ต่อเติม-เปลี่ยนแปลง อาคาร

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized

dsc07001

ภาพจาก การดำเนินงาน ทีมงานยู-ด้า ปั้นจั่น

การแก้ไขเปลี่ยนแปลง ส่วนต่างๆ ของอาคารที่ไม่ใช่โครงสร้างของอาคาร อาทิ การต่อเติม
การเพิ่ม การลด หรือการขยายรูปทรง ลักษณะ สัดส่วน เนื้อที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคาร เช่น เปลี่ยนแปลงวัสดุที่ใช้ทำผนังภายในอาคาร หรือเปลี่ยนแปลงวัสดุที่ใช้ปูพื้นส่วนใดส่วนหนึ่งภายในอาคารที่เป็นผลให้อาคารมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น และหากเป็นการเพิ่มน้ำหนักนั้นทำให้โครงสร้างอาคารคำนวณแล้วพบว่าเกินร้อยละสิบ ก็ต้องยื่นเรื่องเพื่อขออนุญาต แต่ถ้าเราคำนวณน้ำหนักด้วยตนเองไม่เป็น ก็ควรให้วิศวกรผู้ดูแลเป็นผู้คำนวณให้ เพราะหากวัสดุที่ใช้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากก็จะทำให้โครงสร้างอาคารต้องรับน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
ส่วนการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ต้องยื่นขออนุญาต อาทิ การเปลี่ยนแบบประตู หน้าต่าง หรือเปลี่ยนลายกระเบื้อง ฝ้า เพดาน ผนัง เป็นต้น กรณีนี้ไม่ต้องยื่นขออนุญาตเพราะไม่ได้ทำให้โครงสร้างอาคารต้องแบกรับน้ำหนักขึ้นแต่ประการใด
ในทางปฏิบัติหากเราทำได้ถูกต้องไว้ นอกจากจะไม่ผิดกฎหมายแล้ว ความปลอดภัยในโครงสร้างอาคารก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งผลกับชีวิตและทรัพย์สินของเรา

โคมไฟฟ้า ราคาโรงงาน โฮมอีเลคทริค

Author: piledriver  //  Category: โคมไฟ-อุปกรณ์ไฟฟ้า

dsc06857

dsc07019dsc07012

จำหน่าย โคมเพดาน โคมดาวน์ไลท์ โคมฮาโดรเจน โคมไฟระย้า โคมผนัง โคมติดตามขั้นบันได โคมหลอดฟลูออเรสเซ้นท์ โคมหลอดT5 โคมไฟประหยัดพลังงาน โคมกันฝน โคมกันฝุ่น โคมตะแกรง โคมส่องป้าย โคมไฟ้ใต้น้ำ โคมโรงงาน (รีเฟล็กซ์) โคมถนน โคมหัวเสา โคมสนาม โคมแขวน(ไฮเบย์) โคมสปอร์ตไลท์ โคมไฟฉุกเฉิน โคมไฟประดับ โคมไฟหลอด LED และโคมไฟอื่นๆ มากมายหลากหลายยี่ห้อ
เราจำหน่ายทั้งปลีก-ส่ง ราคาโรงงาน
มีบริการจัดส่งถึงที่ สนใจโทร. 081-996-9040

งานออกแบบฐานราก โดยใช้เสาเข็ม

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

copy-of-new-image

ภาพจาก การดำเนินงานของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

new-image2

ภาพจาก การดำเนินงานของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

งานออกแบบฐานรากในงานที่ใช้เสาเข็ม ก็เพื่อใช้เสาเข็มในการรับนํ้าหนักของตัวอาคาร ซึ่งเสาเข็มจะทำการรับนํ้าหนักจากฐานรากก่อน แล้วจึงค่อยถ่ายให้ดิน จะต่างจากฐานรากแบบแผ่ ที่ดินรับนํ้าหนักจากฐากรากโดยตรง การออกแบบฐานรากที่มีความจำเป็นที่ต้องใช้เสาเข็ม เป็นเพราะดินที่อยู่ตื้นรับนํ้าหนักได้น้อย จึงต้องใช้เสาเข็มเป็นตัวช่วยถ่ายนํ้าหนักจากข้างบนลงไปยังดินชั้นล่างที่แข็งกว่า ความสามารถในการรับนํ้าหนักของเสาเข็มขึ้นอยู่กับความแข็งแรงตัวเสาเข็ม และความสามารถในการรับนํ้าหนักของดิน รอบตัวและปลายเสาเข็ม

