรณีกู้เพื่อไถ่ถอนจำนอง ต้องมี
- สัญญากู้เงิน และสัญญาจำนองจากสถาบันการเงินเดิม
- statement การผ่อนชำระค่างวด ใน 6 เดือนสุดท้าย
กรณีมีผู้กู้ร่วม จะต้องมีหลักฐานส่วนตัว และหลักฐานรายได้ของผู้กู้ร่วมด้วย

โดยปกติ ผู้ขอกู้จะต้องเตรียมหลักฐานต่างๆดังกล่าว โดยครบถ้วนในวันยื่นกู้หากไม่ครบ เจ้าหน้าที่อาจจะไม่รับเรื่อง หรืออาจรับเรื่องไว้และให้ผู้ขอกู้นำหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติม ซึ่งผู้ขอกู้ควรจะนำมาให้เจ้าหน้าที่ภายใน 3 วัน เพื่อจะไม่ทำให้การวิเคราะห์และอนุมัติกู้ล่าช้าออกไป

การรังวัดรวม แบ่งแยก ตรวจสอบ ที่ดิน

Author: piledriver  //  Category: ข่าวสารที่น่าสนใจ

ประกาศค่าใช้จ่ายในการรังวัดเกี่ยวกับโฉนดที่ดินหรือพิสูจน์สอบสวน หรือตรวจสอบเนื้อที่เกี่ยวกับหนังสือรับรองการทำประโยชน์

สิ่งที่เจ้าของที่ดินควรทราบ

1. ที่ดินที่ครอบครองอยู่มีหลักฐานอะไร ให้นำหลักฐานที่มีไปประกอบการยื่นคำขอ รังวัดที่ดิน
2. ที่ดินตั้งอยู่ หมู่ที่เท่าใด ตำบล อำเภอ อะไร
3. เจ้าของที่ดินข้างเคียงเป็นผู้ใดบ้าง ติดที่สาธารณประโยชน์หรือไม่
4. สภาพที่ดินเป็นอย่างไร เช่น ที่นา ที่สวน ที่ไร่ ที่อยู่อาศัย

การยื่นคำขอรังวัดที่ดิน
ยื่นที่สำนักงานที่ดินจังหวัด สำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา หรือสำนักงานที่ดินอำเภอที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ คือ
โฉนดที่ดิน ติดต่อที่สำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา ที่ที่ดินนั้น ตั้งอยู่

หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ติดต่อที่สำนักงานที่ดินอำเภอที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ เว้นแต่ ได้มีการยกเลิกอำนาจนายอำเภอ ให้ติดต่อที่สำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่

หลักฐานประกอบการขอรังวัด แบ่งแยก หรือสอบเขตโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์

บัตรประจำตัว ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัวชื่อสกุล (ถ้ามี)
โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
หลักฐานประกอบการขอรังวัดรวมโฉนดที่ดิน
บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล (ถ้ามี)
โฉนดที่ดินที่จะขอรวม ต้องมีลักษณะดังนี้
( 1 ) ต้องเป็นหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ประเภทเดียวกัน เว้นแต่ โฉนดแผนที่ กับโฉนดที่ดินให้รวมกันได้
( 2 ) ต้องมีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในโฉนดที่ดินเหมือนกันทุกฉบับและต้องยังมีชีวิตอยู่ทุกคน
( 3 ) ต้องเป็นที่ดินติดต่อผืนเดียวกัน ในจังหวัดและสำนักงานที่ดินเดียวกัน

