เตรียม พื้นที่ก่อสร้าง

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized

เตรียมพื้นที่ก่อสร้าง ให้พร้อมกันก่อนดีไหม

พื้นที่ก่อสร้างมักเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงาน แต่หากได้รับการถมและปรับพื้นที่ให้มีความพร้อม ก็จะส่งผลทำให้การดำเนินงานต่าง ๆ หน้างานนั้น มีความคล่องตัว ไม่ติดขัด ร่นระยะเวลาการทำงาน และลดภาระค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้อีกมาก

(ภาพจากการดำเนินงานของทีมงานยู-ด้า ปั้นจั่น)

dsc08389

dsc08388

dsc08387

dsc08429

เริ่มต้นงานตอกเสาเข็ม กับ ยู-ด้า ปั้นจั่น

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized

ภาพการดำเนินงานของ ทีมงานยู-ด้า ปั้นจั่น กับการเริ่มต้น พุทธศักราชใหม่ ในปี 2555 นี้

dsc083251

dsc08359

dsc08341

dsc08363

dsc08365

การรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยของเสาเข็ม

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized, ความรู้ทั่วไป

โปรแกรมคำนวณการรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยของเสาเข็ม
Hiley ‘ s Formula วิศวกร : เอกพล ฉิ้มพงษ์ สย.6751
Pile Type : I 0.18×0.18×18.00 โครงการ :
สูตร : Qu = [(WHZ)/(S+C/2)] x [(W+Pr^2)/(W+P) Factor of safety(F.S.) = 3
นน.ลูกตู้ม (W) = 4 Ton, นน.เสาเข็ม( P ) = 1.1 Ton, Equipment Loss Factor (Z) = 0.8
Temporary(C) = 1.1 , Coff. of resitution( r ) = 0.25
(S) ระยะยก ระยะยก ระยะยก ระยะยก
ระยะทรุดตัว 30 40 60 80
ซม. / ครั้ง Qu Qa Qu Qa Qu Qa Qu Qa
5.00 โปรแกรมคำนวณการรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยของเสาเข็ม
Hiley ' s Formula วิศวกร : เอกพล ฉิ้มพงษ์ สย.6751
Pile Type : I 0.18x0.18x18.00 โครงการ :
สูตร : Qu = [(WHZ)/(S+C/2)] x [(W+Pr^2)/(W+P) Factor of safety(F.S.) = 3
นน.ลูกตู้ม (W) = 4 Ton, นน.เสาเข็ม( P ) = 1.1 Ton, Equipment Loss Factor (Z) = 0.8
Temporary(C) = 1.1 , Coff. of resitution( r ) = 0.25
(S) ระยะยก ระยะยก ระยะยก ระยะยก
ระยะทรุดตัว 30 40 60 80

ซม/ครั้ง Qu . Qa . QU . Qa . Qu . Qa . Qu . Qa
5.00 13.80 4.60 18.40 6.13 27.60 9.20 36.80 12.27

4.00 16.83 5.61 22.44 7.48 33.67 11.22 44.89 14.96

3.00 21.57 7.19 28.77 9.59 43.15 14.38 57.53 19.18

2.50 25.11 8.37 33.48 11.16 50.22 16.74 66.96 22.32

2.00 30.03 10.01 40.05 13.35 60.07 20.02 80.09 26.70

1.80 32.59 10.86 43.45 14.48 65.18 21.73 86.91 28.97

1.60 35.62 11.87 47.50 15.83 71.24 23.75 94.99 31.66

1.40 39.28 13.09 52.37 17.46 78.55 26.18 104.74 34.91

1.20 43.76 14.59 58.35 19.45 87.53 29.18 116.71 38.90

1.00 49.41 16.47 65.88 21.96 98.82 32.94 131.76 43.92

0.90 52.82 17.61 70.43 23.48 105.64 35.21 140.85 46.95

0.80 56.73 18.91 75.64 25.21 113.46 37.82 151.29 50.43

0.70 61.27 20.42 81.69 27.23 122.54 40.85 163.39 54.46

0.60 66.60 22.20 88.80 29.60 133.20 44.40 177.60 59.20

0.50 72.94 24.31 97.25 32.42 145.88 48.63 194.51 64.84

0.40 80.62 26.87 107.49 35.83 161.24 53.75 214.98 71.66

0.30 90.10 30.03 120.14 40.05 180.21 60.07 240.28 80.09

0.20 102.12 34.04 136.16 45.39 204.24 68.08 272.31 90.77

0.10 117.83 39.28 157.10 52.37 235.66 78.55 314.21 104.74

0.05 127.65 42.55 170.20 56.73 255.29 85.10 340.39 113.46

ตัวอย่างการอ่านค่าจากตาราง Qu = กำลังรับ นน. บรรทุกประลัยของเสาเข็ม ( ตัน )
เมื่อใช้ลูกตู้มหนัก 4 ตัน Qa = กำลังรับ นน. บรรทุกปลอดภัยของเสาเข็ม ( ตัน )
ระยะยกลูกตู้ม 30 ซม. , ระยะทรุดตัวของเสาเข็ม 1 ครั้ง เฉลี่ยจากการตอก 10 ครั้งสุดท้าย (ซม.) = 0.80
เสาเข็มจะรับน้ำหนักบรรทุกประลัย = 56.73 ตัน , Factor of safety ( F.S.) = 3
เสาเข็มจะรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัย = 18.91 ตัน

