ค่าภาษี ขายบ้าน

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized, ความรู้ทั่วไป

ทีมงาม ยู-ด้า ปั้นจั่น ขอนำข้อมูลที่เห็นว่ามีประโยชน์ต่อท่านที่มีความต้องการจะขายบ้านซึ่งด้วยเหตุผลใดก็ตาม สิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญและเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ท่านต้องคำนึงถึง ก็คือ
“ค่าภาษีจากการขายบ้าน” เพราะเงินที่ได้จากการขายบ้าน ก็ถือว่าเป็น รายได้ ที่ต้องนำมาคำนวณการเสียภาษี

ภาษีควรรู้…ก่อนคิดขายบ้าน

จากเหตุการณ์มหาอุทกภัยเมื่อปี 54 ที่ผ่านมา ผู้ที่เคยมีประสบการณ์น้ำท่วมบ้านคงต้องนั่งลุ้น นอนลุ้นว่าจะท่วมอีกไหมในปีนี้ บางบ้านที่ยังไม่ได้ซ่อมแซม อาจด้วยเหตุผลต่างๆ นานา บ้างก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทาสีหรือติดวอลล์เปเปอร์ดี บ้างก็ว่ารอดูปีนี้ก่อนว่าจะท่วมอีกไหม ถ้าน้ำไม่ท่วมจึงตัดสินใจซ่อมแซมให้เรียบร้อย สำหรับบ้านที่ซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว เจ้าของบ้านบางคนถึงกับประชดประชันกันแรงๆ ว่า หากท่วมปีนี้อีกครั้ง คงต้องหาที่อยู่กันใหม่แล้ว เพราะคิดว่าหากต้องมาจ่ายค่าซ่อมบ้านใหม่ทุกปีๆ สู้ย้ายบ้านใหม่หนีน้ำท่วมน่าจะดีกว่า ทั้งนี้ หากคุณมีความประสงค์ที่จะเก็บบ้านเก่าไว้เป็นมรดกให้ลูกหลาน และมีเงินในกระเป๋ามากพอควร ก็สามารถตัดสินใจหาซื้อใหม่ได้โดยไม่ต้องคิดมาก แต่หากเงินในกระเป๋ามีจำกัด และต้องขายบ้านเก่าด้วยแล้วล่ะก็ คงต้องคิดหนักกันน่าดูเลยทีเดียว
สำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการซื้อขายบ้านมาก่อน และคาดหวังจะนำเงินที่ได้จากการขายบ้านเก่าเพื่อเป็นเงินทุนสำหรับการซื้อบ้านหลังใหม่นั้น อาจต้องผิดหวังจากการขายบ้านหลังเก่า เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายเป็นตัวเงินจำนวนมากที่ต้องจ่าย เรียกว่า “ภาษีจากการขายบ้าน” ซึ่งจะทำให้เงินที่ได้จากการขายบ้านลดน้อยลงกว่าที่ตั้งใจไว้ ส่งผลกระทบถึงเงินในกระเป๋าที่ต้องเตรียมเพื่อบ้านหลังใหม่ รวมถึงค่าตกแต่งที่เพิ่มมากขึ้นด้วย บทความนี้ขอพูดถึง ภาษีที่ควรรู้ ก่อนคิดขายบ้าน ซึ่งประกอบไปด้วยภาษีต่างๆ และค่าธรรมเนียมกรมที่ดิน ดังนี้

1. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เมื่อขายทรัพย์สินที่เป็นบ้าน มีรายได้เกิดขึ้น เงินได้จากการขายต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย โดยใช้ราคาประเมินกรมที่ดินเป็นเกณฑ์ในการคำนวณ ทั้งนี้ กรณีที่ได้อสังหาริมทรัพย์จากการซื้อขายสามารถนำจำนวนปีที่ถือครองมาหักค่าใช้จ่ายได้ดังนี้

วิธีนับจำนวนปีที่ถือครองนั้น ยึดหลักตามปี พ.ศ. ยกตัวอย่างเช่น ซื้อบ้านวันที่ 1 ธันวาคม 2553 และขายวันที่ 10 มกราคม 2555 เท่ากับ จำนวนปีที่ถือครองคือ 3 ปี สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 77 เป็นต้น

เพื่อความเข้าใจขอยกตัวอย่างการคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย จากกรณีตัวอย่าง นายปวีณ ซื้อบ้านพร้อมที่ดินในปี 2553 และต้องการขายบ้านในปี 2555 ราคาซื้อขาย 10 ล้านบาท โดยมีราคาประเมินอยู่ที่ 9 ล้านบาท นายปวีณ ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายดังนี้

267_021

จากตัวอย่างข้างต้น นายปวีณ ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย จำนวน 249,000 บาท ซึ่งข้อแตกต่างจากการคำนวณภาษีเงินได้ทั่วไป คือ การคำนวณภาษีจากการขายบ้านนั้น จะไม่มีการยกเว้นภาษีจากเงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรก เนื่องจาก ไม่ใช่การคำนวณภาษีจากเงินได้สุทธิ ส่งผลให้เงินได้ 1 แสนบาทแรก ต้องเสียภาษีเงินได้ 5,000 บาท ส่วนเงินได้ตั้งแต่ 2-5 แสนบาท เสียภาษีที่ 10% เงินได้ตั้งแต่ 5 แสน - 1 ล้านบาทเสียภาษี 20%