งานวางผังอาคาร

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized, ความรู้ทั่วไป

ภาพจาก ยู-ด้า ปั้นจั่น

ภาพจาก:การดำเนินงานของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

ประโยฃน์ของการวางผังอาคาร
การวางผังอาคารนั้นก็เพื่อเราจะได้กำหนดตำแหน่งของตัวบ้านบนที่ดิน ว่าต้องการให้บ้าน สร้างให้อยู่ด้านหน้า ด้านหลัง ด้านซ้าย หรือด้านขวาของที่ดิน การวางผังอาคารนั้นนอกจากเป็นสิ่งสำคัญต่อสร้างบ้านแล้ว ยังเป้นประโยชน์ต่อการตรวจสอบรายละเอียดให้ได้ความถูกต้อง สวยงาม ดังนี้
ตรวจสอบหมุดหลักเขตที่ดิน กับ โฉนดที่ดิน ว่ามีครบถ้วนหรือไม่
ป้องกันปัญหากับบ้านข้างเคียง เพราะถ้าหากว่าวางผังไปทั้งๆที่หมุดไม่ครบ ช่างอาจจะใช้วิธีวัดระยะเอา ซึ่งมีโอกาสผิดพลาด และ เกิดปัญหาขึ้นได้
ตรวจสอบผังก่อสร้าง ตำแหน่ง ทิศทาง แนวฉากเทียบกับ แนวที่จะใช้อ้างอิง (จะให้ตั้งฉากกับแนวถนน ซึ่งเป็นแนวที่ดินด้านหน้า หรือ ตั้งฉากกับแนวที่ดินด้านข้าง
เพื่อให้บ้านไม่เอียง เพื่อความสวยงามรับกับแนวถนน
ตรวจสอบส่วนที่ยื่นขององค์ประกอบอาคารตามแบบ กับแนวเขตที่ดิน
เพื่อตรวจสอบว่า ชายคา หรือสิ่งปลูกสร้างของเรา ล้าออกนอกแนวเขตที่ดินหรือไม่ (บ้านยังไม่ได้สร้าง เจ้าของบ้านจะมองตรงนี้ไม่ออก)
ตรวจสอบศูนย์เสา ระยะระหว่างเสา ระยะรวมทั้งหมด
เพื่อให้ถูกต้องตรงตามแบบก่อสร้าง
ตรวจสอบระดับบวก/ลบ 00 ในแบบเทียบกับสถานที่จริง
เพื่อให้ระดับบ้านถูกต้องตามแบบที่สถาปนิกออกไว้
ตรวจสอบหมุดอ้างอิง ตามแนวแกนเอ็กซ์ และ แกนวาย
เพื่อจะได้เส้นออฟเซ็ท ไว้สำาหรับใช้อ้างอิงฉากบ้าน ในขณะที่ทำการก่อสร้าง

ข้อสังเกต เสาเข็มคอนกรีต

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

dsc05149

ภาพจาก : งาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง ที่นำมาตอกนั้น วัสดุหลักในผลิตเสาเข็มคอนกรีตที่สำคัญนอกจากลวดเหล็กอัดแรง ซึ่งต้องเป็นลวดที่มีคุณสมบัติมีแรงดึงสูงสามารถรับแรงดึงได้สูงแล้ว ส่วนผสมของคอนกรีตก็เป็นวัสดุที่สำคัญในการหล่อเสาเข็มคอนกรึต ซึ่งกระบวนการผลิตให้ได้เสาเข็มที่มีคุณสมบัติที่ดีก็ต้องปฏิบัติเป็นไปตามมาตราฐานดังนี้
- มาตรฐานงานคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็ก
- มาตรฐานงานคอนกรีตอัดแรง
- มาตรฐานงานเหล็กเสริมคอนกรีต
กำลังอัดประลัยของคอนกรีตต้องเป็นไปตามที่รายการกำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าค่าที่ได้กำหนดไว้ใน มอก. เสาเข็มคอนกรีตประเภทนั้น ๆ เสาเข็มที่นำมาใช้ต้องมีความยาว เนื้อที่หน้าตัดที่กดบนดิน (PROJECTED AREA) และรับน้ำหนักบรรทุกได้ตามที่ระบุในแบบหรือในรายการประกอบแบบเฉพาะงาน รูปร่างภายนอกของเสาเข็มต้องเหมือนกันตลอดความยาวของเสาเข็ม ยกเว้นส่วนหัวเสาเข็มที่รับตุ้มตอกเสาเข็ม สำหรับส่วนปลายเสาเข็มในระยะซึ่งยาวไม่เกิน 1.5 เท่าของความกว้างของเสาเข็มยอมให้สอบปลายได้ เสาเข็มจะนำมาตอกใช้งานได้ต่อเมื่ออายุของคอนกรีตของเสาเข็มนั้นเป็นดังนี้
1. สำหรับเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือเสริมเหล็กอัดแรงที่หล่อด้วยปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1
หรือประเภท 5 คือ 28 วัน
2. สำหรับเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือเสริมเหล็กอัดแรงที่หล่อด้วยปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 3 คือ 7 วัน
* กรณีที่ต้องการนำเสาเข็มคอนกรีตในข้อ (1) มาใช้ก่อนกำหนดเวลา กำลังคอนกรีตของเสาเข็มต้องมีค่าไม่น้อยกว่า ค่ากำลังอัดประลัยของคอนกรีตที่อายุ 28 วัน ทั้งนี้ต้องส่งผลการทดสอบกำลังของคอนกรีตมาให้วิศวกรของผู้ว่าจ้างเห็นชอบก่อน
* ส่วนกรณีที่ใช้สารเคมีผสมเพิ่มเพื่อเร่งกำลังของคอนกรีต ต้องได้รับความเห็นชอบจากวิศวกรของผู้ว่าจ้างก่อน เพื่อกำหนดอายุของเสาเข็มที่จะนำมาตอกใช้งาน
ลักษณะเสาเข็มที่ดี เสาเข็มต้องมีลำต้นตรง ระยะความงอที่ส่วนใด ๆ ของเสาเข็มนี้ ถ้าวัดระหว่างเส้นตรงที่ต่อปลายทั้งสองของส่วนงอกับผิวกับผิวด้านใด ๆ ก็ตาม ต้องไม่เกินความยาวส่วนที่งอ หารด้วย 360 หากเป็นเสาเข็มกลวงหรือเว้าข้าง รูกลวงหรือส่วนเว้าข้างต้องไม่ทำให้หน้าตัดเสาเข็มเสียศูนย์

