การตรวจรับงาน ตอนที่ 2

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized

จุดต่าง ๆ ในการตรวจรับงาน (ต่อ)

งานเหล็ก
เมือเปรียบบ้านเป็นร่างกาย เหล็กก็เสมือนกระดูกที่เป็นหลักในร่างกาย ให้คงอยู่ได้ หากกระดูกผุ หรือ กร่อน ในเนื้อใน ก็ทำให้ร่างกายทรุด เหมือน บ้าน ที่รอวันพังจากภายในโครงสร้าง โดยงานเหล็กจะมีจุดที่ควรตรวจสอบคือ

- เหล็กเส้นหลัก ตรวจดูความใหม่ และ มาตรฐาน มอก. ส่วนใหญ่ มักเป็นเหล็กข้ออ้อย
- ไม่ควรใช้เหล็กที่เป็นสนิม หากต้องการคุณภาพที่ดี
- ใช้เหล็กที่ได้มาตรฐานตามน้ำหนัก ตาม มอก.
เป็นการตรวจสอบแบบง่าย ๆ ที่เจ้าของบ้านสามารถดูด้วยตาเปล่าได้

งานคอนกรีต

ส่วนประกอบ ทราย หิน ปูนซีเมนต์ และน้ำที่รวมกันเป็นคอนกรีต ซึ่งใช้เป็นส่วนหลักของตัวบ้าน ถ้าไม่แข็งแรง ทำให้บ้านอาจพังได้ เหมือนมนุษยที่มีกล้ามเนื้ออ่อนแอ เป็นคนผอมแห้งแรงน้อย สารอาหาร ที่ควรจะเสริม ก็เปรียบได้กับ ส่วนประสมที่ควรจะต้องตรวจเช็ค คือ
1. ทราย - ตามหลักแล้ว ทรายที่ใช้ผสมเป็นคอนกรีตนั้นจะใช้ ทราบหยาบขนาด 3 มม. สะอาดและไม่มีวัสดุอื่นเจือปน ดังนั้น หากใช้ช่างที่มีความเป็นมาตรฐาน จะต้องมีตะแกรงร่อนทราย ก่อนนำไปใช้ด้วย
2. ปูนซีเมนต์ โดยปกติ ในงานก่อนสร้าง อาจแบ่งได้ หลัก ๆ 2 ประเภท แต่ สมัยนี้ อาจจะมีปูนซีเมนต์ที่ผสมสารต่าง ๆ เพื่อใช้ในการก่อสร้างเฉพาะด้าน แต่ โดยหลักแล้ว จะต้องมี
2.1 ปูนก่อ ที่ช่างชอบเรียก เป็นปูนที่ใช้ในการก่อโครงสร้างที่ต้องการกำลังอัดสูง
2.2 ปูนฉาบ ปูนชนิดนี้ใช้ในงานฉาบเป็นหลัก และอาจใช้ในงานก่ออิฐทีไม่ต้องการกำลังอัดสูงได้
ในแต่ละยี่ห้อ แต่ละบริษัทปูนซิเมนต์ จะต้องมี ผลิตภัณฑ์สองชนิดหลักนี้เป็นสำคัญ ซึ่งก็จะใช้ตรายี่ห้อ ต่างกันไป อาจจะถามช่างได้ ว่า ปูนตรานี้ ยี่ห้อนี้ เป็นปูนชนิดใด
3. หิน โดยทั่วไปแล้ว หิน จะมีหลายขนาด ขึ้นอยู่กับ ความต้องการของโครงสร้างนั้น ๆ จะเป็นตัวกำหนดขนาดหิน ในส่วนผสม อาจจะเป็น หิน2 หิน3
4. น้ำ เป็นน้ำสะอาด และไม่ใช่น้ำกร่อย

งานไม้
1. ในงานก่อนสร้างโดยทั่วไป จะต้องมี ไม้แบบ เพื่อใช้ในการหล่อแบบ ส่วนต่าง ๆ ซึ่ง หากคด ไม่ตรง ไม่ได้เหลี่ยมมุม แบบที่แกะออกมาจะไม่สวย รูปทรงไม่สวยงาม และ ไม่ควรใช้ไม้แบบเก่า เพราะเมื่อแกะแบบแล้วแบบจะแตก ซึ่งช่างส่วนใหญ่ จะใช้ไม้แบบเดิม ทั้งนั้น ในจุดนี้ หากใช้ของใหม่ได้ ก็จะดีมาก
2. ไม้แบบต้องห่างจากเหล็กข้างละประมาณ 2 ซม.
3. ไม้โครงสร้างต่าง ๆ เห็นได้ จับต้องได้ ไม่ได้อยู่ภายในนั้น เช่น ไม้เชิงชาย หรือ ระแนงฝ้าชายคา ควรจะไสและเก็บผิวเสี้ยนไม้ให้เรียบร้อย
4. ในข้อตกลงมีการกำหนดเนื้อไม้หรือไม่ ว่าใช้ไม้ชนิดใด ควรตรวจว่าใช้เนื้อไม้ตามนั้นหรือไม่

