โคมไฟอะคริลิก ขนาด 32 w. ตามภาพข้างต้น เป็นโคมไฟที่ใช้ติดเพดาน โคมไฟมีน้ำหนักเบา ออกแบบคล้ายดอกเห็ด ตัวฝาโคมเป็นอะคริลิกที่มีความเรียบสวย และเงางาม การดูแลทำความสะอาดแค่ปัดฝุ่นเช็ดก็ดูเหมือนใหม่ตลอดเวลา การติดตั้งถอดเปลี่ยนอุปกรณ์ก็ง่ายเพียงเลื่อนตัวล็อคด้านข้างโคม สนใจสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ ราคาเพียง 100 กว่าบาท/ชุด โทรสายตรง 081-9969040
ภาพจาก:การดำเนินงานของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น
ประโยฃน์ของการวางผังอาคาร
การวางผังอาคารนั้นก็เพื่อเราจะได้กำหนดตำแหน่งของตัวบ้านบนที่ดิน ว่าต้องการให้บ้าน สร้างให้อยู่ด้านหน้า ด้านหลัง ด้านซ้าย หรือด้านขวาของที่ดิน การวางผังอาคารนั้นนอกจากเป็นสิ่งสำคัญต่อสร้างบ้านแล้ว ยังเป้นประโยชน์ต่อการตรวจสอบรายละเอียดให้ได้ความถูกต้อง สวยงาม ดังนี้
ตรวจสอบหมุดหลักเขตที่ดิน กับ โฉนดที่ดิน ว่ามีครบถ้วนหรือไม่
ป้องกันปัญหากับบ้านข้างเคียง เพราะถ้าหากว่าวางผังไปทั้งๆที่หมุดไม่ครบ ช่างอาจจะใช้วิธีวัดระยะเอา ซึ่งมีโอกาสผิดพลาด และ เกิดปัญหาขึ้นได้
ตรวจสอบผังก่อสร้าง ตำแหน่ง ทิศทาง แนวฉากเทียบกับ แนวที่จะใช้อ้างอิง (จะให้ตั้งฉากกับแนวถนน ซึ่งเป็นแนวที่ดินด้านหน้า หรือ ตั้งฉากกับแนวที่ดินด้านข้าง
เพื่อให้บ้านไม่เอียง เพื่อความสวยงามรับกับแนวถนน
ตรวจสอบส่วนที่ยื่นขององค์ประกอบอาคารตามแบบ กับแนวเขตที่ดิน
เพื่อตรวจสอบว่า ชายคา หรือสิ่งปลูกสร้างของเรา ล้าออกนอกแนวเขตที่ดินหรือไม่ (บ้านยังไม่ได้สร้าง เจ้าของบ้านจะมองตรงนี้ไม่ออก)
ตรวจสอบศูนย์เสา ระยะระหว่างเสา ระยะรวมทั้งหมด
เพื่อให้ถูกต้องตรงตามแบบก่อสร้าง
ตรวจสอบระดับบวก/ลบ 00 ในแบบเทียบกับสถานที่จริง
เพื่อให้ระดับบ้านถูกต้องตามแบบที่สถาปนิกออกไว้
ตรวจสอบหมุดอ้างอิง ตามแนวแกนเอ็กซ์ และ แกนวาย
เพื่อจะได้เส้นออฟเซ็ท ไว้สำาหรับใช้อ้างอิงฉากบ้าน ในขณะที่ทำการก่อสร้าง
ภาพจาก: การดำเนินงานของทีมงานยู-ด้า ปั้นจั่น
ปรับพื้นที่ดิน(ขุดดิน-ถมดิน ภายในบริเวณที่ก่อสร้าง)
การปรับหน้าดินให้มีความสูงเสมอพร้อมก่อนลงมือปลูกสร้างอาคารบ้านเรือน เราอาจมีการปรับพื้นที่ดินภายใน
บริวณที่มีการก่อสร้างให้มีการขุดและถมดินควบคู่กันไป เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีก
อาทิ ดินที่จะได้จากการขุดบนเนิน ,ดินที่ได้จากการขุดเพื่อสร้างชั้นใต้ดิน ,สร้างสระว่ายน้ำ หรือขุดดินเพื่อสร้างบ่อเก็บน้ำใต้ดิน ซึ่งดินที่ได้เราก็นำมาถมในพื้นที่ที่จะก่อสร้างตัวอาคารได้