ข้อสังเกต : เสาเข็มที่มีมาตราฐานที่ดี ต้องไม่ชำรุด แตก หักง่าย ทนต่อการกระทบกระเทือนระหว่างการเคลื่อนย้าย หรือการขนส่ง และต้องมีความแข็งแรงทนทานต่อการตอกของตุ้มตอกเสาเข็ม

ปรับพื้นที่ดิน ที่ก่อสร้าง (ขุดดิน-ถมดิน)

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

dsc03479

ภาพจาก: การดำเนินงานของทีมงานยู-ด้า ปั้นจั่น

ปรับพื้นที่ดิน(ขุดดิน-ถมดิน ภายในบริเวณที่ก่อสร้าง)

การปรับหน้าดินให้มีความสูงเสมอพร้อมก่อนลงมือปลูกสร้างอาคารบ้านเรือน เราอาจมีการปรับพื้นที่ดินภายใน
บริวณที่มีการก่อสร้างให้มีการขุดและถมดินควบคู่กันไป เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีก
อาทิ ดินที่จะได้จากการขุดบนเนิน ,ดินที่ได้จากการขุดเพื่อสร้างชั้นใต้ดิน ,สร้างสระว่ายน้ำ หรือขุดดินเพื่อสร้างบ่อเก็บน้ำใต้ดิน ซึ่งดินที่ได้เราก็นำมาถมในพื้นที่ที่จะก่อสร้างตัวอาคารได้

- การถมดิน ในการสร้างบ้าน ก็เพื่อปรับความสูงของดินในพื้นที่ก่อสร้างให้สูงขึ้น ซึ่งควรจะสูงกว่าระดับถนนตั้งแต่ห้าสิบเซนติเมตรขึ้นไป โดยอาจพิจารณาถึง ความสูงของระดับถนน ,ระดับการท่วมถึงของน้ำ รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ เพื่อความสวยงามด้านทัศนยีภาพ และเหมาะสมกับสถานที่ที่ทำการก่อสร้าง

- การขุดดิน กรณีขุดต่ำกว่า สองเมตรครึ่งขึ้นไป เราอาจใช้วิธีตอกเข็มไม้ยาวตลอดแนวการขุดเป็นพืดเพื่อกันดินถล่ม หรือขุดดินปรับเป็นแนวเอียง ถ้าเนื้อดินมีความเหนียวพอ ก็ไม่ต้องใช้เข็มไม้ตอก กรณีมีการขุดดินในระดับลึกห้าเมตรขึ้นไป จะต้องใช้แผ่นเหล็กตอกเป็นแนวกันดินถล่ม

ตอกเสาเอก (เสาเข็มต้นแรก)

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized

ภาพจาก: การดำเนินงานของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

ภาพจาก: การดำเนินงานของยู-ด้า ปั้นจั่น (ฝ่ายปั้นจั่นรถ)