เลือก เสาเข็มแบบตอก-เสาเข็มแบบเจาะ

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

dsc06441

ภาพจาก การดำเนินงานของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

การเลือกเสาเข็มแบบตอก กับ การเลือกเสาเข็มแบบเจาะ

- เสาเข็มเจาะ จะมีการหล่อเสาเข็มในสถานที่ก่อสร้าง โดยมีการเตรียมวัสดุหลักไว้หล่อเสาเข็ม อาทิ หิน ปูน ทราย และเหล็กเสริม พร้อมทั้งเครื่องขุดเจาะขาหยั่ง 3 ขา ไว้ในสถานที่ทำการก่อสร้าง
วิธีการเจาะก็คือนำเครื่องขุดเจาะขาหยังปรับตั้ง3 ขา ให้ได้ตรงแนวศูนย์กลางของเสาเข็ม เมื่อตรวจสอบถูกต้องแล้ว จึงเจาะ หลักยึดปรับแท่นเครื่องมือให้แน่นแล้วใช้กระเช้าเจาะนำเป็นรู เมื่อรูเจาะได้รับการตรวจสอบแล้วจึงให้เทคอนกรีตได้ โดยต้องรีบทำการเทคอนกรีตทันที เพื่อไม่ให้รูเจาะอ่อนตัวหรือกระทบความชื้นในอากาศนานเกินไป จนสูญเสียแรงเฉือนได้

- เสาเข็มตอก จะมีการนำเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงลำเลียงเข้ามายังสถานที่ก่อสร้าง ส่วนการตอกเสาเข็มนั้นก็จะใช้ปั้นจั่นโครงเหล็ก หรืออาจจะใช้ปั้นจั่น(รถ)ตอกด้วยลูกตุ้มเหล็ก ความลึกของเสาเข็มขึ้นอยู่ กับสภาพพื้นดิน และที่ความลึกของแต่ละพื้นที่ไม่แน่นอน โดยส่วนใหญ่แล้ววิศวกรจะออกแบบเป็นเสาเข็มตอก เพราะควบคุมคุณภาพของงานได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่ตัวของเสาเข็ม และวิธีการตอก ราคาของตอกเสาเข็มก็ไม่สูงมากนัก ส่่วนจะใช้การเจาะเสาเข็มก็ต่อเมื่อ เสาเข็มคอนกรีตอัดแรงที่ใช้การตอกลำเลียงเข้าไปไม่ได้เพราะติดขัดด้านพื้นที่ บริเวณใกล้เคียงที่จะทำการตอกมีการก่อสร้างที่หนาแน่น หรือมีการสร้างอาคารชิดเขต จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนมาใช้เสาเข็มเจาะแทน ส่วนค่าเสาเข็มเจาะนั้นก็จะมีราคที่สูงกว่าค่าเสาเข็มตอก และการควบคุมคุณภาพก็ยากกว่า ตั้งแต่ขบวนการเจาะการใส่เหล็ก การ หล่อคอนกรีต และการทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็ม แต่ไม่ว่าจะใช้บริการเสาเข็มตอกหรือเสาเข็มเจาะฐานรากของอาคารก็แข็งแรงเช่นกัน