- การถมดิน ในการสร้างบ้าน ก็เพื่อปรับความสูงของดินในพื้นที่ก่อสร้างให้สูงขึ้น ซึ่งควรจะสูงกว่าระดับถนนตั้งแต่ห้าสิบเซนติเมตรขึ้นไป โดยอาจพิจารณาถึง ความสูงของระดับถนน ,ระดับการท่วมถึงของน้ำ รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ เพื่อความสวยงามด้านทัศนยีภาพ และเหมาะสมกับสถานที่ที่ทำการก่อสร้าง
- การขุดดิน กรณีขุดต่ำกว่า สองเมตรครึ่งขึ้นไป เราอาจใช้วิธีตอกเข็มไม้ยาวตลอดแนวการขุดเป็นพืดเพื่อกันดินถล่ม หรือขุดดินปรับเป็นแนวเอียง ถ้าเนื้อดินมีความเหนียวพอ ก็ไม่ต้องใช้เข็มไม้ตอก กรณีมีการขุดดินในระดับลึกห้าเมตรขึ้นไป จะต้องใช้แผ่นเหล็กตอกเป็นแนวกันดินถล่ม
ภาพจาก: การดำเนินงานของยู-ด้า ปั้นจั่น (ฝ่ายปั้นจั่นรถ)
ตอกเสาเอก (เสาฤกษ์)
ในอดีตบ้านเรือนล้วนแต่เป็นบ้านที่ปลูกสร้างด้วยไม้ เพราะไม้เป็นวัสดุที่หาง่าย ราคาถูก ดังนั้นเสาของตัวบ้านจึงเป็นเสาไม้ พิธีฤกษ์ลงเสาเอกแต่ก่อนก็คือ ฤกษ์เวลาที่เรานำเสา(ไม้)หลักของบ้านหย่อนลงสู่หลุมที่เตรียมเอาไว้ จับให้เสาตั้งตรงแล้วเอาไม้ค้ำยันค้ำไว้จากนั้นก็นำดินมากลบหลุมทั้งหมด
แต่ในปัจจุบันนี้ด้วยสภาพแวดล้อมที่มีความปลียนแปลงไป ประกอบกับเทคโนโลยีที่ ทันสมัยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนมีความหลากหลาย แตกต่างกันออกไป อีกทั้งอาคารบ้านเรือนไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ส่วนใหญ่ล้วนมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตที่เสริมเหล็ก รากฐานของตัวอาคารต่างๆ จึงต้องมีความเหมาะสมแข็งแรงและสามารถรับน้ำหนักโครงสร้างได้เป็นอย่างดี การปลูกสร้างอาคารทั่วไปจึงต้องมีการตอกเสาเข็มคอนกรึต ต้องมีการเทฐานราก ทำตอม่อ แล้วจึงจะขึ้นเสาโผล่พื้นดินได้ ดังนั้นพิธียกเสาเอก กรณีเกี่ยวกับการตอกเสาเข็ม ส่วนใหญ่จะยึดถือเวลาที่ทำการตอกเสาเข็มต้นแรก เวลาที่ทำการตอกเสาเข็มต้นที่กำหนดให้เป็นเสาเอก (น่าจะเรียกว่า “ฤกษ์” เข็มเอก) การได้มาด้วย(เวลา)ฤกษ์พิธีการนั้นล้วนก็ต้องการความเป็นสิริมงคล ความรุ่งเรือง และความสบายใจให้กับตนและครอบครัว
การกำหนดฤกษ์พิธีการก็มักเกี่ยวข้องกับทิศ เดือน วัน เวลา เช่น ถ้ายกเสาเอกในเดือนอ้าย ยี่ สาม เสาเอก อยู่ทิศอีสาน, ยกเสาเอกในเดือน 4 – 5 – 6 เสาเอก อยู่ทิศอาคเนย์, ยกเสาเอกในเดือน 7 – 8 – 9 เสาเอก อยู่ทิศหรดี, ยกเสาเอกในเดือน 10 – 11 – 12 เสาเอก อยู่ทิศพายัพ
ความสำคัญของฤกษ์พิธีการมักจะถูกกำหนดเป็นเวลาที่แน่นอน เช่น เวลาตอกเสาฤกษ์ คือเวลา 9.09 น. ดังนั้นการเตรียมการต่างๆหน้างาน ที่ไม่มีความพร้อมก็อาจทำให้เกิดปัญหาขลุกขลัก สร้างความคลาดเคลื่อน ส่งผลให้การตอกเสาเข็ม(เสาเอก) ไม่ตรงกันกับเวลาฤกษ์พิธีการที่ได้กำหนดไว้