ขั้นตอนการรังวัด แบ่งแยก รวม สอบเขตที่ดิน

รับบัตรคิวจากประชาสัมพันธ์
รับคำขอสอบสวน ชำระเงินค่าธรรมเนียมคำขอ
ส่งฝ่ายรังวัดดำเนินการ นัดวันทำการรังวัด กำหนดตัวช่างรังวัด กำหนดเงินมัดจำรังวัด
ค้นหารายชื่อเจ้าของที่ดินข้างเคียง และพิมพ์หนังสือแจ้งข้างเคียง
รับหนังสือแจ้งข้างเคียง วางเงินมัดจำรังวัด รับหลักเขตที่ดิน
ช่างรังวัดออกไปทำการรังวัดตามวันที่กำหนดไว้
คำนวณเนื้อที่ และเขียนรูปแผนที่ในโฉนดที่ดิน
ส่งเรื่องรังวัดคืนฝ่ายทะเบียน เรียกผู้ขอมาจดทะเบียน
สอบสวนจดทะเบียนแบ่งแยก
ตรวจอายัด
ชำระเงินค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และค่าโฉนด
แก้รายการทะเบียน และจดทะเบียนแบ่งแยก
สร้างโฉนดที่ดินแปลงแบ่งแยก
เสนอเจ้าพนักงานที่ดินลงนามและประทับตรา
แจกโฉนดที่ดินแปลงแบ่งแยก

ขั้นตอนการขอแบ่งแยกตรวจสอบเนื้อที่ และรวมหนังสือรับรองการทำประโยชน์

1. เจ้าของที่ดินนำหนังสือรับรองการทำประโยชน์และเอกสารต่าง ๆ ไปยื่นคำขอ
2. ให้ถ้อยคำในการนัดรังวัด เพื่อ - กำหนดวันทำการรังวัด
- กำหนดค่าใช้จ่ายในการรังวัด
- กำหนดเจ้าหน้าที่และสถานที่นัดพบ
3. รับเจ้าหน้าที่ไปทำการรังวัดและปักหลัก จนเสร็จการ
4. ลงนามในเอกสารต่าง ๆ
5. รอรับหนังสือแจ้งให้ไปดำเนินการจดทะเบียน ฯ ล ฯ

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรังวัดหนังสือรับรองการทำประโยชน์ และโฉนดที่ดิน

1. ค่าธรรมเนียมออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์

- ที่ดินเนื้อที่ไม่เกิน 20 ไร่ แปลงละ 30 บาท

- ที่ดินเนื้อที่เกิน 20 ไร่ ส่วนที่เกิน( เศษของไร่ให้คิดเป็นหนึ่งไร่) ไร่ละ 2 บาท

2. ค่าธรรมเนียมการพิสูจน์สอบสวนหรือตรวจสอบเนื้อที่เกี่ยวกับหนังสือรับรองการทำประโยชน์

- ถ้าเรียกเป็นรายแปลง แปลงละ 30 บาท

- ถ้าเรียกเป็นรายวัน วันละ 30 บาท

- ค่าคัดหรือจำลองแผนที่ แปลงละ 30 บาท

- ค่าคำนวณเนื้อที่หรือสอบแส แปลงละ 30 บาท

- ค่าจับระยะ แปลงละ 10 บาท

3. ค่าธรรมเนียมออกโฉนดที่ดิน

- ที่ดินเนื้อที่ไม่เกิน 20 ไร่ แปลงละ 50 บาท

- ที่ดินเนื้อที่เกิน 20 ไร่ ส่วนที่เกิน( เศษของไร่ให้คิดเป็นหนึ่งไร่ ) ไร่ละ 2 บาท

4. ค่าธรรมเนียมรังวัดเกี่ยวกับโฉนดที่ดิน

- ถ้าเรียกเป็นรายแปลง แปลงละ 40 บาท

- ถ้าเรียกเป็นรายวัน วันละ 40 บาท

- ค่าคัดหรือจำลองแผนที่ แปลงละ 30 บาท

- ค่าคำนวณเนื้อที่หรือสอบแส แปลงละ 30 บาท

- ค่าจับระยะ แปลงละ 10 บาท

5. ค่าธรรมเนียมเบ็ดเตล็ด

- ค่าคำขอ แปลงละ 5 บาท

- ค่ามอบอำนาจ เรื่องละ 20 บาท

- ค่าปิดประกาศให้แก่ผู้ปิดประกาศ แปลงละ 10 บาท

- ค่าพยานให้แก่พยาน คนละ 10 บาท

- ค่าหลักเขต หลักละ 15 บาท

6. ค่าใช้จ่ายการรังวัดเกี่ยวกับโฉนดที่ดินหรือพิสูจน์สอบสวน หรือตรวจสอบเนื้อที่เกี่ยวกับหนังสือรับรองการทำประโยชน์