ตอกเสาเอก (เสาฤกษ์)

ในอดีตบ้านเรือนล้วนแต่เป็นบ้านที่ปลูกสร้างด้วยไม้ เพราะไม้เป็นวัสดุที่หาง่าย ราคาถูก ดังนั้นเสาของตัวบ้านจึงเป็นเสาไม้ พิธีฤกษ์ลงเสาเอกแต่ก่อนก็คือ ฤกษ์เวลาที่เรานำเสา(ไม้)หลักของบ้านหย่อนลงสู่หลุมที่เตรียมเอาไว้ จับให้เสาตั้งตรงแล้วเอาไม้ค้ำยันค้ำไว้จากนั้นก็นำดินมากลบหลุมทั้งหมด
แต่ในปัจจุบันนี้ด้วยสภาพแวดล้อมที่มีความปลียนแปลงไป ประกอบกับเทคโนโลยีที่ ทันสมัยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนมีความหลากหลาย แตกต่างกันออกไป อีกทั้งอาคารบ้านเรือนไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ส่วนใหญ่ล้วนมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตที่เสริมเหล็ก รากฐานของตัวอาคารต่างๆ จึงต้องมีความเหมาะสมแข็งแรงและสามารถรับน้ำหนักโครงสร้างได้เป็นอย่างดี การปลูกสร้างอาคารทั่วไปจึงต้องมีการตอกเสาเข็มคอนกรึต ต้องมีการเทฐานราก ทำตอม่อ แล้วจึงจะขึ้นเสาโผล่พื้นดินได้ ดังนั้นพิธียกเสาเอก กรณีเกี่ยวกับการตอกเสาเข็ม ส่วนใหญ่จะยึดถือเวลาที่ทำการตอกเสาเข็มต้นแรก เวลาที่ทำการตอกเสาเข็มต้นที่กำหนดให้เป็นเสาเอก (น่าจะเรียกว่า “ฤกษ์” เข็มเอก) การได้มาด้วย(เวลา)ฤกษ์พิธีการนั้นล้วนก็ต้องการความเป็นสิริมงคล ความรุ่งเรือง และความสบายใจให้กับตนและครอบครัว
การกำหนดฤกษ์พิธีการก็มักเกี่ยวข้องกับทิศ เดือน วัน เวลา เช่น ถ้ายกเสาเอกในเดือนอ้าย ยี่ สาม เสาเอก อยู่ทิศอีสาน, ยกเสาเอกในเดือน 4 – 5 – 6 เสาเอก อยู่ทิศอาคเนย์, ยกเสาเอกในเดือน 7 – 8 – 9 เสาเอก อยู่ทิศหรดี, ยกเสาเอกในเดือน 10 – 11 – 12 เสาเอก อยู่ทิศพายัพ
ความสำคัญของฤกษ์พิธีการมักจะถูกกำหนดเป็นเวลาที่แน่นอน เช่น เวลาตอกเสาฤกษ์ คือเวลา 9.09 น. ดังนั้นการเตรียมการต่างๆหน้างาน ที่ไม่มีความพร้อมก็อาจทำให้เกิดปัญหาขลุกขลัก สร้างความคลาดเคลื่อน ส่งผลให้การตอกเสาเข็ม(เสาเอก) ไม่ตรงกันกับเวลาฤกษ์พิธีการที่ได้กำหนดไว้

การรังวัดรวม แบ่งแยก ตรวจสอบ ที่ดิน

Author: piledriver  //  Category: ข่าวสารที่น่าสนใจ

ประกาศค่าใช้จ่ายในการรังวัดเกี่ยวกับโฉนดที่ดินหรือพิสูจน์สอบสวน หรือตรวจสอบเนื้อที่เกี่ยวกับหนังสือรับรองการทำประโยชน์

สิ่งที่เจ้าของที่ดินควรทราบ

1. ที่ดินที่ครอบครองอยู่มีหลักฐานอะไร ให้นำหลักฐานที่มีไปประกอบการยื่นคำขอ รังวัดที่ดิน
2. ที่ดินตั้งอยู่ หมู่ที่เท่าใด ตำบล อำเภอ อะไร
3. เจ้าของที่ดินข้างเคียงเป็นผู้ใดบ้าง ติดที่สาธารณประโยชน์หรือไม่
4. สภาพที่ดินเป็นอย่างไร เช่น ที่นา ที่สวน ที่ไร่ ที่อยู่อาศัย

การยื่นคำขอรังวัดที่ดิน
ยื่นที่สำนักงานที่ดินจังหวัด สำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา หรือสำนักงานที่ดินอำเภอที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ คือ
โฉนดที่ดิน ติดต่อที่สำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา ที่ที่ดินนั้น ตั้งอยู่

หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ติดต่อที่สำนักงานที่ดินอำเภอที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ เว้นแต่ ได้มีการยกเลิกอำนาจนายอำเภอ ให้ติดต่อที่สำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่

หลักฐานประกอบการขอรังวัด แบ่งแยก หรือสอบเขตโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์

บัตรประจำตัว ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัวชื่อสกุล (ถ้ามี)
โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
หลักฐานประกอบการขอรังวัดรวมโฉนดที่ดิน
บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล (ถ้ามี)
โฉนดที่ดินที่จะขอรวม ต้องมีลักษณะดังนี้
( 1 ) ต้องเป็นหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ประเภทเดียวกัน เว้นแต่ โฉนดแผนที่ กับโฉนดที่ดินให้รวมกันได้
( 2 ) ต้องมีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในโฉนดที่ดินเหมือนกันทุกฉบับและต้องยังมีชีวิตอยู่ทุกคน
( 3 ) ต้องเป็นที่ดินติดต่อผืนเดียวกัน ในจังหวัดและสำนักงานที่ดินเดียวกัน

ขั้นตอนการรังวัด แบ่งแยก รวม สอบเขตที่ดิน

รับบัตรคิวจากประชาสัมพันธ์
รับคำขอสอบสวน ชำระเงินค่าธรรมเนียมคำขอ
ส่งฝ่ายรังวัดดำเนินการ นัดวันทำการรังวัด กำหนดตัวช่างรังวัด กำหนดเงินมัดจำรังวัด
ค้นหารายชื่อเจ้าของที่ดินข้างเคียง และพิมพ์หนังสือแจ้งข้างเคียง
รับหนังสือแจ้งข้างเคียง วางเงินมัดจำรังวัด รับหลักเขตที่ดิน
ช่างรังวัดออกไปทำการรังวัดตามวันที่กำหนดไว้
คำนวณเนื้อที่ และเขียนรูปแผนที่ในโฉนดที่ดิน
ส่งเรื่องรังวัดคืนฝ่ายทะเบียน เรียกผู้ขอมาจดทะเบียน
สอบสวนจดทะเบียนแบ่งแยก
ตรวจอายัด
ชำระเงินค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และค่าโฉนด
แก้รายการทะเบียน และจดทะเบียนแบ่งแยก
สร้างโฉนดที่ดินแปลงแบ่งแยก
เสนอเจ้าพนักงานที่ดินลงนามและประทับตรา
แจกโฉนดที่ดินแปลงแบ่งแยก

ขั้นตอนการขอแบ่งแยกตรวจสอบเนื้อที่ และรวมหนังสือรับรองการทำประโยชน์

1. เจ้าของที่ดินนำหนังสือรับรองการทำประโยชน์และเอกสารต่าง ๆ ไปยื่นคำขอ
2. ให้ถ้อยคำในการนัดรังวัด เพื่อ - กำหนดวันทำการรังวัด
- กำหนดค่าใช้จ่ายในการรังวัด
- กำหนดเจ้าหน้าที่และสถานที่นัดพบ
3. รับเจ้าหน้าที่ไปทำการรังวัดและปักหลัก จนเสร็จการ
4. ลงนามในเอกสารต่าง ๆ
5. รอรับหนังสือแจ้งให้ไปดำเนินการจดทะเบียน ฯ ล ฯ

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรังวัดหนังสือรับรองการทำประโยชน์ และโฉนดที่ดิน

1. ค่าธรรมเนียมออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์

- ที่ดินเนื้อที่ไม่เกิน 20 ไร่ แปลงละ 30 บาท

- ที่ดินเนื้อที่เกิน 20 ไร่ ส่วนที่เกิน( เศษของไร่ให้คิดเป็นหนึ่งไร่) ไร่ละ 2 บาท

2. ค่าธรรมเนียมการพิสูจน์สอบสวนหรือตรวจสอบเนื้อที่เกี่ยวกับหนังสือรับรองการทำประโยชน์

- ถ้าเรียกเป็นรายแปลง แปลงละ 30 บาท

- ถ้าเรียกเป็นรายวัน วันละ 30 บาท

- ค่าคัดหรือจำลองแผนที่ แปลงละ 30 บาท

- ค่าคำนวณเนื้อที่หรือสอบแส แปลงละ 30 บาท

- ค่าจับระยะ แปลงละ 10 บาท

3. ค่าธรรมเนียมออกโฉนดที่ดิน

- ที่ดินเนื้อที่ไม่เกิน 20 ไร่ แปลงละ 50 บาท

- ที่ดินเนื้อที่เกิน 20 ไร่ ส่วนที่เกิน( เศษของไร่ให้คิดเป็นหนึ่งไร่ ) ไร่ละ 2 บาท