จากตัวอย่างข้างต้น หากนายปวีณ มีรายได้จากการทำงานทั้งปีจำนวน 2 ล้านบาท เสียฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุดที่ 30% ณ สิ้นปี จะต้องนำเงินได้จากการขายบ้านจำนวน 10 ล้านบาท มารวมคำนวณเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีคิดเป็นรายได้รวม 12 ล้านบาทด้วยหรือไม่ เป็นคำถามที่ผู้มีเงินได้จากการทำงานทั้งหลายสงสัยกัน กรณีนี้นายปวีณ สามารถเลือกที่จะไม่นำเงินได้จากการขายบ้าน 10 ล้านบาท มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตอนสิ้นปีได้ กล่าวคือเมื่อถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ สำนักงานที่ดินแล้ว ก็ไม่ต้องยื่นเสียภาษีตอนสิ้นปีอีก

2. ภาษีธุรกิจเฉพาะ มีหลักเกณฑ์การพิจารณาภาษีธุรกิจเฉพาะจากจำนวนปีที่ได้บ้านมาว่าเกิน 5 ปีหรือไม่ โดยสามารถดูวันที่รับโอนบ้านได้จากหลังโฉนดซึ่งระบุวันที่รับโอนมา กรณีจากตัวอย่างนายปวีณ ขายบ้านภายใน 5 ปีนับแต่วันได้มา ก็ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ โดยอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะคิดที่ร้อยละ 3.3 จากราคาขายจริงกับราคาประเมินแล้วแต่ราคาใดจะสูงกว่าให้ใช้ราคานั้น การคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีนายปวีณขายบ้าน คิดเป็นภาษีธุรกิจเฉพาะ เท่ากับ 330,000 บาท (3.3*10,000,000) ทั้งนี้ หากขายบ้านที่ได้มาเกินกว่า 5 ปี นับแต่วันได้มาแล้ว จะทำให้ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ นอกจากนี้ มีข้อยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3 กรณี ดังนี้

· มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเกินกว่า 1 ปี นับแต่วันที่ได้บ้านหลังนั้นมา

· ถูกเวนคืนบ้านหรือที่ดิน

· ขายบ้านหรือที่ดินที่ได้มาโดยมรดก

3. อากรแสตมป์ รายรับจากการขายบ้านหรือที่ดินนั้น ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ คิดเป็น 0.5% ของราคาประเมิน กรณีนายปวีณขายบ้าน คิดเป็นค่าอากรแสตมป์ 45,000 บาท (0.5*9,000,000) อย่างไรก็ดี หากมีการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ จากตัวอย่างข้างต้นจะเสียเพียงภาษีธุรกิจเฉพาะเท่านั้น เนื่องจากถือครองบ้านไม่ถึง 5 ปี และไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเกินกว่า 1 ปีนับแต่วันที่ได้บ้านมา ทั้งนี้ กรณีได้รับการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว จะต้องเสียค่าอากรแสตมป์แทน ดังนั้น หากนายปวีณ เสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว จะไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์อีก ในขณะเดียวกัน หากนายปวีณ มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเกินกว่า 1 ปี ก็จะเสียอากรแสตมป์แทนการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ จะสังเกตเห็นได้ว่า จะเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรือค่าอากรแสตมป์อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

4. ค่าธรรมเนียมการโอน อัตราการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการโอนจากกรมที่ดิน คิดที่ 2% ของราคาประเมิน กรณีนายปวีณขายบ้าน ต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอน จำนวน 180,000 บาท (9,000,000*2%)

จากตัวอย่าง หากนายปวีณต้องการขายบ้าน จำนวน 10 ล้านบาท เมื่อรวมค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีธุรกิจเฉพาะ และค่าธรรมเนียมการโอนแล้ว จะมีค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 759,000 บาท หรือ คิดเป็นค่าใช้จ่าย 7.59% จากราคาขาย ซึ่งถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว แล้วมีวิธีไหนบ้างที่จะพอช่วยลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ลงได้บ้าง

หลังจากที่ได้อ่านบทความนี้แล้ว คุณผู้อ่านสามารถประหยัดภาษีได้อย่างง่ายๆ ด้วยการโอนชื่อตัวเองให้อยู่ในทะเบียนบ้านเกินกว่า 1 ปี ก็สามารถประหยัดภาษีธุรกิจเฉพาะ จากเดิม 3.3% มาเสียเพียงค่าอากรแสตมป์ 0.5% เท่านั้น เห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายภาษีจากการขายบ้าน หากได้ศึกษาถึงรายละเอียดอย่างถี่ถ้วนและโอนชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเกินกว่า 1 ปี เช่นนายปวีณ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายการโอนบ้านได้ถึง 285,000 บาท (330,000-45,000) เลยทีเดียว

คนอง ศรีพิบูลพานิชย์ ( 21 มี.ค. 55 )
ฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาการเงินส่วนบุคคล ธนาคารกสิกรไทย

บ้าน ประหยัดพลังงาน

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized, ความรู้ทั่วไป

บ้าน ประหยัดพลังงาน

“สภาพอากาศที่ร้อนระอุุเกิดขึ้นจากภาวะโลกร้อนที่มีสาเหตุมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมากอย่างต่อเนื่องของมนุษย์ และก๊าซเหล่านี้ได้ปิดกั้นให้โลกไม่สามารถระบายความร้อนออกไปยังอวกาศได้” ผลที่เกิดขึ้นก็คือ อุณหภูมิภายในโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและทำให้อากาศแปรปรวนก่อให้เกิดภัยพิบัติธรรมชาติต่าง ๆ ตามมามากมายทั้งพายุ ฝนตก น้ำท่วม ฯลฯ