ข้อสังเกต เสาเข็มคอนกรีต

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

dsc05149

ภาพจาก : งาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง ที่นำมาตอกนั้น วัสดุหลักในผลิตเสาเข็มคอนกรีตที่สำคัญนอกจากลวดเหล็กอัดแรง ซึ่งต้องเป็นลวดที่มีคุณสมบัติมีแรงดึงสูงสามารถรับแรงดึงได้สูงแล้ว ส่วนผสมของคอนกรีตก็เป็นวัสดุที่สำคัญในการหล่อเสาเข็มคอนกรึต ซึ่งกระบวนการผลิตให้ได้เสาเข็มที่มีคุณสมบัติที่ดีก็ต้องปฏิบัติเป็นไปตามมาตราฐานดังนี้
- มาตรฐานงานคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็ก
- มาตรฐานงานคอนกรีตอัดแรง
- มาตรฐานงานเหล็กเสริมคอนกรีต
กำลังอัดประลัยของคอนกรีตต้องเป็นไปตามที่รายการกำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าค่าที่ได้กำหนดไว้ใน มอก. เสาเข็มคอนกรีตประเภทนั้น ๆ เสาเข็มที่นำมาใช้ต้องมีความยาว เนื้อที่หน้าตัดที่กดบนดิน (PROJECTED AREA) และรับน้ำหนักบรรทุกได้ตามที่ระบุในแบบหรือในรายการประกอบแบบเฉพาะงาน รูปร่างภายนอกของเสาเข็มต้องเหมือนกันตลอดความยาวของเสาเข็ม ยกเว้นส่วนหัวเสาเข็มที่รับตุ้มตอกเสาเข็ม สำหรับส่วนปลายเสาเข็มในระยะซึ่งยาวไม่เกิน 1.5 เท่าของความกว้างของเสาเข็มยอมให้สอบปลายได้ เสาเข็มจะนำมาตอกใช้งานได้ต่อเมื่ออายุของคอนกรีตของเสาเข็มนั้นเป็นดังนี้
1. สำหรับเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือเสริมเหล็กอัดแรงที่หล่อด้วยปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1
หรือประเภท 5 คือ 28 วัน
2. สำหรับเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือเสริมเหล็กอัดแรงที่หล่อด้วยปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 3 คือ 7 วัน
* กรณีที่ต้องการนำเสาเข็มคอนกรีตในข้อ (1) มาใช้ก่อนกำหนดเวลา กำลังคอนกรีตของเสาเข็มต้องมีค่าไม่น้อยกว่า ค่ากำลังอัดประลัยของคอนกรีตที่อายุ 28 วัน ทั้งนี้ต้องส่งผลการทดสอบกำลังของคอนกรีตมาให้วิศวกรของผู้ว่าจ้างเห็นชอบก่อน
* ส่วนกรณีที่ใช้สารเคมีผสมเพิ่มเพื่อเร่งกำลังของคอนกรีต ต้องได้รับความเห็นชอบจากวิศวกรของผู้ว่าจ้างก่อน เพื่อกำหนดอายุของเสาเข็มที่จะนำมาตอกใช้งาน
ลักษณะเสาเข็มที่ดี เสาเข็มต้องมีลำต้นตรง ระยะความงอที่ส่วนใด ๆ ของเสาเข็มนี้ ถ้าวัดระหว่างเส้นตรงที่ต่อปลายทั้งสองของส่วนงอกับผิวกับผิวด้านใด ๆ ก็ตาม ต้องไม่เกินความยาวส่วนที่งอ หารด้วย 360 หากเป็นเสาเข็มกลวงหรือเว้าข้าง รูกลวงหรือส่วนเว้าข้างต้องไม่ทำให้หน้าตัดเสาเข็มเสียศูนย์

ข้อสังเกต : เสาเข็มที่มีมาตราฐานที่ดี ต้องไม่ชำรุด แตก หักง่าย ทนต่อการกระทบกระเทือนระหว่างการเคลื่อนย้าย หรือการขนส่ง และต้องมีความแข็งแรงทนทานต่อการตอกของตุ้มตอกเสาเข็ม

ตอกเสาเข็ม กับการคิดงาน

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป, รับตอกเสาเข็ม

ภาพการดำเนินงาน ของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

dsc06320

ภาพการดำเนินงาน ของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น ฝ่ายปั้นจั่นสาน (ในช่วงฤดูฝน)

ภาพการดำเนินงาน ทีมงานยู-ด้า ปั้นจั่น (ช่วงฤดูฝน)

ภาพการดำเนินงาน ทีมงานยู-ด้า ปั้นจั่น ฝ่ายปั้นจั่นรถ (ช่วงฤดูฝน)

การคิดงาน ตอกเสาเข็ม

ใครที่อยากรู้ว่า เราสร้างบ้าน ต้อง ตอกเสาเข็ม ต้องเสียเงินเท่าไหร่ เขาคิดราคากันอย่างไร วันนี้ จะมาเล่าให้ฟัง ปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณา ในการคิดงาน ตอก เสาเข็ม มีดังนี้
1.ชนิดของเสาเข็ม เช่น
1.1 เสาเข็มเจาะ
1.2 เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กธรรมดา
1.3 เสาเข็ม คอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรง
1.4 เสาเข็มไม้
2. มิติ ของเสาเข็ม (ขนาด + ความยาว)
3. จำนวน เสาเข็ม
4. สถานที่ก่อสร้าง เอื้ออำนวย ต่อการจัดเก็บอุปกรณ์หรือไม่ หากไม่เอื้อ จะต้องนำค่าใช้จ่ายในการขนย้ายอุปกรณ์ที่เพิ่มเติมมาคิดด้วย
5. ค่าใช้จ่ายในการทดสอบการรับน้ำหนักของ เสาเข็ม (ถ้ามี)
6. ค่าแรง ตอกเสาเข็ม พิจารณาจาก
6.1 ขนาด + ความยาว ของ เสาเข็ม
6.2 อุปกรณ์ในการ ตอกเสาเข็ม รวมถึง ค่าขนย้ายอุปกรณ์
6.3 ลักษณะการ ตอกเสาเข็ม ว่า เป็นกลุ่ม หรือ เดี่ยว