ค่าพาหนะเดินทางให้แก่เจ้าพนักงาน พนักงานเจ้าหน้าที่ และคนงานจ้างไปทำการรังวัด ให้จ่ายในลักษณะเหมาจ่ายตามระเบียบ
กระทรวงมหาดไทยด้วยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
ค่าเบี้ยเลี้ยงให้แก่เจ้าพนักงาน พนักงานเจ้าหน้าที่ และค่าจ้างคนงานที่จ้างไปทำการรังวัด ให้จ่ายในลักษณะเหมาจ่ายตามระเบียบ
กระทรวงมหาดไทย ด้วยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
ค่าป่ายการให้แก่เจ้าพนักงานผู้ปกครองท้องที่ หรือผู้แทนที่ไปในการรังวัด คนหนึ่งวันละ 50 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการรังวัดให้จ่ายในลักษณะเหมาจ่ายตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยด้วยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง เรื่องละ 100 บาท
การคิดค่าใช้จ่ายในการรังวัดที่ดิน

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการรังวัดที่ดินที่ผู้ขอจะต้อชำระตามกฎหมาย (กฎกระทรวง ฉบับที่ 47 และ 48 ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497) มีดังนี้

1. ค่าธรรมเนียมรังวัด

- เกี่ยวกับโฉนดที่ดิน แปลง/วัน/ละ 40 บาท

- เกี่ยวกับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แปลง/วัน/ละ 30 บาท
2. ค่าหลักเขตที่ดิน หลักละ 15 บาท (ตามที่ใช้จริง)
3. ค่าใช้จ่ายในการรังวัดลักษณะเหมาจ่าย ดังนี้

3.1 ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าส่งหมายข้างเคียงทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ 100 บาท
3.2 ค่าป่วยการเจ้าพนักงานผู้ปกครองท้องที่ วันละ 50 บาท
3.3 ค่าพาหนะพนักงานเจ้าหน้าที่และคนงานรังวัด วันละไม่เกิน 800 บาท
3.4 ค่าคนงานรังวัด คน/วัน 200 บาท หรือ 250 บาท (ตามเขตจังหวัดที่กระทรวงการคลังกำหนด)

ทั้งนี้ การกำหนดวันทำการรังวัดตามข้อ 3.3 และ 3.4 กำหนดตามจำนวนเนื้อที่ ดังนี้
การรังวัดเกี่ยวกับโฉนดที่ดิน

1. เนื้อที่ไม่เกิน 5 ไร่ เวลาทำการ 1 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 1,950 บาท

2. เนื้อที่ไม่เกิน 15 ไร่ เวลาทำการ 2 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 3,750 บาท

3. เนื้อที่ไม่เกิน 30 ไร่ เวลาทำการ 3 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 5,550 บาท

4. เนื้อที่ไม่เกิน 50 ไร่ เวลาทำการ 4 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 7,350 บาท

5. เนื้อที่ไม่เกิน 100 ไร่ เวลาทำการ 5 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 9,150 บาท

6. เนื้อที่ไม่เกิน 150 ไร่ เวลาทำการ 6 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 10,950 บาท

7. เนื้อที่เกิน 150 ไร่ เวลาทำการ 7 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 12,750 บาท

การรังวัดเกี่ยวกับหนังสือรับรองการทำประโยชน์

เนื้อที่ไม่เกิน 20 ไร่ เวลาทำการ 1 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 1,450 บาท
เนื้อที่ไม่เกิน 50 ไร่ เวลาทำการ 2 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 2,750 บาท
เนื้อที่ไม่เกิน 100 ไร่ เวลาทำการ 3 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 4,050 บาท
เนื้อที่ไม่เกิน 150 ไร่ เวลาทำการ 4 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 5,350 บาท
เนื้อที่เกิน 150 ไร่ เวลาทำการ 5 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 6,650 บาท
หมายเหตุ