แนวคิดการกระตุ้นปลุกสำนึกการอนุรักษ์ ประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานทดแทน จึงเกิดขึ้นมากมาย หลายโครงการ และหลายหน่วยงาน

ทีมงาน ยู -ด้า ปั้นจั่น ตระหนักดีถึงความสำคัญในเรื่องนี้ จึงขอนำเสนอ บ้านอยู่สบายประหยัดพลังงาน ของสำนักส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน(สสอ.) ซึ่งเป็นบ้านที่เน้นการออกแบบให้บ้านมีความเย็นและอยู่สบายโดยวิถีทางธรรมชาติ (Passive Cooling) เป็นหลัก ขณะเดียวกันก็ยอมรับเรื่องการออกแบบ และมีการเตรียมการสำหรับการทำให้เกิดความเย็นด้วยวิธีกลไกและพึ่งพาเทคโนโลยี (Active Cooling) อันสอดคล้องกับวิถีชีวิตในปัจจุบัน เพื่อเป็นส่วนประกอบลักษณะผสมผสานกันโดยก่อให้เกิดทางเลือกในการประหยัดพลังงานต่อภาระการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศในบ้านพักอาศัย โดยอย่างน้อยที่สุดให้มีการลดชั่วโมงของการทำงานในส่วนเครื่องปรับอากาศลง ซึ่งวิธีการที่มุ่งเน้น คือ การออกแบบและเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม ซึ่งรวมไปถึงการให้ความสำคัญกับการป้องกันความร้อนเข้าสู่อาคาร

concept

1. การจัดวางตำแหน่งพื้นที่ใช้สอยให้เหมาะสมในที่ดินขนาดเล็ก และคำนึงถึงการได้รับประโยชน์จากการระบายอากาศตามธรรมชาติ

2. การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมเพื่อลดการนำความร้อน โดยพิจารณาเลือกใช้วัสดุที่แตกต่างกันในส่วนของพื้นที่ที่ปรับอากาศและไม่ปรับอากาศ

3. การออกแบบรั้วโปร่งเพื่อการระบายอากาศที่ดีและการจัดเตรียมที่เก็บขยะที่ถูกสุขลักษณะ

technic1

4. การออกแบบโดยใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อม

technic2

5. การป้องกันความร้อนเข้าสู่อาคาร

technic3

6. การออกแบบให้มีช่องระบายความร้อนใต้หลังคา

technic41

7. ระบบไฟฟ้าและแสงสว่างสำหรับอาคาร ซึ่งนอกจากการใช้หลักการออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่จะช่วยลดการใช้พลังงานในอาคารและสร้างความอยู่สบายแล้วนั้น การเลือกใช้วัสดุที่เป็นฉนวนให้กับอาคาร การเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ 5 หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง เช่น หลอดประหยัดไฟประเภทหลอดฟลูออเรสเซนต์ หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ และบัลลาสต์กำลังสูญเสียต่ำ (Low Loss Ballast) สามารถช่วยให้บ้านอยู่สบายประหยัดพลังงานทั้ง 3 รูปแบบ มีค่าไฟฟ้าลดลงได้ประมาณ 5,000-9,350 บาท/ ปี/ หลัง

โคมไฟ หลอดไฟ nvc byโฮมอีเลคทริคชลบุรี

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized, โคมไฟ-อุปกรณ์ไฟฟ้า

logo1

NVC บริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แสงสว่างมืออาชีพ ที่เชี่ยวชาญในการวิจัยการผลิตและการขายของผลิตภัณฑ์ทุกชนิดของแสง สว่าง NVC ครอบคลุมแสงเชิงพาณิชย์แสงสำนักงานแสงกลางแจ้งแสงที่อยู่อาศัย, โคมไฟและเกียร์ ฯลฯ
NVC ก่อตั้งขึ้นในปี 1998 บริษัท มีการพัฒนาในประเทศและในเวลาเดียวกันขยายตัวทั่วโลกและการขายผลิตภัณฑ์ OEM และ ODM เพื่อ Europe ยุโรป ในปี 2006 บริษัท ฯ เริ่มต้นการส่งเสริมแบรนด์ของบริษัท ในตะวันออกกลางเอเชีย Australia ออสเตรเลีย , Africa and แอฟริกาและ Eastern Europe ยุโรปตะวันออก ด้วยรูปแบบธุรกิจที่สองของ NVC มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงทั่วโลกแสงสว่าง ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการมืออาชีพแสงโซลูชั่น

pinbai

NVC "ผู้เชี่ยวชาญในการให้แสงสว่างสิ่งแวดล้อม" ซึ่งเป็นความคิดที่แบรนด์หลักของ NVC มืออาชีพทีมงานของ NVC สร้างที่สวยงามสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายแสงปลอดภัยและประหยัดพลังงานสำหรับลูกค้า. นอกจากการให้บริการโซลูชั่นแอพลิเคชันแสงที่เหมาะสม NVC ยังช่วยส่งเสริมสุขภาพ และการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมแสงสว่าง
NVC ได้กลายเป็นผู้นำใน ประเทศจีน อุตสาหกรรมแสงสว่าง หลังจากปีของการพัฒนา ในปี 2000 บริษัท เปิดร้านแรกใน Shenyang เฉิ่นหยาง ขณะนี้มีกว่า 2,000 ร้านค้าในประเทศ. NVC เห็นคุณค่าของแบรนด์เพิ่มขึ้น มันเป็นที่รู้จักกันดีและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากชุมชน ในการจัดนิทรรศการที่ผ่านมาทั่วประเทศและทั่วโลก, NVC เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านแสงสว่างระดับบน high-end

ฐานการผลิต NVC (ในจีน)