ถมที่ดิน-ปรับพื้นที่ดิน ปัจจัยหนึ่งก่อนปลูกสิ่งก่อสร้าง

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

ภาพการดำเนินงาน ของทีมงานยู-ด้า ปั้นจั่น

ภาพการดำเนินงาน ของทีมงานยู-ด้า ปั้นจั่น (ในช่วงหน้าฝน)

dsc04928

ภาพ การดำเนินงาน ของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

dsc04930

ภาพ การดำเนินงาน ของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

ถมดินก่อนปลูกสิ่งก่อสร้าง ต้องถมให้ดินมีความแน่นแข็ง และมีความสูงในระดับที่เหมาะสมนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาทิ

1. พื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ราบลุ่ม ดินมีอ่อนตัวมากน้อยเพียงไร เคยเกิดปัญหาน้ำท่วมบ้าง
หรือไม่ และระดับความท่วมสูงแค่ไหน
2. ระดับความสูงของท่อระบายน้ำสาธารณะในพื้นที่นั้น ซึ่งเราต้องถมดินให้มีความ
สูง กว่าความสูงของท่อระบายน้ำ เพื่อจะได้ไม่ ประสบปัญหาการระบายน้ำใน
ภาย หลัง
3. ระดับความสูง ของถนน ของพื้นที่นั้น และพื้นที่บริเวณที่ใกล้เคียง ซึ่งหากเราถม
ให้สูงกว่าถนนไว้ก็จะดี

ถมดินไม่ให้เกิดการทรุดตัว เช่น
1. มีการปรับพื้นที่ที่ถมดิน ให้มีความพร้อมในการถม เช่น หากพื้นที่มีน้ำท่วมขัง
ต้องระบายน้ำออก และทำให้พื้นที่นั้นแห้ง
2. จัดเก็บขยะ กิ่งไม้ใบไม้ หรือเศษวัสดุต่าง ๆ ออกให้หมด
3. ชนิดของดินที่ถม ที่นิยมกัน คือ ดินลูกรัง ทำไมจึงต้องใช้ลูกรัง ถมดินในการ
ปลูกสร้าง ก็เพราะดินลูกรังบดอัดได้ดี และเมื่อ มีการบดอัดแล้วจะแน่นแข็ง
4. ระหว่างถมดิน ต้องมีการบดอัดดินให้แน่น เพื่อป้องกันการยุบตัวของดิน

ก่อนเริ่มทำการถม ควรมีการทำระดับอ้างอิงไว้เพื่อตรวจสอบ เช่นการพ่นสี ตอกตะปูกำหนดระดับไว้ตามเสาไฟฟ้า หรือสิ่งก่อสร้างข้างเคียงที่มีลักษณะถาวร ไม่เคลื่อนย้าย เมื่อผู้รับเหมาจะส่งมอบงานจะได้ทำการตรวจสอบได้ครับ

นอกจากนั้น ราคาดินยังขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัยเช่น
1. ระยะทาง (จากบ่อดิน ถึง สถานที่ถมดิน)
2. ชนิดของดินทีนำมาถม ซึ่งจะมีราคา และคุณภาพ และลักษณะการใช้งานแตก
ต่างกันไป
3. ลักษณะการถมดิน (ขึ้นอยู่ข้อตกลงกัน) เช่น อาจถมอย่างเดียว หรือถมด้วยบด
ดินไปด้วย เป็นต้น
4. ขนส่ง ใช้รถบรรทุกเป็นส่วนมาก ความกว้างของกะบะรถ10 ล้อ ก็ประมาณ
2.5 x 6 ม. ส่วนความสูง-ส่วนมากจะนับกันเป็น”ไม้” เช่น ไม้ 1 ,ไม้2
“ไม้” คือ ไม้ที่เป็นซี่วางตามนอนด้านข้างกะบะ นับจากล่างขึ้นบน รถแต่ละคันจะ
ไม่เท่ากัน
ถ้าคิดปริมาตร 2.5 x 6 x สูงซัก1.2 ม. จะได้ 18 ลบ.ม. ส่วนใหญ่ ดินจะคิดค่า
ความโปร่งที่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์