4. ค่าธรรมเนียมรังวัดเกี่ยวกับโฉนดที่ดิน

- ถ้าเรียกเป็นรายแปลง แปลงละ 40 บาท

- ถ้าเรียกเป็นรายวัน วันละ 40 บาท

- ค่าคัดหรือจำลองแผนที่ แปลงละ 30 บาท

- ค่าคำนวณเนื้อที่หรือสอบแส แปลงละ 30 บาท

- ค่าจับระยะ แปลงละ 10 บาท

5. ค่าธรรมเนียมเบ็ดเตล็ด

- ค่าคำขอ แปลงละ 5 บาท

- ค่ามอบอำนาจ เรื่องละ 20 บาท

- ค่าปิดประกาศให้แก่ผู้ปิดประกาศ แปลงละ 10 บาท

- ค่าพยานให้แก่พยาน คนละ 10 บาท

- ค่าหลักเขต หลักละ 15 บาท

6. ค่าใช้จ่ายการรังวัดเกี่ยวกับโฉนดที่ดินหรือพิสูจน์สอบสวน หรือตรวจสอบเนื้อที่เกี่ยวกับหนังสือรับรองการทำประโยชน์

ค่าพาหนะเดินทางให้แก่เจ้าพนักงาน พนักงานเจ้าหน้าที่ และคนงานจ้างไปทำการรังวัด ให้จ่ายในลักษณะเหมาจ่ายตามระเบียบ
กระทรวงมหาดไทยด้วยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
ค่าเบี้ยเลี้ยงให้แก่เจ้าพนักงาน พนักงานเจ้าหน้าที่ และค่าจ้างคนงานที่จ้างไปทำการรังวัด ให้จ่ายในลักษณะเหมาจ่ายตามระเบียบ
กระทรวงมหาดไทย ด้วยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
ค่าป่ายการให้แก่เจ้าพนักงานผู้ปกครองท้องที่ หรือผู้แทนที่ไปในการรังวัด คนหนึ่งวันละ 50 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการรังวัดให้จ่ายในลักษณะเหมาจ่ายตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยด้วยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง เรื่องละ 100 บาท
การคิดค่าใช้จ่ายในการรังวัดที่ดิน

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการรังวัดที่ดินที่ผู้ขอจะต้อชำระตามกฎหมาย (กฎกระทรวง ฉบับที่ 47 และ 48 ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497) มีดังนี้

1. ค่าธรรมเนียมรังวัด

- เกี่ยวกับโฉนดที่ดิน แปลง/วัน/ละ 40 บาท

- เกี่ยวกับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แปลง/วัน/ละ 30 บาท
2. ค่าหลักเขตที่ดิน หลักละ 15 บาท (ตามที่ใช้จริง)
3. ค่าใช้จ่ายในการรังวัดลักษณะเหมาจ่าย ดังนี้

3.1 ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าส่งหมายข้างเคียงทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ 100 บาท
3.2 ค่าป่วยการเจ้าพนักงานผู้ปกครองท้องที่ วันละ 50 บาท
3.3 ค่าพาหนะพนักงานเจ้าหน้าที่และคนงานรังวัด วันละไม่เกิน 800 บาท
3.4 ค่าคนงานรังวัด คน/วัน 200 บาท หรือ 250 บาท (ตามเขตจังหวัดที่กระทรวงการคลังกำหนด)

ทั้งนี้ การกำหนดวันทำการรังวัดตามข้อ 3.3 และ 3.4 กำหนดตามจำนวนเนื้อที่ ดังนี้
การรังวัดเกี่ยวกับโฉนดที่ดิน

1. เนื้อที่ไม่เกิน 5 ไร่ เวลาทำการ 1 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 1,950 บาท

2. เนื้อที่ไม่เกิน 15 ไร่ เวลาทำการ 2 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 3,750 บาท

3. เนื้อที่ไม่เกิน 30 ไร่ เวลาทำการ 3 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 5,550 บาท

4. เนื้อที่ไม่เกิน 50 ไร่ เวลาทำการ 4 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 7,350 บาท

5. เนื้อที่ไม่เกิน 100 ไร่ เวลาทำการ 5 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 9,150 บาท

6. เนื้อที่ไม่เกิน 150 ไร่ เวลาทำการ 6 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 10,950 บาท

7. เนื้อที่เกิน 150 ไร่ เวลาทำการ 7 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 12,750 บาท