ฐานการผลิต Wanzhou NVC:
NVC ตั้งอยู่ใน Chongqing ฉงชิ่ง ภาคตะวันตกของประเทศจีน , NVC (Wanzhou) Lighting จำกัด ครอบคลุม 170.000 ตารางเมตรและเป็นผู้ผลิตแสงที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค . NVC Wanzhou ส่วนใหญ่ผลิตโคมไฟเรืองแสง T5/T8 และ PL / CFL ดาวน์ไลท์ กำลังการผลิตประจำปี: โคมไฟเรืองแสง T5/T8 (ชนิดบานเกล็ด): 800.000 PCS T5/T8 อ้วนขึ้น: 4000.000 PCS PL / CFL ดาวน์ไลท์: 20000000 PCS

nvchuizhou

ฐานการผลิต NVC เจ้อเจียง
NVC ตั้งอยู่ใน เจ้อเจียง โคมไฟ จำกัด เป็นผู้ผลิตที่ใหญ่ที่สุดในหลอด CFL ในโลกและเป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่ใหญ่ที่สุดใน CFL China ประเทศจีน . NVC เจ้อเจียงส่วนใหญ่ผลิต CFLs T2 และ T3 กับทุกชนิดของรูปทรงผลิตภัณฑ์ได้รับการอนุมัติ และส่วนใหญ่จะขาย สหรัฐอเมริกาและตลาดยุโรป

nvcwanzhou

ฐานการผลิต NVC เซี่ยงไฮ้
NVCเซี่ยงไฮ้ โรงงานผลิตอุปกรณ์ควบคุมมากกว่า 8 ล้านชิ้นส่วนของความถี่สูงเกียร์ควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ต่อปี การควบคุมเกียร์ประโยชน์พืชจากการสนับสนุนทางเทคนิคจากเซี่ยงไฮ้วิจัยและพัฒนาศูนย์

nvczhejiang

ผลิตภัณฑ์สินค้าหลอดไฟ LED บัลลาสท์ และโคมไฟ แบรนด์ NVC เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มีความหลากหลาย มีดีไซน์ที่ทันสมัย ทั้งประหยัดพลังงาน รักษ์สิ่งแวดล้อม มีความสวยงาม ซึ่งท่านสามารถเข้าไปเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของ NVC ได้ตาม
http://www.nvc-lighting.com

ลูกค้าท่านใดต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อสินค้า NVC ในราคาส่ง ติดต่อได้ทุกวัน โดยผ่านทาง email: home_chon_2009@hotmail.com
หรือ โทร. 081-9969040

หลักฐาน ในการยื่นคำขอจดทะบียนอาคารชุด

Author: piledriver  //  Category: ข่าวสารที่น่าสนใจ

หลักฐานในการยื่นคำขอจดทะเบียนอาคารชุด

ในการยื่นคำขอจดทะเบียนอาคารชุดตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการจดทะเบียนอาคารชุด การออกหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด พ.ศ.2523 กฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารชุด พ.ศ.2554 ผู้ขอจะต้องนำหลักฐานต่างๆมายื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ที่อาคารชุดนั้นตั้งอยู่ ดังนี้

1.โฉนดที่ดิน

2.แผนผังแสดงเขตที่ดินและที่ตั้งของอาคารชุดและสิ่งปลูกสร้าง พร้อมแสดงเส้นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะตามสภาพเป็นจริง มาตรา 1: 500 หรือ 1: 1000 หรือความเหมาะสม

3. แผนผังแสดงรายละเอียดของอาคารชุดแต่ละชั้น โดยระบุความกว้าง ความยาว ความสูง และเนื้อที่ และ/หรือแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

4. แผนผังแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนบุคคล และ/หรือแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตจาก เจ้าพนักงานท้องถิ่น

5. แผนผังแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนกลาง และ/หรือแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตจาก เจ้าพนักงานท้องถิ่น

6. รายการแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนบุคคล

7. รายการแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนกลาง

8. หมายเลขประจำห้องชุดแต่ละห้องชุด

9. บัญชีแสดงอัตราส่วนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนกลางแต่ละห้องชุด (อช.5)

10. คำรับรองของผู้ขอว่าอาคารที่ขอจดทะเบียนอาคารชุดนั้นปราศจากภาระผูกพัน เว้นแต่การจำนองอาคารรวมกับที่ดิน

11.ร่างข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุด

12. ใบอนุญาตให้ก่อสร้าง (อ.1) หรือใบรับแจ้งตามมาตรา 39 ทวิ (พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522)

13. ใบรับรองการก่อสร้างอาคาร (อ.6) ในกรณีที่อาคารชุดนั้นตั้งอยู่ในท้องที่ที่กฎหมายว่าด้วย การควบคุมอาคารใช้บังคับ

14. หนังสืออนุญาตให้ก่อสร้างอาคารตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ หรือตามกฎหมายว่าด้วยเขตปลอดภัยในราชการทหาร ในกรณีที่อาคารที่ขอจดทะเบียนอาคารชุดตั้งอยู่ภายในเขตดังกล่าว

15. หลักฐานความเห็นชอบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม จากสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม กรณีโครงการของเอกชน ซึ่งเป็นอาคารอยู่อาศัยรวมตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ที่มีจำนวนห้องพักอาศัยตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป ที่อยู่ในเขตท้องที่ ซึ่งมีพระราชกฤษฎีกาให้ใช้กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ซึ่งใช้วิธีแจ้งต่อพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วย การควบคุม อาคาร โดยไม่ยื่นขอรับใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร หรือกรณีโครงการที่อยู่นอกเขตท้องที่ซึ่งมีพระราชกฤษฎีการให้ใช้กฎหมายว่า ด้วยการควบคุมอาคาร ให้เสนอรายงาน ฯ ในขั้นขอจดทะเบียนอาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดตามประกาศ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2539)