งานหลังคา
ส่วนหลักของบ้านที่ต้องเผชิญทั้ง ความร้อนจากแสงอาทิตย์ ลมที่รุนแรงในฤดูหนาว หรือ พายุฝนหรือลูกเห็บในบางกรณี หากก่อสร้างไม่ถูกวิธีอาจจะต้องรื้อมาทำใหม่ ให้วุ่นวาย ในภายหลัง จุดที่ควรพิจารณาคือ โครงหลังคา และ มุมหลังคา
1. โครงหลังคาเหล็ก ต้องดู ขนาด ความหนา ของเหล็กให้ตรงตามแบบ เพื่อรองรับ กระเบื้อง หรือ ส่วนหลังคา ที่จะต้องติดอยู่บนโครงให้ได้ โดยเรียบร้อย ไม่ใช่ หลังคายุบ เพราะใช้เหล็กไม่ได้มาตรฐานที่กำหนดไว้ ในแบบ ถ้ามีรอยเชื่อมใด ๆ ควรเช็ครอยเชื่อมในโครงหลังคาเหล็ก จะต้องมั่นคงแข็งแรง และ เคาะให้สะอาด
2. การทาสีกันสนิม หรือ น้ำยากันปลวก ในโครงหลังคาไม้ เพื่อความคงทนแข็งแรง และตัดปัญหาเรื่องปลวกกิน
3. ระยะแป ต้องตรงตามแบบ และต้องเท่ากัน ในทุก ๆ ระยะ - ตรวจสอบคุณภาพและการวางตำแหน่งของดั้ง ตะเข้สัน ตะเข้รางให้ถูกต้อง
4. โดยปกติแล้วโครงหลังคา จะไม่มีการต่อ หากมีต้องดูจุดต่อ แต่ไม่สมควรมีจะดีที่สุด

เอกสารที่ใช้เพื่อขอรับใบรับรองการตรวจสอบอาคาร

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

dsc06165

เอกสารต่างๆ ที่ใช้สำหรับ ยื่นขอรับใบรับรองการตรวจสอบอาคารของผู้ประกอบการตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2548

1. กรอกรายละเอียดในใบคำขอใบรับรองการตรวจสอบอาคารจำนวน 3 ชุด

2. เอกสาร หลักฐาน ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของอาคาร หรือผู้ครอบครองอาคาร

- สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน วัตถุประสงค์ และผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนนิติบุคคลผู้ขอ ที่ออกไม่เกิน 6 เดือน (กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขอ)
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันแทนนิติบุคคล (จำนวน 1 ชุด)
* ลงลายมือชื่อในเอกสารคำขอ และรับรองสำเนาเอกสารทุกแผ่นที่ยื่นคำขอ *

3. เตรียมเอกสาร หลักฐาน ที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคาร
- สำเนาใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร หรือเคลื่อนย้ายอาคาร ตามที่ได้รับอนุญาตแล้วแต่กรณี (จำนวน 1 ชุด)

4. เตรียมเอกสาร หลักฐาน ที่เกี่ยวข้องกับผู้ตรวจสอบอาคาร

- สำเนาใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมหรือสถาปัตยกรรม ของผู้ตรวจสอบสภาพอาคาร
(จำนวน 2 ชุด)
- สำเนาการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบสภาพอาคาร (จำนวน 2 ชุด)
- กรณีเป็นนิติบุคคล สำเนาหนังสือจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล สำเนาใบประกอบวิชาชีพนิติบุคคล และสำเนาการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบสภาพอาคารนิติบุคคล (จำนวน 2 ชุด
- รายงานการตรวจสอบสภาพอาคารจากผู้ตรวจสอบสภาพอาคาร (จำนวน 2 ชุด)

5. เตรียมเอกสาร กรณีเป็นผู้ดำเนินการแทน

- หนังสือมอบอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ 30 บาท (จำนวน 1 ชุด)
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ (ชาวต่างประเทศใช้สำเนาหนังสือเดินทาง)

มือใหม่หัดสร้างบ้าน “สร้างบ้าน สักหลัง ใครว่าง่าย”