การทำธุรกิจจัดสรรที่ดิน หรือที่พักอาศัย การจะทำธุรกิจดังกล่าว ผู้ประกอบการต้องมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับธุรกิจ ต้องมีทักษะการบริหารการจัดการ การบริหารการตลาด และต้องปฏิบัติตามระเบียบและกฏหมายที่กำหนดไว้ อาทิ พระราชบัญญัติจัดสรรทีดิน รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การจัดสรรสรรที่ดิน หรือการแบ่งแยกที่ดินให้เป็แปลงย่อยจำนวนสิบแปลงขึ้นไป ต้องมีการขออนุญาตจัดสรรที่ดินก่อน โดยยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด หรือเจ้าพนักงานที่ดินสาขาแห่งท้องที่ (หากละเลย มีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 20ปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท ตามมาตรา 59 พรบ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ 2543)
การขออนุญาตการจัดสรรที่ดินนั้น มีขั้นตอนและรายละเอียดดังต่อไปนี้
การขออนุญาตจัดสรรที่ดินต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 โดยผู้ขออนุญาตทำการจัดสรรที่ดิน ยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาแห่งท้องที่ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ พร้อมหลักฐาน และรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่มีชื่อผู้ขอใบอนุญาตทำการจัดสรรที่ดินเป็นผู้มีสิทธิในที่ดิน โดยที่ดินนั้นต้องปลอดจากบุริมสิทธิใด ๆ เว้นแต่บุริมสิทธิในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์
2. ในกรณีที่ดินที่ขอทำการจัดสรรที่ดินมีบุริมสิทธิในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์หรือภาระการจำนองให้แสดงบันทึกความยินยอม ให้ทำการจัดสรรที่ดินของผู้ทรงบุริมสิทธิ หรือผู้รับจำนอง และจำนวนเงินที่ผู้ทรงบุริมสิทธิ หรือผู้รับจำนองจะได้รับชำระหนี้จากที่ดินแปลงย่อยแต่ละแปลง และต้องระบุด้วยว่าที่ดินที่เป็นสาธารณูปโภคหรือที่ดินที่ใช้เพื่อบริการสาธารณะไม่ต้องรับภาระหนี้บุริมสิทธิหรือจำนองดังกล่าว
3. แผนผังแสดงจำนวนที่ดินแปลงย่อยที่จะขอจัดสรร และเนื้อที่โดยประมาณของที่ดินแต่ละแปลง
4. โครงการปรับปรุงที่ดินที่ขอจัดสรร การจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะรวมทั้งการปรับปรุงอื่นตามควรแก่สภาพของท้องถิ่น โดยแสดงแผนผัง รายละเอียด และรายการก่อสร้างประมาณการค่าก่อสร้างและกำหนดเวลาที่จะนำให้แล้วเสร็จในกรณีที่ได้มีการปรับปรุงที่ดินที่ขอจัดสรรหรือได้จัดทำสาธารณูปโภค หรือบริการสาธารณะแล้วเสร็จทั้งหมด หรือบางส่วนก่อนขอทำการจัดสรรที่ดินให้แสดงแผนผังรายละเอียดและรายการก่อสร้างที่ได้จัดทำแล้ว เสร็จนั้นด้วย