ให้ใช้สำหรับพื้นที่โล่งเตียน
ส่วนพื้นที่ชุมชุน ที่นา ที่ไร่ ที่สวน ที่มีแนวเขตคดโค้งและมีปัญหาอุปสรรค ซึ่งต้องแก้ไขตามหลักวิชาการรังวัดและทำแผนที่ เช่น หมุดหลักฐานโครงงานแผนที่สูญหาย จำกัดเนื้อที่ ให้เพิ่มจำนวนวันทำการรังวัด 1 วัน
ในกรณีรังวัดออกโฉนดที่ดิน หากมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบที่ดินตามกฎกระทรวงฉบับที่ 43
(พ.ศ.2537) ให้เพิ่มค่าพาหนะ 1 วัน
สำหรับการรังวัดแบ่งแยก(จัดสรร) ให้ทำการรังวัดและปักหลักเขต ให้คำนวณวันทำการทุก 12 แปลงต่อหนึ่งวัน
ที่มา : กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย

ปลูกสร้างบ้านสักหลัง

Author: piledriver  //  Category: ข่าวสารที่น่าสนใจ

การปลูกสร้างบ้านที่ได้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ จึงเป็นการส่งเสริมความมั่นคงของชีวิตในฐานะเป็นพลเมืองดี และเสริมสร้างความดีงามแก่จิตใจ

ขั้นตอนในการปลูกสร้างบ้าน
ในเขตที่ประกาศใช้กฎหมายควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือกฎหมายผังเมืองบ้าน หรืออาคารที่จะปลูกสร้าง ต้องได้รับอนุญาตแบบแปลนเสียก่อน และจะสร้างเกินกว่าแบบที่ได้รับอนุญาตไม่ได้ โดยยื่นคำร้องได้ที้สำนักงานเทศบาล สำนักงานเมืองพัทยา และสำนักงานเขต หรือกรุงเทพมหานคร อำเภอ และสำนักงานสุขาภิบาล แล้วแต่กรณี
บริเวณนอกเขตควบคุม บ้านหรืออาคารที่จะปลูกสร้างไม่ต้องขออนุญาตสามารถปลูกสร้างได้เลย

การแจ้งการปลูกสร้างบ้านและผู้มีหน้าที่รับแจ้ง
เมื่อปลูกสร้างบ้านหรืออาคารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เจ้าบ้านไปแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่นั้น ๆ คือ นายทะเบียนท้องถิ่น หรือกำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน หรือปลัดอำเภอ หรือผู้ช่วยนายทะเบียน ณ สำนักงานเทศบาล สำนักงานเมืองพัทยา สำนักงานเขต กรุงเทพมหานคร ที่ว่าการอำเภอ หรือกิ่งอำเภอ แล้วแต่กรณี เพื่อขอเลขประจำบ้านภายใน 15 วัน นับแต่วันปลูกสร้างบ้านเสร็จ หากไม่ไปแแจ้งตามกำหนดมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

หลักฐานที่จะต้องนำไปแจ้งเพื่อขอเลขประจำบ้าน
- หนังสือหรือเอกสารการได้รับอนุญาตการปลูกสร้างบ้านหรืออาคาร (เฉพาะในเขตพื้นที่ที่ประกาศใช้กฎหมายควบคุมอาคารหรือกฎหมายผังเมือง)
- สำเนาทะเบียนบ้านหรือบัตรประจำตัวของผู้แจ้งกรณีผู้ที่ได้รับมอบหมายให้นำบัตรประจำตัวของผู้รับมอบ และหนังสือมอบหมาย (ถ้ามี) ไปแสดงด้วย
- หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ปลูกสร้างบ้าน สัญญาซื้อขาย สัญญาเช่า (ถ้ามี)
- ผู้แจ้งให้ยื่นคำร้องตามแบบที่กำหนดต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งพร้อมหลักฐานที่นำไปแสดง
- เมื่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งได้รับแจ้งการสร้างบ้านใหม่แล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐานที่นำไปแสดง