16. หลักฐานบุคคลผู้ยื่นคำขอ

16.1 บุคคลธรรมดา ได้แก่ บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หากเป็นกรณีมอบอำนาจให้แก่บุคคลอื่นกระทำแทนให้แสดง ใบมอบอำนาจ รวมทั้งสำเนาทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชนของผู้รับมอบด้วย

16.2 นิติบุคคล
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท
- หนังสือบริคณห์สนธิ
- บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น โดยแสดงสัญชาติและจำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้นทุกคนที่นายทะเบียนพาณิชย์รับรองแล้วในปัจจุบัน
- รายงานการประชุมกรรมการบริษัท
- ใบทะเบียนการค้า
- การจดทะเบียนการค้ากับสรรพากร
- บัตรประชาชน และทะเบียนบ้านของกรรมการบริษัท

17. ค่าธรรมเนียมในการยื่นคำขอจดทะเบียนอาคารชุด และจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด
(1) ค่าคำขอ 20 บาท
(2) ค่าจดทะเบียนอาคารชุด 2000 บาท
(3) ค่าออกหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อช.2) ห้องละ 200 บาท
(4) ค่าปิดประกาศให้แก่ผู้ปิดประกาศรายละ 20 บาท
(5) ค่าจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด 2000 บาท
(6) ค่าพยานได้แก่พยานคนละ 20 บาท

ปัญหาสร้างบ้าน ฤดูฝน

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized

ปัญหาสร้างบ้าน ช่วงหน้าฝน

1. ปัญหาเกี่ยวกับสภาพพื้นที่ในการทำงาน เมื่อฝนตกจะทำให้สภาพพื้นที่มีความยากลำบากในการทำงานเพิ่มมากขึ้น
ความยากลำบากในการขนส่ง อาจเกิดปัญหารถติดหล่มและเกิดความล่าช้าขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นต้องประเมินสภาพพื้นดินอยู่ตลอดเวลา ว่าสามารถรับน้ำหนักรถบรรทุกได้หรือไม่ หากฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลาหลายวันก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าไปในพื้นที่ที่พื้นดินค่อนข้างอ่อนตัว
เรื่องความสรกปกของถนน เมื่อรถขนส่งวัสดุวิ่งเข้ามาในพื้นที่ก่อสร้างที่เปียกแฉะ ก็จะทำให้มีเศษดินติดล้อรถเป็นจำนวนมาก เราจะต้องเตรียมพื้นที่และน้ำสำหรับฉีดทำความสะอาดเศษดินเหล่านั้นออกให้หมด เพื่อไม่ให้พื้นผิวสัญจรหน้าสถานที่ก่อสร้างสรกปกจนถูกร้องเรียนเอาได้
การอุดตันของระบบการระบายน้ำ ที่อาจเกิดขึ้นได้จากเศษดินหรือเศษวัสดุในระหว่างการก่อสร้างไหลไปอุดตัน เราควรต้องป้องกันไม่ให้เศษวัสดุไหลลงไปอุดตันอยู่ในระบบท่อระบายน้ำ เพราะมีเศษวัสดุลงไปอุดตันอยู่เป็นจำนวนมาก อาจเกิดปัญหาในการระบายน้ำ

2. ปัญหาเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน
ปัญหาเรื่องไฟฟ้าในบริเวณก่อสร้าง ควรเลือกพื้นที่ในการติดตั้งคัตเอาท์หรือแผงสวิทซ์ไฟ ให้อยู่ในบริเวณที่ฝนสาดไม่ถึง รวมทั้งไม่ควรวางสายไฟติดกับพื้นดิน ควรตั้งเสาขึ้นมาเพื่อรองรับสายไฟ เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้าเมื่อมีฝนฟ้าคะนอง ไม่ควรทำงานในที่โล่งแจ้งเพราะอาจเสี่ยงอันตรายจากการเกิดฟ้าผ่าขึ้นได้

3. ปัญหาเรื่องการจัดเก็บวัสดุ
สำหรับปูนซีเมนต์ ห้ามโดนน้ำหรือความชื้นโดยเด็ดขาด ควรทำโรงเรือนชั่วคราว หรือยกพื้นสูงประมาณ 20 เซนติเมตรและหาวัสดุอย่างเช่น แผ่นพลาสติก หรือผ้าใบคลุมเอาไว้ หากปูนซีเมนต์โดนความชื้นจับตัวเป็นก้อนแข็ง ก็ไม่ควรนำมาใช้โดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้คอนกรีตที่ผสมจากปูนซีเมนต์ที่จับตัวเป็นก้อนแข็งแล้วนั้นไม่แข็งแรงเท่าที่คสำหรับเหล็กเส้น หรือเหล็กรูปพรรณ ก็ควรทำโรงเรือนชั่วคราว หรือยกพื้นสูงเพื่อจัดเก็บเช่นเดียวกันกับปูนซีเมนต์ เพราะหากเหล็กถูกความชื้นก็จะเกิดสนิม แต่เมื่อเกิดสนิมขึ้นแล้วหากต้องการนำเหล็กไปใช้งานควรขัดเอาเนื้อสนิมออกให้หมดไม่เช่นนั้นก็อาจจะทำให้เนื้อเหล็กมีโอกาสเป็นสนิมเพิ่มมากขึ้น
สำหรับหิน และทราย ถึงแม้ว่าสามารถโดนน้ำฝนได้แต่ต้องระวังหินหรือทรายเปื้อนดิน เพราะหากหินหรือทรายเปื้อนดินก็ไม่ควรนำไปใช้ในการผสมคอนกรีตเช่นกัน ควรหาพลาสติกปูรองพื้นให้กับหินหรือทรายเหล่านั้นตั้งแต่ตอนที่เริ่มมีการขนส่งเข้ามาในพื้นที่ก่อสร้าง