การรังวัดเกี่ยวกับหนังสือรับรองการทำประโยชน์

เนื้อที่ไม่เกิน 20 ไร่ เวลาทำการ 1 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 1,450 บาท
เนื้อที่ไม่เกิน 50 ไร่ เวลาทำการ 2 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 2,750 บาท
เนื้อที่ไม่เกิน 100 ไร่ เวลาทำการ 3 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 4,050 บาท
เนื้อที่ไม่เกิน 150 ไร่ เวลาทำการ 4 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 5,350 บาท
เนื้อที่เกิน 150 ไร่ เวลาทำการ 5 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 6,650 บาท
หมายเหตุ

ให้ใช้สำหรับพื้นที่โล่งเตียน
ส่วนพื้นที่ชุมชุน ที่นา ที่ไร่ ที่สวน ที่มีแนวเขตคดโค้งและมีปัญหาอุปสรรค ซึ่งต้องแก้ไขตามหลักวิชาการรังวัดและทำแผนที่ เช่น หมุดหลักฐานโครงงานแผนที่สูญหาย จำกัดเนื้อที่ ให้เพิ่มจำนวนวันทำการรังวัด 1 วัน
ในกรณีรังวัดออกโฉนดที่ดิน หากมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบที่ดินตามกฎกระทรวงฉบับที่ 43
(พ.ศ.2537) ให้เพิ่มค่าพาหนะ 1 วัน
สำหรับการรังวัดแบ่งแยก(จัดสรร) ให้ทำการรังวัดและปักหลักเขต ให้คำนวณวันทำการทุก 12 แปลงต่อหนึ่งวัน
ที่มา : กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย

ขั้นตอน การขอรังวัดที่ดิน

Author: piledriver  //  Category: ข่าวสารที่น่าสนใจ

ก่อนจะขอรังวัดที่ดิน เราควรรู้รายละเอียดเกี่ยวที่ดินที่เราครอบครองก่อน ดังนี้
- ที่ดินที่ครอบครองอยู่มีหลักฐานอะไร ให้นำหลักฐานที่มีไปประกอบการยื่นคำขอ รังวัดที่ดิน
- ที่ดินตั้งอยู่ หมู่ที่เท่าใด ตำบล อำเภอ อะไร
- เจ้าของที่ดินข้างเคียงเป็นผู้ใดบ้าง ติดที่สาธารณประโยชน์หรือไม่
- สภาพที่ดินเป็นอย่างไร เช่น ที่นา ที่สวน ที่ไร่ ที่อยู่อาศัย

การยื่นคำขอรังวัดที่ดิน
- ยื่นที่สำนักงานที่ดินจังหวัด สำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา หรือสำนักงานที่ดินอำเภอที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ คือ
- โฉนดที่ดิน ติดต่อที่สำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา ที่ที่ดินนั้น ตั้งอยู่
- หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ติดต่อที่สำนักงานที่ดินอำเภอที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ เว้นแต่ ได้มีการยกเลิกอำนาจนายอำเภอ ให้ติดต่อที่สำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่

หลักฐานประกอบการขอรังวัด แบ่งแยก หรือสอบเขตโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
- บัตรประจำตัว ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัวชื่อสกุล (ถ้ามี)
- โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์

หลักฐานประกอบการขอรังวัดรวมโฉนดที่ดิน
- บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล (ถ้ามี)
- โฉนดที่ดินที่จะขอรวม ต้องมีลักษณะดังนี้
( 1 ) ต้องเป็นหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ประเภทเดียวกัน เว้นแต่ โฉนดแผนที่ กับโฉนดที่ดินให้รวมกันได้
( 2 ) ต้องมีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในโฉนดที่ดินเหมือนกันทุกฉบับและต้องยังมีชีวิตอยู่ทุกคน
( 3 ) ต้องเป็นที่ดินติดต่อผืนเดียวกัน ในจังหวัดและสำนักงานที่ดินเดียวกัน

ขั้นตอนการรังวัด แบ่งแยก รวม สอบเขตที่ดิน
- รับบัตรคิวจากประชาสัมพันธ์
- รับคำขอสอบสวน ชำระเงินค่าธรรมเนียมคำขอ
- ส่งฝ่ายรังวัดดำเนินการ นัดวันทำการรังวัด กำหนดตัวช่างรังวัด กำหนดเงินมัดจำรังวัด
- ค้นหารายชื่อเจ้าของที่ดินข้างเคียง และพิมพ์หนังสือแจ้งข้างเคียง
- รับหนังสือแจ้งข้างเคียง วางเงินมัดจำรังวัด รับหลักเขตที่ดิน
- ช่างรังวัดออกไปทำการรังวัดตามวันที่กำหนดไว้
- คำนวณเนื้อที่ และเขียนรูปแผนที่ในโฉนดที่ดิน
- ส่งเรื่องรังวัดคืนฝ่ายทะเบียน เรียกผู้ขอมาจดทะเบียน
- สอบสวนจดทะเบียนแบ่งแยก
- ตรวจอายัด
- ชำระเงินค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และค่าโฉนด
- แก้รายการทะเบียน และจดทะเบียนแบ่งแยก
- สร้างโฉนดที่ดินแปลงแบ่งแยก
- เสนอเจ้าพนักงานที่ดินลงนามและประทับตรา แจกโฉนดที่แบ่งแยก