วิธีการรับแจ้ง
เมื่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งได้รับแจ้งการสร้างบ้านใหม่แล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐานที่นำไปแสดง เมื่อเห็นว่าถูกต้อง ก็ให้กำหนดเลขประจำบ้านให้พร้อมกับจัดทำทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้านต่อไป โดยจะมอบสำเนาทะเบียนบ้านให้แก่ผู้แจ้งไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการในเรื่องการย้ายบุคคลเข้ามาอยุ่ในทะเบียนบ้านในโอกาสต่อไป หรือจะดำเนินการในคราวเดียวกันก็ได้ ส่วนเลขประจำบ้านที่นายทะเบียนกำหนดให้นั้น ให้เจ้าบ้านไปจัดทำเลขประจำบ้านติดไว้ที่หน้าบ้านหรือที่รั้วบ้านซึ่งเห็นได้ชัดแจ้ง

การรื้อถอนบ้านซึ่งมีเลขประจำบ้าน
เมื่อได้มีการรื้อถอนบ้านหรืออาคารโดยไม่ประสงค์จะปลูกสร้างใหม่ในที่ดินนั้นอีก หรือรื้อเพื่อไปปลูกสร้างที่อื่น ให้เจ้าบ้านแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งภายใน 15 วัน นับแต่วันรื้อถอนเสร็จ พร้อมกับนำสำเนาทะเบียนบ้านคืนแก่นายทะเบียนด้วย หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

หมายเหตุ : การแจ้งเกี่ยวกับบ้านไม่เสียค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด

แหล่งที่มา กระทรวงมหาดไทย

ขั้นตอน การขอรังวัดที่ดิน

Author: piledriver  //  Category: ข่าวสารที่น่าสนใจ

ก่อนจะขอรังวัดที่ดิน เราควรรู้รายละเอียดเกี่ยวที่ดินที่เราครอบครองก่อน ดังนี้
- ที่ดินที่ครอบครองอยู่มีหลักฐานอะไร ให้นำหลักฐานที่มีไปประกอบการยื่นคำขอ รังวัดที่ดิน
- ที่ดินตั้งอยู่ หมู่ที่เท่าใด ตำบล อำเภอ อะไร
- เจ้าของที่ดินข้างเคียงเป็นผู้ใดบ้าง ติดที่สาธารณประโยชน์หรือไม่
- สภาพที่ดินเป็นอย่างไร เช่น ที่นา ที่สวน ที่ไร่ ที่อยู่อาศัย

การยื่นคำขอรังวัดที่ดิน
- ยื่นที่สำนักงานที่ดินจังหวัด สำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา หรือสำนักงานที่ดินอำเภอที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ คือ
- โฉนดที่ดิน ติดต่อที่สำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา ที่ที่ดินนั้น ตั้งอยู่
- หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ติดต่อที่สำนักงานที่ดินอำเภอที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ เว้นแต่ ได้มีการยกเลิกอำนาจนายอำเภอ ให้ติดต่อที่สำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่

หลักฐานประกอบการขอรังวัด แบ่งแยก หรือสอบเขตโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
- บัตรประจำตัว ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัวชื่อสกุล (ถ้ามี)
- โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์

หลักฐานประกอบการขอรังวัดรวมโฉนดที่ดิน
- บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล (ถ้ามี)
- โฉนดที่ดินที่จะขอรวม ต้องมีลักษณะดังนี้
( 1 ) ต้องเป็นหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ประเภทเดียวกัน เว้นแต่ โฉนดแผนที่ กับโฉนดที่ดินให้รวมกันได้
( 2 ) ต้องมีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในโฉนดที่ดินเหมือนกันทุกฉบับและต้องยังมีชีวิตอยู่ทุกคน
( 3 ) ต้องเป็นที่ดินติดต่อผืนเดียวกัน ในจังหวัดและสำนักงานที่ดินเดียวกัน