5. แผนงาน โครงการ และระยะเวลาการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค
6. วิธีการ จำหน่ายที่ดินจัดสรร และการชำระราคาหรือค่าตอบแทน
7. ภาระผูกผันต่าง ๆ ที่บุคคลอื่นมีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินที่ขอจัดสรรนั้น
8. แบบสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินจัดสรร
9. ที่ตั้งสำนักงานของผู้ขอใบอนุญาตทำการจัดสรรที่ดิน
10. ชื่อธนาคาร หรือสถาบันการเงินที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางกำหนด ซึ่งจะเป็นผู้ค้ำประกันการจัดให้มีสาธารณูปโภค หรือบริการสาธารณะ หรือการปรับปรุงที่ดิน และค้ำประกันการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ
11. การพิจารณาแผนผัง โครงการ และวิธีการในการจัดสรรที่ดิน ให้คณะกรรมการกระทำให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวัน นับแต่วันที่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาได้รับคำขอ ถ้าคณะกรรมการไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรให้ถือว่าคณะกรรมการได้ให้ความเห็นชอบ แผนผัง โครงการ และวิธีการจัดสรรที่ดินนั้นแล้ว
12. ในกรณีที่คณะกรรมการไม่เห็นชอบหรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน ผู้ขอมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่ง
13. การออกใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน ให้คณะกรรมการออกใบอนุญาตภายในกำหนด 7 วัน นับแต่
13.1 วันที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบให้ทำการจัดสรรที่ดิน
13.2 วันที่คณะกรรมการกลางให้ความเห็นชอบให้ทำการจัดสรร ในกรณีที่มีการอุทธรณ์
14. ในกรณีที่ที่ดินจัดสรรมีบุริมสิทธิในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ หรือการจำนองติดอยู่ เมื่อได้ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินที่แบ่งแยกเป็นแปลงย่อยแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดแจ้งบุริมสิทธิหรือการจำนองนั้นในโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่แบ่งแยกเป็นแปลงย่อยทุกฉบับ พร้อมทั้งระบุจำนวนเงินที่ผู้ทรงบุริมสิทธิ หรือผู้รับจำนองจะได้รับชำระหนี้จากที่ดินแปลงย่อยแต่ละแปลงในสารบัญสำหรับจดทะเบียนด้วย และให้ถือว่าที่ดินแปลงย่อยแต่ละแปลงเป็นประกันหนี้บุริมสิทธิ หรือหนี้จำนองตามจำนวนเงินที่ได้ระบุไว้
ให้ที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภค และที่ดินที่ใช้เพื่อบริการสาธารณะปลอดจากบุริมสิทธิในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ และภาระการจำนอง