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

dsc05122

ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ผูกอู่ตามใจผู้นอน
นัยว่า สุภาษิตคำพังเพยนี้ ยังคงใช้ได้ อยู่ทุกยุคสมัย ถ้าไม่เคยได้อยู่บ้าน ที่ถูกใจเรา มันก็เหมือนยังหา “บ้าน” ของเราไม่เจอ กับการที่จะมีบ้านของตัวเองสักหลัง มีหลายเรื่องทีเดียว ที่เราสมควรต้องพิจารณา
1. แบบบ้าน บ้านมีหลายแบบ หลายสไตล์ เจ้าของชอบแบบไหน ต้องเลือกให้ได้เสียก่อน ถ้า ยังเลือกแบบไม่ได้ เรื่องอื่นเป็นอันไม่ต้องพูดถึง ในส่วนนี้ คุณอาจจะต้องเกี่ยวข้องกับ วิศวกร และ สถาปนิก ในการออกแบบ
2. คนสร้างบ้าน ถ้าคุณเป็นช่าง ข้อนี้ก็ผ่านไป แต่ถ้าใครไม่ได้เป็นช่าง ข้อนี้นับว่าสำคัญทีเดียว เราจะพบเห็นหลายกรณีทีเดียว ที่เจ้าของบ้านทะเลาะกับช่างรับเหมา ถ้าได้ช่างดี นับว่า เป็นบุญ แสดงว่าชาติก่อน ทำบุญมาดี แต่ได้ช่างที่แย่ ก็ทำให้ปวดหัวได้เหมือนกัน เพราะบางบ้าน กว่าบ้านจะเสร็จ ต้องเปลี่ยนช่างไปเป็นโหล
3. ผ่านจากสองข้อด้านบน ก็จะเป็นการ ติดต่อกับหน่วยงานราชการ ที่เราต้องยื่นแบบเพื่อน ขออนุญาต สร้างบ้าน เมื่อได้รับการอนุญาตแล้ว ก็ลงมือได้
4. เริ่ม งานฐานราก โดยปกติแล้วส่วนนี้จะทำก่อน โดยมี งานเสาเข็ม เป็นพระเอก โดยถ้าให้ลึกลงไปอีก เราก็จะแยกเสาเข็มได้เป็น 2 ชนิดคือ
4.1 เสาเข็มเจาะ
4.2 เสาเข็มตอก
โดยเราสามารถดูจากแบบบ้านของเรา ในข้อ 1 ว่า บ้านเราใช้แบบไหน สำหรับหน้าที่ของ เสาเข็ม คือ เป็นตัวกลาง การรับถ่ายน้ำหนัก จากโครงสร้างลงสู่ฐานราก โดยที่ต้องใช้การคำนวณโดยวิศวกร ว่า จะต้องใช้เสาเข็ม แบบไหน และการกระจายน้ำหนัก จะเป็นเช่นไร ในขั้นตอน การตอกเสาเข็มนี้ เราจะเห็นช่าง ทำงานกันหลายอย่างมาก โดยทั่วไปแล้ว จะมีลำดับในการทำงานคือ
dsc03530

1.วางหมุดเสาเข็ม ขั้นตอนนี้ ทำเพื่อ หาตำแหน่งของการตอก ซึ่งเราต้องทำการวางผังของอาคาร หรือ สิ่งก่อสร้างก่อนเป็นอันดับแรก เราจะเห็นช่าง ตอกไม้ วางผัง ตอกเฟรมกันวุ่นไปหมด ในตอนนี้

2.ตอก-เจาะ เสาเข็ม เมื่อหาตำแหน่ง ได้ตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว เราจะเห็นการทำงานของเครื่องตอกเสาเข็ม เช่น ปั้นจั่น รถตอกเสาเข็ม ช่วงนี้ อาจมีการสั่นสะเทือนไปยังบ้านข้าง ๆ ได้ บางราย บ้านข้างๆ ร้าว หรือ ทรุด ก็ต้องตามไปชดใช้ บางที ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลก็มี นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ไม่ดีเสียเลย ที่สร้างศัตรูตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าอยู่เสียแล้ว

3.ทดสอบการชำรุด ขั้นตอนนี้ หากคิดว่า ไม่จำเป็น ก็ให้ผ่านเลยไป แต่ถ้าไม่มั่นใจว่า บ้านที่เราต้องอยู่ไปตราบชั่วลูกชั่วหลาน จะอยู่ได้นานหรือไม่ ควรทดสอบว่า เสาเข็ม ที่ตอกลงไป มีการชำรุดหรือไม่ ทั้งนี้ต้องใช้ผู้ชำนาญเฉพาะด้าน มาทำการตรวจสอบ ซึ่งก็มีค่าใช้จ่าย