4. ปัญหาเรื่องการก่อสร้างใต้ดิน
การก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับงานขุดดิน อย่างเช่นการทำฐานราก การทำถังเก็บน้ำใต้ดิน การขุดดินต้องขุดดินเผื่อให้กว้างขึ้นอีกด้านละประมาณ 50 เซนติเมตร เพื่อรองรับดินที่อาจสไลด์ลงมาในหลุมขุด หากหลุมมีความลึกมากกว่า 2 เมตรควรทำคันกั้นดินเพื่อป้องกันดินถล่ม นอกจากนี้ควรทำบ่อซับน้ำเพื่อช่วยรองรับน้ำจากหลุมขุด แล้วใช้เครื่องสูบน้ำช่วยระบายน้ำออกเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขัง
สำหรับงานเดินระบบท่อในระดับดิน หากอยู่ระหว่างการดำเนินการ ควรหาพลาสติก หรือฝาครอบปลายท่อเพื่อป้องกันเศษดินไหลเข้าไปภายในท่อ

5. ปัญหาเรื่องงานทาสี
งานทาสีเป็นอีกงานหนึ่งที่ควรต้องเอาใจใส่กันเป็นพิเศษ เพราะถึงแม้ว่าหากเราจะสามารถหาวันที่มีอากาศดีๆ ได้ในฤดูฝนได้ แต่การทาสีผนังอาคารควรต้องตรวจสอบสภาพของผนังอาคารว่าเปียกหรือมีความชื้นสะสมอยู่ภายในเนื้อวัสดุหรือไม่ เพราะอาจเกิดปัญหาสีโป่งพองและลอกล่อนได้จากความชื้นที่อยู่ในเนื้อวัสดุระเหยตัวออกมา

สำหรับงานเคลือบสีไม้ หรือเคลือบสีเหล็กก็เช่นเดียวกัน หากเป็นไม้ก็ต้องดูให้แน่ใจว่าเนื้อไม้แห้งสนิท หรือหากเป็นเหล็กก็ต้องตรวจและขัดสนิมออกให้หมด ถึงจะสามารถเริ่มลงมือทาสีได้

6. ปัญหาเรื่องราคาค่าก่อสร้าง
ปัญหาเรื่องราคาวัสดุก่อสร้างที่อาจเพิ่มขึ้นได้จากการขาดแคลนวัสดุ เนื่องจากการผลิตวัสดุอาจทำได้ยากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การผลิตอิฐมอญ ที่จะทำได้ลำบากขึ้นเนื่องจากฝนตก และในบางครั้งก็เป็นผลพวงมาจากความยากลำบากในการขนส่ง
ปัญหาเรื่องค่าแรงในการก่อสร้างที่อาจสูงขึ้น อันเนื่องมาจากการทำงานที่มีความยากลำบากขึ้น ดังนั้นการวางแผนล่วงหน้าในการพูดคุยและตกลงทำสัญญากับผู้รับเหมาถึงเรื่องการทำงานในช่วงหน้าฝนก็เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องมองล่วงหน้าเอาไว้ อาจขอปรึกษาจากสถาปนิกหรือวิศวกรในเรื่องระยะเวลาเพื่อประเมินระยะเวลาของงานที่อาจเกิดความล่าช้า เพื่อจะได้เตรียมงบประมาณสำรองเผื่อไว้

——————————————————————————–
http://www.baanlaesuan.com

โคมดาวน์ไลท์ฮาโลเจน nvc โฮมอีเลคทริคชลบุรี

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized, โคมไฟ-อุปกรณ์ไฟฟ้า

โคมดาวน์ไลท์ฮาโลเจน nvc (คลิกที่ภาพเพื่อขยายภาพ)
www.nvc-lighting.com (หลอดไฟ หลอดLED โคมไฟภายใน-ภายนอก ฯลฯ)

img15-web-r1 (คลิกที่ภาพ เพื่อขยายภาพใหญ่)

img17-web-r1 (คลิกที่ภาพ เพื่อขยายภาพใหญ่)

img33-web-r1 (คลิกที่ภาพ เพื่อขยายภาพใหญ่)

……………………………>>>>>>>

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม/สนใจสั่งซื้อ ได้ที่ e-mail: home_chon_2009@hotmail.com
หรือโทร. 081-9969040

โคมตะแกรง nvc byโฮมอีเลคทริค

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized, โคมไฟ-อุปกรณ์ไฟฟ้า

thumbnailgenerator

Montana
——————————————————————————–

Recessed modular fittings for T8 lamps with louvre or TP(a)/TP(b) rated prismatic controller.APPLICATIONS

■Offices
■General commercial use
SPECIFICATION

■For T8 lamps. Supplied excluding lamps
■European brand ENEC control gear
■For 15-24mm exposed T ceilings
CONSTRUCTION

■Robust steel body
■White gloss powder coated finish
■Specular double parabolic louvre secured with spring clips and retaining straps for easy maintenance
OPTIONS

■Emergency (maintained 3 hours) versions available. Add suffix M3
■Dimming versions available.
■Add suffix 1-10, DSI, DA or SD as required
■Mounting kit for installation in plasterboard ceilings available.
■Supplied as standard with white end-caps. If required chrome finish end-caps can be ordered as additional items.