15. อัตราค่าธรรมเนียม ตามกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2544
15.1 ใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน
(ก) จัดสรรที่ดินเป็นที่ประกอบเกษตรกรรม ไร่ละ 100 บาท
(ข) จัดสรรที่ดินประเภทอื่น ไร่ละ 250 บาท เศษของไร่คิดเป็นหนึ่งไร่
15.2 การโอนใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน รายละ 3,000 บาท
หนึ่งในแบบบ้านสองชั้น สำหรับผู้ที่ต้องการแบบสวย และสบายๆ
(แบบ 2 ชั้น เป็นแบบบ้านที่ใช้เงินทุนปลูกสร้างไม่สูงนัก)
การเลือกแบบบ้าน เราต้องการแบบบ้านสไตล์ไหน สมัยนี้ไม่ยากเลยคะ เราอาจจะเลือกดูตามนิตยสาร
ตามอินเตอร์เนต ตามโครงการหมู่บ้านจัดสรรทั่ว ๆ ไป
หรืออาจจะปรึกษากับสถาปนิกเขียนแบบบ้านให้เรา แบบบ้านนั้นโดยทั่วไปแล้วสถาปนิกจะคิดค่าใช้จ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์ จากราคาของตัวบ้าน (ไม่น่าเกิน10 เปอร์เซ็นต์) เมื่อได้แบบแปลนบ้านแล้ว เรานำไปให้วิศวะกรโยธาดำเนินการคำนวนโครงสร้างของบ้าน (วัสดุที่ใช้ในการปลูกบ้าน)และนำแบบที่ได้นั้นไปว่าจ้างผู้รับเหมาสร้างบ้านต่อไป สัญญาว่าจ้างรับเหมาเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าไม่ทราบจะทำสัญญาว่าจ้างผู้รับเหมาอย่างไร ปัจจุบันนี้สัญญาจ้างผู้รับเหมานั้นเราก็สามารถพริ้นมาจากทางอินเตอร์เน็ตก็ได้(แบบบ้านต้องมีลายเซ็นต์ของสถาปนิกและวิศวกร) สำหรับบ้านที่มีเนื้อที่ใช้สอยต่ำกว่า 150 ตารางเมตร เจ้าของบ้านสามารถ เซ็นต์แบบแทนวิศวกรได้ หากมีความจำเป็นต้องกู้เงินมาปลูกบ้านก็นำแบบแปลนที่ได้ขอยื่นกู้จากสถาบันการเงินได้คะ
และถ้าเราปลูกสร้างบ้านอยู่ในเขตที่ประกาศใช้กฏหมายควบคุมการก่อสร้างต้องได้รับอนุญาตแบบแปลนเสียก่อน และจะสร้างเกินกว่าแบบที่ได้รับอนุญาตไม่ได้ บริเวณนอกเขตควบคมบ้านหรืออาคารที่จะปลูกสร้างไม่ต้องขออนุญาตสามารถปลูกสร้างได้เลย สำหรับบ้านที่มีเนื้อที่ใช้สอยมากกว่า 150 ตารางเมตร ต้องให้วิศวกรเซ็นต์ชื่อกำกับไว้
ส่วนขั้นตอนเตรียมเอกสาร และการขออนุญาตการก่อสร้าง นั้น ท่านสามารถศึกษาดูในรายละเอียดที่ทางยู-ด้า ปั้นจั่นได้นำมาลงไว้ในหมวดความรู้ทั่วไป หรือข่าวสารที่น่าสนใจ
ภาพการดำเนินงาน ของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น
ภาพการดำเนินงาน ของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น ฝ่ายปั้นจั่นสาน (ในช่วงฤดูฝน)
การคิดงาน ตอกเสาเข็ม