ยังไม่จบแค่นี้ แต่เวลามีจำกัด โปรดติดตามต่อตอนที่สอง

ความรู้ เรื่องเสาเข็ม กับการตอกเสาเข็ม

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

dsc05145

dsc04929

ภาพจาก การดำเนินงานของ ทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

ความรู้เรื่องเสาเข็มกับการตอกเสาเข็ม นี้ คนส่วนใหญ่สนใจมากเพราะยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ที่ถูกต้อง ยู-ด้า ปั่นจั่น จึงนำเกร็ดความรู้นี้มาเสนอให้ลองศึกษาดู ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะให้ประโยชน์กับผู้ที่สนใจไม่มากก็น้อย

เสาเข็มอัดแรงเสริมคอนกรีต เป็นเสาเข็มที่มีความแข็งแรง และเป็นที่นิยมอย่างมากในการใช้มาเป็นเสาเข็มเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับสิ่งปลูกสร้างอาทิ บ้าน อาคาร และโครงสร้าง ที่มีขนาดใหญ่
เสาเข็มที่ดีนั้น เบื้องต้น เราจะรู้ได้อย่างไร
เสาเข็มที่ดีนั้นต้องมีสภาพที่ดีไม่มีร่องรอยการร้าว แตก หักหรือชำรุด ทางที่ดีเราควรใช้เสาเข็มที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ( ส ม อ. ) โดยมี เครื่องหมายรับรองมาตร ฐานอุตสาหกรรม ( ม อ ก. ) และสังเกต วัน / เดือน / ปี ที่ทำการผลิตว่าผลิตเมื่อไร อายุของเสาเข็มได้หรือยัง ถ้าเป็นไปได้เสาเข็มที่ใช้ควรจะมีอายุการผลิตประมาณ 30 วัน เพราะหากเสาเข็มที่เพิ่งผลิตออกมาใหม่นั้น คอนกรีต ที่ใช้ทำเสาเข็มยังบ่มตัวไม่เข้าที่ ความแข็งแกร่งยังไม่ได้ ก็อาจจะทำให้เกิดการชำรุดหรือแตกหักระหว่างขนส่ง หรือระหว่างการตอกเสาได้ บางกรณี หากมีความจำเป็นต้องนำเสาเข็มมาเชื่อมต่อกัน เสาเข็มที่เรานำมาเชื่อมต่อกันจะต้องมีขนาดของพื้นที่หน้าตัดเหมือนกัน ในการตอกคือ ต้องตอกเสาท่อนแรกลงไปใน ดินจนเกือบมิดก่อนแล้วใช้ปั้นจั่นดึงเสาท่อนที่สองขึ้นมาจรดกับเสาท่อนแรกในแนวตรง แล้วทำการ เชื่อมเหล็กที่ขอบเสาตรงรอยต่อให้ติดกัน การเชื่อมจะต้องเชื่อมอย่างดี เชื่อม โดยรอบให้เสาทั้ง 2 ท่อนต่อกันอย่างสนิทและเป็นแนวเส้นตรง จากนั้นจึงใช้ปั้นจั่นตอกลงไปต่อ
การตอกเสาเข็มให้ลึกถึงระดับนั้น เราจะรู้ได้อย่างไร การจะดูว่าการตอกเสาเข็มได้ลึกถึงระดับแล้ว เราก็ต้องดูว่าการตอกเสาเข็มในแต่ละจุดเสร็จสิ้นเรียบร้อยได้ผลตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่นั้น มิใช่ดูแต่เพียงว่าเสาเข็มตอกจมมิดลงไปในดินเท่านั้น แต่จะต้องดู จำนวนครั้งในการตอกเสาเข็ม ( blow count ) ว่าเสาเข็มแต่ละต้นใช้ จำนวนครั้งในการตอกเท่าใดจนเสาเข็มจะจม ถ้าจำนวนครั้งในการตอกน้อยเกินไป คือสามารถตอกลงไปได้ง่าย แสดงว่าความแน่นของดิน ที่จุดนั้นที่จะใช้ในการรับน้ำหนักยัง ไม่เพียงพอ อาจจะต้องมีการต่อเสาเข็มและตอกเพิ่มลงไปอีกจนกว่าจำนวนครั้งในการตอกจะ เป็นไปตามที่กำหนด ในทางตรงกันข้าม ถ้าจำนวนครั้งในการตอกมากเพียงพอแล้วแม้ว่าเสาเข็มที่ตอกนั้น จะยังจมไม่ มิดก็อาจแสดงว่าความแน่นของดินที่จุดนั้นที่จะใช้ในการรับน้ำหนักเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นจะตอกต่อลงไปอีก เพราะการฝืนตอกต่อไปอาจทำให้เสาเข็มแตกหักหรือชำรุดได้ ส่วนจำนวนครั้งในการตอกเสาเข็ม แต่ละต้นควรจะเป็นเท่าใดนั้นวิศวกรจะเป็นผู้กำหนด ทั้งนี้ยังต้องคำนึงถึงชนิด ขนาด และอื่นๆ ของเสาเข็มเป็นสำคัญ