Prismatic controllers are available. The fitting should be ordered excluding louvre (…/EL) and the required controller should then be ordered as a separate item. Controllers are comprised of a prismatic panel surrounded by a steel frame which clips into place for easy installation and maintenance.
TP(a) rated controllers are made from PETG and are suitable for use in all applications. TP(b) controllers are made from styrene and can only be used in certain situations. Please see page 131 for more details.
Spare louvres are available as listed.

สอบถามรายละเอียดสินค้า หรือ สั่งซื้อสินค้า nvc ,litex ,luso, meek, kl, sb หรือ อื่น ๆ ในราคาส่ง
E-mail: home_chon_2009@hotmail.com
TEL. 081-996-9040

โคมไฟ หลอดไฟ ชลบุรี

Author: piledriver  //  Category: โคมไฟ-อุปกรณ์ไฟฟ้า

untitledbmp

โคมดาวน์ไลท์ ติดลอย

จากภาพเป็นโคมดาวน์ไลท์ ติดลอย ขั้ว E27 ใส่หลอดประหยัดไฟ โคมสีขาว และโคมสีดำ

จะมีขนาดเส้นผ่าศูน์กลางตั้งแต่ 4″ , 5″ , 6″ และ 8″ ให้เลือกตามความต้องการของลูกค้า

สอบถามข้อมูลได้ 081-9969040

ราคาประเมินที่ดิน

Author: piledriver  //  Category: ข่าวสารที่น่าสนใจ

ในปัจจุบันนี้ หากต้องการทราบ ราคาประเมินที่ดิน ไม่ว่าที่ดินแปลงนั้นจะตั้งอยู่ตำแหน่งใด ท่านก็สามารถตรวจสอบราคาประเมินที่ดินของแปลงนั้น ๆ ได้กับ เว็บไซต์ของกรมธนารักษ์ ได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว เพียงคลิกเข้าไปเว็บไซต์ของกรมธนารักษ์ตามข้างล่างนี้

http://landprice.treasury.go.th/zonecondition_1.php

วิธึการค้นหาราคาประเมินจากเลขที่โฉนด

- เลือก จังหวัด *

- ป้อน เลขที่โฉนด *

กดที่ปุ่ม ค้นหา เพื่อแสดงข้อมูลตามเงื่อนไข

- เลือกเขตเพื่อ แสดงเฉพาะจังหวัดภายในเขต

- จังหวัดแสดงเฉพาะที่มีข้อมูล

- สามารถป้อนข้อมูลหน้าสำรวจรวมกับเลขที่โฉนดเพื่อการค้นหาข้อมูล

ท่านสามารถ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่

E.mail : pvb@treasury.go.th

TEL : 02-1422465 - 67

สถานที่ : ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคาม 2550

อาคาร B ชั้น 6 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

ก่อสร้าง ถมดิน ปรับพื้นที่ดิน

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized, ความรู้ทั่วไป

ภาพ ยู-ด้า ปั้นจั่น : ภาพด้านล่างเป็นการดำเนินงานปรับถมพื้นที่ดินให้มีความพร้อม ก่อนตอกเสาเข็ม

ภาพ ยู-ด้า ปั้นจั่น ปรับพื้นที่เพื่อทำการตอกเสาเข็ม

ภาพ ยู-ด้า ปั้นจั่น การปรับพื้นที่ก่อนตอกเสาเข็ม

ภาพยู-ด้าปั้นจั่น  การปรับพื้นที่การทำการตอกเสาเข็ม

ก่อนการก่อสร้างบ้านจะต้องมีการปรับที่ดินให้มีความเหมาะสม โดยการถมและขุด หรือบางทีอาจจะใช้ทั้ง การถมและการขุดไปด้วยกัน เช่น การขุดเพื่อทำสระน้ำ, สระว่ายน้ำ, แล้วนำที่ดินที่เหลือ จากการขุดไปถม ในส่วนที่จะทำ การก่อสร้างบ้าน ให้สูงขึ้นเป็นเนิน เป็นต้น

การถมดิน

การถมดินในหน้าฝนนั้นเป็นงานอย่างหนึ่งที่ฝนพอจะมีประโยชน์ในงานการก่อสร้าง หรือจะให้ดียิ่งไปกว่านั้น ก็ควรจะเป็นช่วงก่อน หน้าฝนซักหน่อย ฝนที่ตกลงมาจะช่วยทำให้ดินที่ถมลงไปนั้นอัดแน่นขึ้น ในส่วนของการถมดินเองแบ่งได้เป็น 2 ประเภท

1. การถมแบบอัด คือการถมดินไปทีละชั้น มีความหนาชั้นละประมาณ ๒๐ - ๕๐ ซม. ขึ้นอยู่กับลักษณะดิน และการกำหนด ของผู้ออกแบบ แล้วก็บดอัดให้แน่นทีละชั้น หมดไปชั้นหนึ่งค่อยถมดินต่อ แล้วก็บดอัดอีก ทำแบบนี้จนกว่า จะได้ระดับตามที่เรา ต้องการ การถมแบบนี้จะได้ดินที่อัดแน่นดี มีการทรุดตัวน้อย