ใครที่อยากรู้ว่า เราสร้างบ้าน ต้อง ตอกเสาเข็ม ต้องเสียเงินเท่าไหร่ เขาคิดราคากันอย่างไร วันนี้ จะมาเล่าให้ฟัง ปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณา ในการคิดงาน ตอก เสาเข็ม มีดังนี้
1.ชนิดของเสาเข็ม เช่น
1.1 เสาเข็มเจาะ
1.2 เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กธรรมดา
1.3 เสาเข็ม คอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรง
1.4 เสาเข็มไม้
2. มิติ ของเสาเข็ม (ขนาด + ความยาว)
3. จำนวน เสาเข็ม
4. สถานที่ก่อสร้าง เอื้ออำนวย ต่อการจัดเก็บอุปกรณ์หรือไม่ หากไม่เอื้อ จะต้องนำค่าใช้จ่ายในการขนย้ายอุปกรณ์ที่เพิ่มเติมมาคิดด้วย
5. ค่าใช้จ่ายในการทดสอบการรับน้ำหนักของ เสาเข็ม (ถ้ามี)
6. ค่าแรง ตอกเสาเข็ม พิจารณาจาก
6.1 ขนาด + ความยาว ของ เสาเข็ม
6.2 อุปกรณ์ในการ ตอกเสาเข็ม รวมถึง ค่าขนย้ายอุปกรณ์
6.3 ลักษณะการ ตอกเสาเข็ม ว่า เป็นกลุ่ม หรือ เดี่ยว
ถมที่ดิน-ปรับพื้นที่ดิน ปัจจัยหนึ่งก่อนปลูกสิ่งก่อสร้าง
Author: piledriver // Category: ความรู้ทั่วไปภาพ การดำเนินงาน ของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น
ภาพ การดำเนินงาน ของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น
ถมดินก่อนปลูกสิ่งก่อสร้าง ต้องถมให้ดินมีความแน่นแข็ง และมีความสูงในระดับที่เหมาะสมนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาทิ
1. พื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ราบลุ่ม ดินมีอ่อนตัวมากน้อยเพียงไร เคยเกิดปัญหาน้ำท่วมบ้าง
หรือไม่ และระดับความท่วมสูงแค่ไหน
2. ระดับความสูงของท่อระบายน้ำสาธารณะในพื้นที่นั้น ซึ่งเราต้องถมดินให้มีความ
สูง กว่าความสูงของท่อระบายน้ำ เพื่อจะได้ไม่ ประสบปัญหาการระบายน้ำใน
ภาย หลัง
3. ระดับความสูง ของถนน ของพื้นที่นั้น และพื้นที่บริเวณที่ใกล้เคียง ซึ่งหากเราถม
ให้สูงกว่าถนนไว้ก็จะดี
ถมดินไม่ให้เกิดการทรุดตัว เช่น
1. มีการปรับพื้นที่ที่ถมดิน ให้มีความพร้อมในการถม เช่น หากพื้นที่มีน้ำท่วมขัง
ต้องระบายน้ำออก และทำให้พื้นที่นั้นแห้ง
2. จัดเก็บขยะ กิ่งไม้ใบไม้ หรือเศษวัสดุต่าง ๆ ออกให้หมด
3. ชนิดของดินที่ถม ที่นิยมกัน คือ ดินลูกรัง ทำไมจึงต้องใช้ลูกรัง ถมดินในการ
ปลูกสร้าง ก็เพราะดินลูกรังบดอัดได้ดี และเมื่อ มีการบดอัดแล้วจะแน่นแข็ง
4. ระหว่างถมดิน ต้องมีการบดอัดดินให้แน่น เพื่อป้องกันการยุบตัวของดิน
ก่อนเริ่มทำการถม ควรมีการทำระดับอ้างอิงไว้เพื่อตรวจสอบ เช่นการพ่นสี ตอกตะปูกำหนดระดับไว้ตามเสาไฟฟ้า หรือสิ่งก่อสร้างข้างเคียงที่มีลักษณะถาวร ไม่เคลื่อนย้าย เมื่อผู้รับเหมาจะส่งมอบงานจะได้ทำการตรวจสอบได้ครับ