ขั้นตอนการขอแบ่งแยกตรวจสอบเนื้อที่ และรวมหนังสือรับรองการทำประโยชน์
- เจ้าของที่ดินนำหนังสือรับรองการทำประโยชน์และเอกสารต่าง ๆ ไปยื่นคำขอ ให้ถ้อยคำในการนัดรังวัด เพื่อ
1. กำหนดวันทำการรังวัด
2. กำหนดค่าใช้จ่ายในการรังวัด
3. กำหนดเจ้าหน้าที่และสถานที่นัดพบ
- รับเจ้าหน้าที่ไปทำการรังวัดและปักหลัก จนเสร็จการ
- ลงนามในเอกสารต่าง ๆ
- รอรับหนังสือแจ้งให้ไปดำเนินการจดทะเบียน ฯ ล ฯ

เลือกแบบบ้าน

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized

หนึ่

หนึ่งในแบบบ้านสองชั้น สำหรับผู้ที่ต้องการแบบสวย และสบายๆ

(แบบ 2 ชั้น เป็นแบบบ้านที่ใช้เงินทุนปลูกสร้างไม่สูงนัก)

การเลือกแบบบ้าน เราต้องการแบบบ้านสไตล์ไหน สมัยนี้ไม่ยากเลยคะ เราอาจจะเลือกดูตามนิตยสาร
ตามอินเตอร์เนต ตามโครงการหมู่บ้านจัดสรรทั่ว ๆ ไป
หรืออาจจะปรึกษากับสถาปนิกเขียนแบบบ้านให้เรา แบบบ้านนั้นโดยทั่วไปแล้วสถาปนิกจะคิดค่าใช้จ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์ จากราคาของตัวบ้าน (ไม่น่าเกิน10 เปอร์เซ็นต์) เมื่อได้แบบแปลนบ้านแล้ว เรานำไปให้วิศวะกรโยธาดำเนินการคำนวนโครงสร้างของบ้าน (วัสดุที่ใช้ในการปลูกบ้าน)และนำแบบที่ได้นั้นไปว่าจ้างผู้รับเหมาสร้างบ้านต่อไป สัญญาว่าจ้างรับเหมาเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าไม่ทราบจะทำสัญญาว่าจ้างผู้รับเหมาอย่างไร ปัจจุบันนี้สัญญาจ้างผู้รับเหมานั้นเราก็สามารถพริ้นมาจากทางอินเตอร์เน็ตก็ได้(แบบบ้านต้องมีลายเซ็นต์ของสถาปนิกและวิศวกร) สำหรับบ้านที่มีเนื้อที่ใช้สอยต่ำกว่า 150 ตารางเมตร เจ้าของบ้านสามารถ เซ็นต์แบบแทนวิศวกรได้ หากมีความจำเป็นต้องกู้เงินมาปลูกบ้านก็นำแบบแปลนที่ได้ขอยื่นกู้จากสถาบันการเงินได้คะ
และถ้าเราปลูกสร้างบ้านอยู่ในเขตที่ประกาศใช้กฏหมายควบคุมการก่อสร้างต้องได้รับอนุญาตแบบแปลนเสียก่อน และจะสร้างเกินกว่าแบบที่ได้รับอนุญาตไม่ได้ บริเวณนอกเขตควบคมบ้านหรืออาคารที่จะปลูกสร้างไม่ต้องขออนุญาตสามารถปลูกสร้างได้เลย สำหรับบ้านที่มีเนื้อที่ใช้สอยมากกว่า 150 ตารางเมตร ต้องให้วิศวกรเซ็นต์ชื่อกำกับไว้
ส่วนขั้นตอนเตรียมเอกสาร และการขออนุญาตการก่อสร้าง นั้น ท่านสามารถศึกษาดูในรายละเอียดที่ทางยู-ด้า ปั้นจั่นได้นำมาลงไว้ในหมวดความรู้ทั่วไป หรือข่าวสารที่น่าสนใจ