ขั้นตอนการรังวัด แบ่งแยก รวม สอบเขตที่ดิน
- รับบัตรคิวจากประชาสัมพันธ์
- รับคำขอสอบสวน ชำระเงินค่าธรรมเนียมคำขอ
- ส่งฝ่ายรังวัดดำเนินการ นัดวันทำการรังวัด กำหนดตัวช่างรังวัด กำหนดเงินมัดจำรังวัด
- ค้นหารายชื่อเจ้าของที่ดินข้างเคียง และพิมพ์หนังสือแจ้งข้างเคียง
- รับหนังสือแจ้งข้างเคียง วางเงินมัดจำรังวัด รับหลักเขตที่ดิน
- ช่างรังวัดออกไปทำการรังวัดตามวันที่กำหนดไว้
- คำนวณเนื้อที่ และเขียนรูปแผนที่ในโฉนดที่ดิน
- ส่งเรื่องรังวัดคืนฝ่ายทะเบียน เรียกผู้ขอมาจดทะเบียน
- สอบสวนจดทะเบียนแบ่งแยก
- ตรวจอายัด
- ชำระเงินค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และค่าโฉนด
- แก้รายการทะเบียน และจดทะเบียนแบ่งแยก
- สร้างโฉนดที่ดินแปลงแบ่งแยก
- เสนอเจ้าพนักงานที่ดินลงนามและประทับตรา แจกโฉนดที่แบ่งแยก

ขั้นตอนการขอแบ่งแยกตรวจสอบเนื้อที่ และรวมหนังสือรับรองการทำประโยชน์
- เจ้าของที่ดินนำหนังสือรับรองการทำประโยชน์และเอกสารต่าง ๆ ไปยื่นคำขอ ให้ถ้อยคำในการนัดรังวัด เพื่อ
1. กำหนดวันทำการรังวัด
2. กำหนดค่าใช้จ่ายในการรังวัด
3. กำหนดเจ้าหน้าที่และสถานที่นัดพบ
- รับเจ้าหน้าที่ไปทำการรังวัดและปักหลัก จนเสร็จการ
- ลงนามในเอกสารต่าง ๆ
- รอรับหนังสือแจ้งให้ไปดำเนินการจดทะเบียน ฯ ล ฯ

ขออนุญาตจัดสรรที่ดิน

Author: piledriver  //  Category: ข่าวสารที่น่าสนใจ

การทำธุรกิจจัดสรรที่ดิน หรือที่พักอาศัย การจะทำธุรกิจดังกล่าว ผู้ประกอบการต้องมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับธุรกิจ ต้องมีทักษะการบริหารการจัดการ การบริหารการตลาด และต้องปฏิบัติตามระเบียบและกฏหมายที่กำหนดไว้ อาทิ พระราชบัญญัติจัดสรรทีดิน รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การจัดสรรสรรที่ดิน หรือการแบ่งแยกที่ดินให้เป็แปลงย่อยจำนวนสิบแปลงขึ้นไป ต้องมีการขออนุญาตจัดสรรที่ดินก่อน โดยยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด หรือเจ้าพนักงานที่ดินสาขาแห่งท้องที่ (หากละเลย มีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 20ปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท ตามมาตรา 59 พรบ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ 2543)

การขออนุญาตการจัดสรรที่ดินนั้น มีขั้นตอนและรายละเอียดดังต่อไปนี้

การขออนุญาตจัดสรรที่ดินต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 โดยผู้ขออนุญาตทำการจัดสรรที่ดิน ยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาแห่งท้องที่ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ พร้อมหลักฐาน และรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่มีชื่อผู้ขอใบอนุญาตทำการจัดสรรที่ดินเป็นผู้มีสิทธิในที่ดิน โดยที่ดินนั้นต้องปลอดจากบุริมสิทธิใด ๆ เว้นแต่บุริมสิทธิในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์

2. ในกรณีที่ดินที่ขอทำการจัดสรรที่ดินมีบุริมสิทธิในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์หรือภาระการจำนองให้แสดงบันทึกความยินยอม ให้ทำการจัดสรรที่ดินของผู้ทรงบุริมสิทธิ หรือผู้รับจำนอง และจำนวนเงินที่ผู้ทรงบุริมสิทธิ หรือผู้รับจำนองจะได้รับชำระหนี้จากที่ดินแปลงย่อยแต่ละแปลง และต้องระบุด้วยว่าที่ดินที่เป็นสาธารณูปโภคหรือที่ดินที่ใช้เพื่อบริการสาธารณะไม่ต้องรับภาระหนี้บุริมสิทธิหรือจำนองดังกล่าว