นอกจากนั้น ราคาดินยังขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัยเช่น
1. ระยะทาง (จากบ่อดิน ถึง สถานที่ถมดิน)
2. ชนิดของดินทีนำมาถม ซึ่งจะมีราคา และคุณภาพ และลักษณะการใช้งานแตก
ต่างกันไป
3. ลักษณะการถมดิน (ขึ้นอยู่ข้อตกลงกัน) เช่น อาจถมอย่างเดียว หรือถมด้วยบด
ดินไปด้วย เป็นต้น
4. ขนส่ง ใช้รถบรรทุกเป็นส่วนมาก ความกว้างของกะบะรถ10 ล้อ ก็ประมาณ
2.5 x 6 ม. ส่วนความสูง-ส่วนมากจะนับกันเป็น”ไม้” เช่น ไม้ 1 ,ไม้2
“ไม้” คือ ไม้ที่เป็นซี่วางตามนอนด้านข้างกะบะ นับจากล่างขึ้นบน รถแต่ละคันจะ
ไม่เท่ากัน
ถ้าคิดปริมาตร 2.5 x 6 x สูงซัก1.2 ม. จะได้ 18 ลบ.ม. ส่วนใหญ่ ดินจะคิดค่า
ความโปร่งที่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์
การเว้นที่ว่างภายนอกอาคาร หรือ ระยะถอยร่นอาคารที่ปลูกสร้างเป็นแถว หรือเรียกว่า
บ้านแถว อาทิ อาคารที่เป็นตึกแถว ทาวน์เฮาส์ เราควรรู้เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารกับกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน ไว้บ้าง เพื่อเป็นแนวทางก่อนเริ่มลงมือปลูกสร้าง
การเว้นที่ว่างภายนอกอาคาร (บ้านแถว)
- อาคารต้องมีที่ว่างด้านหน้าไม่น้อยกว่า 3 เมตร ด้านหลังไม่น้อยกว่า 2 เมตร และด้านข้างไม่น้อยกว่า 2 เมตร ระหว่างอาคารด้านข้างคูหาที่ 10 รวมทั้งอาคารที่สร้างเป็นแถวมีความยาวรวมกัน 40 เมตร ต้องมีที่ว่างด้านข้างเป็นช่องตลอดหรือเว้นระยะระหว่างแถวมีความกว้างไม่น้อยกว่า 4 เมตร
หากอาคารสร้างไม่ติดกับทางสาธารณะให้เว้นที่ว่างด้านหน้า หรือมีระยะถอยร่นด้านหน้าอาคารไม่น้อยกว่า 6 เมตร
ส่วนผนังของอาคารที่มีหน้าต่าง ประตู ช่องระบายอากาศ หรือช่องแสง หรือระเบียง
ของอาคารต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดิน ดังนี้
- อาคารที่มีความสูงไม่เกิน 9 เมตร ผนังหรือระเบียงต้องอยู่ห่างเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 2 เมตร
- อาคารที่มีความสูงเกิน 9 เมตร แต่ไม่เกิน 23 เมตร ผนังหรือระเบียงต้องอยู่ห่างเขตที่ดินไม่น้อย กว่า 3 เมตร
ผนังของอาคารที่อยู่ห่างเขตที่ดินน้อยกว่าตามที่กำหนดไว้ในข้างต้น ต้องอยู่ห่างจากเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร เว้นแต่จะก่อสร้างชิดเขตที่ดินและอาคารดังกล่าวจะก่อสร้างได้สูงไม่เกิน 15 เมตร ผนังของอาคารที่อยู่ชิดเขตที่ดินหรือห่างจากเขตที่ดินน้อยกว่าที่ระบุไว้ในข้างต้น ต้องก่อสร้างเป็นผนังทึบ และดาดฟ้าของอาคารด้านนั้นให้ทำผนังทึบสูงจากดาดฟ้าไม่น้อยกว่า 1.80 เมตร ในกรณีก่อสร้างชิดเขตที่ดินต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากเจ้าของที่ดินข้างเคียงด้านนั้นด้วย