2. การถมแบบไม่อัด คือถมให้เต็มไปหมดทั้งพื้นที่ในคราวเดียว แล้วก็ค่อยบดอัดเฉพาะด้านหน้าผิวดิน การถมลักษณะนี้ ใช้ในการ ถมดินที่ไม่ต้องการความสูงมากนัก เพราะถ้าเป็นการถมค่อนข้างลึกเกินกว่า ๑.๐๐ เมตร การถมแบบไม่อัดนี้ มักจะมีปัญหา การทรุดตัว เป็นหลุมเป็นบ่อให้เห็นทีหลังได้ แต่ในการก่อสร้างบ้านนั้น โดยทั่วไปเกือบจะทั้งหมด ของโครงสร้างบ้าน จะถ่ายน้ำหนัก บน ฐานราก มีเสาเข็มเป็นส่วนรับน้ำหนัก และถ่ายน้ำหนักลงชั้นดิน ซึ่งสามารถ ตอกเข็มลึกลงไปจาก ชั้นผิวดินเดิมได้ จึงไม่เกี่ยวข้องกับ ระยะเวลา ที่เราถมดินใหม่ หรือต้องรอให้ดินทรุดตัว อัดแน่นเสียก่อน เว้นแต่เป็นโครงสร้างแบบบ้านแผ่ หรือในส่วนของอาคารที่ถูก ออกแบบ ให้วาง และถ่ายน้ำหนัก โดยตรงลงบนพื้น (Slab on Ground) เช่นโรงรถหรือถนน, ทางเท้า ซึ่งจำเป็นต้องมีการบดอัดดินที่ถม ให้แน่น จนแน่ใจว่า ไม่มีการทรุดตัวเสียก่อน จึงจะลงมือก่อสร้าง และถ้ารักจะปลูกต้นไม้ใหญ่ๆ ที่มีรากชอนไชลงไปลึก ๆ ก็ต้องพยายาม ถมดินมากกว่าถมทรายขี้เป็ด อาจถมยากหน่อย ทรุดตัวมากหน่อย ถ้ามีเวลารอก็จะคุ้ม แต่ถ้าไม่ต้องการปลูกต้นไม้ใหญ่ ๆ อาจจะเลือกถมดินในส่วนผิวหน้าก็พอ ในส่วนของดินที่ต้องการ ปลูกต้นไม้ นั้นถ้าเป็นไปได้ควร เลือกใช้ดินที่มีสีออกคล้ำ ๆ ที่เรียกว่า หน้าดิน เพราะเป็นดินที่มีฮิวมัสและบรรดาแร่ธาตุต่าง ๆ เหมาะสำหรับ การปลูกพืชต่าง ๆ คิดจะถมดินแล้ว มีปัจจัยอะไรที่ต้องคำนึงกัน บ้างในการถมดินนั้น สถานที่ที่ต่างกัน ลักษณะของการถมดินที่ต่างกัน ราคาค่าถมดินนั้นก็ย่อมจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับ ปัจจัยหลายอย่าง เพราะฉะนั้น ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจถมดิน นอกจากท่านจำเป็นต้องคำนึงถึง งบประมาณของท่าน แล้วควรพิจารณา ปัจจัยอื่น ๆ ไปพร้อม ๆ กันด้วยดังนี้

1. ชนิดของดิน

1.1 หน้าดิน ชั้น A-horizon : zone of leaching โดยทั่วไปแล้วหน้าดินตั้งแต่ระดับความลึก 0-0.50 ม. บางที่ก็ถึง1.00 ม. มักจะมีราคาแพงที่สุด เนื่องจากเป็นดินที่อุดมสมบูรณ์จะมีสีดำคล้ำๆ เหมาะสำหรับการปลูกต้นไม้
1.2 ชั้น B-horizon : zone of accumulation ชั้นดินลึกกว่าชั้น A ลงไป ดินออกสีน้ำตาลๆ มีทรายปน ราคาจะถูกลง เพราะแร่ธาตุในดินจะน้อย ถมที่ดีแต่ไม่เหมาะจะปลูกต้นไม้
1.3 ชั้น C-horizon : partially decomposed parent material ชั้นลึกลงไปมากๆ จนดินออกเป็นสีขาวๆ จะปลูกอะไรไม่ขึ้นเลย แต่นำมาใช้ถมได้ดีเพราะราคาถูกที่สุด
เพราะฉะนั้นในการเลือกดินที่จะถม จึงต้องพิจารณาด้วยว่า ท่านมีความประสงค์ที่จะนำดินไปใช้ประโยชน์อย่างไร และงบประมาณที่มีมากหรือน้อยเท่าใด

2. ลักษณะการถมดิน ถ้าใช้รถตัก-ตักดินแล้วเอามากอง ๆ ไว้ ดินจะดูเต็มเร็วแต่ดินจะไม่แน่น และจะทรุดตัวในภายหลังอย่างมากด้วย (ยิ่งถ้าเป็นงานเหมาถมดิน ควรที่จะต้องระวังเรื่องนี้ให้มาก ต้องมีคนคอยดูที่หน้างาน) ถ้าถมดินในลักษณะ ถมแล้วใช้รถบรรทุกถอยทับ ดินจะแน่นขึ้น จะได้ดินปริมาณมากและทรุดตัวในภายหลังน้อย อาจจะต้องทำการตกลงว่า จะถมอย่างเดียว หรือบดอัดด้วย ครับ

3. การขนส่งและราคาค่าขนส่ง มักจะเกี่ยวเนื่องกับระยะทาง ระหว่างบ่อดินที่เราซื้อดินมากับสถานที่ที่จะถมดิน ยิ่งไกลก็ยิ่งแพง ยิ่งในเขตตัวเมืองที่รถบรรทุกเข้าถึงได้ลำบาก อาจต้องจ่ายค่าอำนวยความสะดวกในการผ่านทางบ้าง ก็ทำให้ราคาค่าถมดิน แพงขึ้น