3. แผนผังแสดงจำนวนที่ดินแปลงย่อยที่จะขอจัดสรร และเนื้อที่โดยประมาณของที่ดินแต่ละแปลง

4. โครงการปรับปรุงที่ดินที่ขอจัดสรร การจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะรวมทั้งการปรับปรุงอื่นตามควรแก่สภาพของท้องถิ่น โดยแสดงแผนผัง รายละเอียด และรายการก่อสร้างประมาณการค่าก่อสร้างและกำหนดเวลาที่จะนำให้แล้วเสร็จในกรณีที่ได้มีการปรับปรุงที่ดินที่ขอจัดสรรหรือได้จัดทำสาธารณูปโภค หรือบริการสาธารณะแล้วเสร็จทั้งหมด หรือบางส่วนก่อนขอทำการจัดสรรที่ดินให้แสดงแผนผังรายละเอียดและรายการก่อสร้างที่ได้จัดทำแล้ว เสร็จนั้นด้วย

5. แผนงาน โครงการ และระยะเวลาการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค

6. วิธีการ จำหน่ายที่ดินจัดสรร และการชำระราคาหรือค่าตอบแทน

7. ภาระผูกผันต่าง ๆ ที่บุคคลอื่นมีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินที่ขอจัดสรรนั้น

8. แบบสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินจัดสรร

9. ที่ตั้งสำนักงานของผู้ขอใบอนุญาตทำการจัดสรรที่ดิน

10. ชื่อธนาคาร หรือสถาบันการเงินที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางกำหนด ซึ่งจะเป็นผู้ค้ำประกันการจัดให้มีสาธารณูปโภค หรือบริการสาธารณะ หรือการปรับปรุงที่ดิน และค้ำประกันการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ

11. การพิจารณาแผนผัง โครงการ และวิธีการในการจัดสรรที่ดิน ให้คณะกรรมการกระทำให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวัน นับแต่วันที่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาได้รับคำขอ ถ้าคณะกรรมการไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรให้ถือว่าคณะกรรมการได้ให้ความเห็นชอบ แผนผัง โครงการ และวิธีการจัดสรรที่ดินนั้นแล้ว

12. ในกรณีที่คณะกรรมการไม่เห็นชอบหรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน ผู้ขอมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่ง

13. การออกใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน ให้คณะกรรมการออกใบอนุญาตภายในกำหนด 7 วัน นับแต่
13.1 วันที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบให้ทำการจัดสรรที่ดิน
13.2 วันที่คณะกรรมการกลางให้ความเห็นชอบให้ทำการจัดสรร ในกรณีที่มีการอุทธรณ์

14. ในกรณีที่ที่ดินจัดสรรมีบุริมสิทธิในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ หรือการจำนองติดอยู่ เมื่อได้ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินที่แบ่งแยกเป็นแปลงย่อยแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดแจ้งบุริมสิทธิหรือการจำนองนั้นในโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่แบ่งแยกเป็นแปลงย่อยทุกฉบับ พร้อมทั้งระบุจำนวนเงินที่ผู้ทรงบุริมสิทธิ หรือผู้รับจำนองจะได้รับชำระหนี้จากที่ดินแปลงย่อยแต่ละแปลงในสารบัญสำหรับจดทะเบียนด้วย และให้ถือว่าที่ดินแปลงย่อยแต่ละแปลงเป็นประกันหนี้บุริมสิทธิ หรือหนี้จำนองตามจำนวนเงินที่ได้ระบุไว้
ให้ที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภค และที่ดินที่ใช้เพื่อบริการสาธารณะปลอดจากบุริมสิทธิในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ และภาระการจำนอง

15. อัตราค่าธรรมเนียม ตามกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2544

15.1 ใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน
(ก) จัดสรรที่ดินเป็นที่ประกอบเกษตรกรรม ไร่ละ 100 บาท
(ข) จัดสรรที่ดินประเภทอื่น ไร่ละ 250 บาท เศษของไร่คิดเป็นหนึ่งไร่
15.2 การโอนใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน รายละ 3,000 บาท