ผู้ที่มีหน้าที่ทำการตรวจสอบการก่อสร้างก็คือ ฝ่ายโยธา สำนักงานเขตในพื้นที่ที่มีการก่อสร้าง
นั้น ๆ
งานฝ้าเพดาน
มีทั้งโครงเคร่าไม้ อลูมิเนียม เหล็กอาบสังกะสี ไม่ว่าจะเป็นชนิดไหน
โครงเคร่าจะต้อง
วางให้ได้ระดับตัวที่ และมีจุดที่ต้องตรวจเช็คคือ
- กรณีไม้ระแนงต้องมีตาข่ายกันแมลง
- ร่องระหว่างแผ่นต้องมีความสม่ำเสมอ
- ฝ้า T-BAR และฝ้ายิบซั่ม ให้ตรวจสอบความหนาและลวดยึดโครง
- การยึดโยงไปยังหลังคา
ต้องไม่ยืดตัวเมื่อรับน้ำหนักซึ่งจะทำให้ฝ้าตกท้องช้างหรือโก่งได้
- รอยต่อของวัสดุที่ใช้ทำฝ้าต้องแนบสนิทเป็นแนวตรง
- ในกรณีที่เป็นยิปซั่มบอร์ดตรงรอยต่อต้องฉาบด้วยผ้าเทปแล้วขัดให้เรียบเสมอ
- หากมีไม้มอบฝ้า การต่อไม้ตรงมุมต้องต่อโดยตัดมุม 45 องศา
งานฟื้นและวัสดุพื้นผิว
พื้นเป็นสิ่งรองรับน้ำหนักต่าง ๆ ภายในตัวอาคารเช่น เฟอร์นิเจอร์
ส่วนวัสดุพื้นผิวเป็น
ส่วนที่ต้องใช้งานเป็นประจำจึงควรใส่ใจ ที่สำคัญคือระดับ
วัสดุฟื้นจะเป็นประเภทใดนั้นเลือกได้อยู่ที่ความต้องการแต่ระดับของการปูพื้นเลือกไม่ได้ต้องใช้ฝีมือ
- พื้นสำเร็จรูปต้องไม่แตกไม่หัก ได้ขนาดตามแบบ
- พื้นชั้นล่างต้องทำกันซึมตลอดทั้งพื้น
- ตรวจช่องระบายอากาศพื้นชั้นล่างเพื่อป้องกันปัญหาความชื้น
- ตรวจการปูพื้นให้แนบสนิท
- เช็คระบบกันซึมก่อนปูวัสดุพื้นผิว
- ตรวจสอบวัสดุพื้นผิวให้ตรงตามแบบ
- ตรวจสอบพื้นผิวคอนกรีตก่อนปูวัสดุพื้นผิว
- เช็คความเรียบร้อยหลังจากปูวัสดุพื้นผิว
- ตรวจสอบการชำรุดระหว่างการทำงานปูพื้นของวัสดุพื้นผิว
งานติดตั้งวงกบ และบานประตู หน้าต่าง
งานติดตั้งวงกบ และบานประตู หน้าต่าง ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นงานไม้ มีน้อยมากที่ใช้วง
กบเป็นโลหะ ฉะนั้นเนื้อไม้เป็นสิ่งสำคัญ จุดที่ต้องดูคือ
- ตรวจสอบชนิด รอยแยก ตาไม้ ของไม้วงกบ
- เช็คการติดตั้ง วงกบ ว่าได้แนวดิ่ง ได้มุมฉากหรือไม่
- เช็คระดับยึดติดแน่นกับเสาทับหลังและคานเอ็น
- ตรวจการตีตะปูรอบวงกบ
- ตรวจสอบชนิด รอยแยกไม้ ตาไม้ ของกรอบบานประตูและหน้าต่าง
- ตรวจสอบความหนาและร่องกระจกของบานกรอบ
- การติดบานประตู หน้าต่าง ต้องเลื่อนหรือปิด เปิดได้คล่องไม่ติดขัด
- การไสแต่งขอบประตู หน้าต่างให้เข้ากับวงกบ
- จะต้องเผื่อความหนาของสีที่จะทาไว้ด้วย สำหรับประตูไม้อัด
- ต้องตรวจสอบก่อนติดตั้งว่าบนไหนใช้แบบกันน้ำหรือไม่
งานกระจก
กระจกเป็นงานส่วนประกอบ ให้ทั้งความสวยงามและประโยชน์ใช้สอย มีหลายแหล่งที่
ผลิตกระจกสู่ท้องตลาด จึงควรเช็คในเรื่องของคุณภาพ
- ตรวจคุณภาพ ความหนา












