มือใหม่หัดสร้างบ้าน “สร้างบ้าน สักหลัง ใครว่าง่าย”

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

dsc05122

ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ผูกอู่ตามใจผู้นอน
นัยว่า สุภาษิตคำพังเพยนี้ ยังคงใช้ได้ อยู่ทุกยุคสมัย ถ้าไม่เคยได้อยู่บ้าน ที่ถูกใจเรา มันก็เหมือนยังหา “บ้าน” ของเราไม่เจอ กับการที่จะมีบ้านของตัวเองสักหลัง มีหลายเรื่องทีเดียว ที่เราสมควรต้องพิจารณา
1. แบบบ้าน บ้านมีหลายแบบ หลายสไตล์ เจ้าของชอบแบบไหน ต้องเลือกให้ได้เสียก่อน ถ้า ยังเลือกแบบไม่ได้ เรื่องอื่นเป็นอันไม่ต้องพูดถึง ในส่วนนี้ คุณอาจจะต้องเกี่ยวข้องกับ วิศวกร และ สถาปนิก ในการออกแบบ
2. คนสร้างบ้าน ถ้าคุณเป็นช่าง ข้อนี้ก็ผ่านไป แต่ถ้าใครไม่ได้เป็นช่าง ข้อนี้นับว่าสำคัญทีเดียว เราจะพบเห็นหลายกรณีทีเดียว ที่เจ้าของบ้านทะเลาะกับช่างรับเหมา ถ้าได้ช่างดี นับว่า เป็นบุญ แสดงว่าชาติก่อน ทำบุญมาดี แต่ได้ช่างที่แย่ ก็ทำให้ปวดหัวได้เหมือนกัน เพราะบางบ้าน กว่าบ้านจะเสร็จ ต้องเปลี่ยนช่างไปเป็นโหล
3. ผ่านจากสองข้อด้านบน ก็จะเป็นการ ติดต่อกับหน่วยงานราชการ ที่เราต้องยื่นแบบเพื่อน ขออนุญาต สร้างบ้าน เมื่อได้รับการอนุญาตแล้ว ก็ลงมือได้
4. เริ่ม งานฐานราก โดยปกติแล้วส่วนนี้จะทำก่อน โดยมี งานเสาเข็ม เป็นพระเอก โดยถ้าให้ลึกลงไปอีก เราก็จะแยกเสาเข็มได้เป็น 2 ชนิดคือ
4.1 เสาเข็มเจาะ
4.2 เสาเข็มตอก
โดยเราสามารถดูจากแบบบ้านของเรา ในข้อ 1 ว่า บ้านเราใช้แบบไหน สำหรับหน้าที่ของ เสาเข็ม คือ เป็นตัวกลาง การรับถ่ายน้ำหนัก จากโครงสร้างลงสู่ฐานราก โดยที่ต้องใช้การคำนวณโดยวิศวกร ว่า จะต้องใช้เสาเข็ม แบบไหน และการกระจายน้ำหนัก จะเป็นเช่นไร ในขั้นตอน การตอกเสาเข็มนี้ เราจะเห็นช่าง ทำงานกันหลายอย่างมาก โดยทั่วไปแล้ว จะมีลำดับในการทำงานคือ
dsc03530

1.วางหมุดเสาเข็ม ขั้นตอนนี้ ทำเพื่อ หาตำแหน่งของการตอก ซึ่งเราต้องทำการวางผังของอาคาร หรือ สิ่งก่อสร้างก่อนเป็นอันดับแรก เราจะเห็นช่าง ตอกไม้ วางผัง ตอกเฟรมกันวุ่นไปหมด ในตอนนี้

2.ตอก-เจาะ เสาเข็ม เมื่อหาตำแหน่ง ได้ตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว เราจะเห็นการทำงานของเครื่องตอกเสาเข็ม เช่น ปั้นจั่น รถตอกเสาเข็ม ช่วงนี้ อาจมีการสั่นสะเทือนไปยังบ้านข้าง ๆ ได้ บางราย บ้านข้างๆ ร้าว หรือ ทรุด ก็ต้องตามไปชดใช้ บางที ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลก็มี นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ไม่ดีเสียเลย ที่สร้างศัตรูตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าอยู่เสียแล้ว

3.ทดสอบการชำรุด ขั้นตอนนี้ หากคิดว่า ไม่จำเป็น ก็ให้ผ่านเลยไป แต่ถ้าไม่มั่นใจว่า บ้านที่เราต้องอยู่ไปตราบชั่วลูกชั่วหลาน จะอยู่ได้นานหรือไม่ ควรทดสอบว่า เสาเข็ม ที่ตอกลงไป มีการชำรุดหรือไม่ ทั้งนี้ต้องใช้ผู้ชำนาญเฉพาะด้าน มาทำการตรวจสอบ ซึ่งก็มีค่าใช้จ่าย

ยังไม่จบแค่นี้ แต่เวลามีจำกัด โปรดติดตามต่อตอนที่สอง

ความรู้ เรื่องเสาเข็ม กับการตอกเสาเข็ม

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

dsc05145

dsc04929

ภาพจาก การดำเนินงานของ ทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

ความรู้เรื่องเสาเข็มกับการตอกเสาเข็ม นี้ คนส่วนใหญ่สนใจมากเพราะยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ที่ถูกต้อง ยู-ด้า ปั่นจั่น จึงนำเกร็ดความรู้นี้มาเสนอให้ลองศึกษาดู ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะให้ประโยชน์กับผู้ที่สนใจไม่มากก็น้อย

เสาเข็มอัดแรงเสริมคอนกรีต เป็นเสาเข็มที่มีความแข็งแรง และเป็นที่นิยมอย่างมากในการใช้มาเป็นเสาเข็มเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับสิ่งปลูกสร้างอาทิ บ้าน อาคาร และโครงสร้าง ที่มีขนาดใหญ่
เสาเข็มที่ดีนั้น เบื้องต้น เราจะรู้ได้อย่างไร
เสาเข็มที่ดีนั้นต้องมีสภาพที่ดีไม่มีร่องรอยการร้าว แตก หักหรือชำรุด ทางที่ดีเราควรใช้เสาเข็มที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ( ส ม อ. ) โดยมี เครื่องหมายรับรองมาตร ฐานอุตสาหกรรม ( ม อ ก. ) และสังเกต วัน / เดือน / ปี ที่ทำการผลิตว่าผลิตเมื่อไร อายุของเสาเข็มได้หรือยัง ถ้าเป็นไปได้เสาเข็มที่ใช้ควรจะมีอายุการผลิตประมาณ 30 วัน เพราะหากเสาเข็มที่เพิ่งผลิตออกมาใหม่นั้น คอนกรีต ที่ใช้ทำเสาเข็มยังบ่มตัวไม่เข้าที่ ความแข็งแกร่งยังไม่ได้ ก็อาจจะทำให้เกิดการชำรุดหรือแตกหักระหว่างขนส่ง หรือระหว่างการตอกเสาได้ บางกรณี หากมีความจำเป็นต้องนำเสาเข็มมาเชื่อมต่อกัน เสาเข็มที่เรานำมาเชื่อมต่อกันจะต้องมีขนาดของพื้นที่หน้าตัดเหมือนกัน ในการตอกคือ ต้องตอกเสาท่อนแรกลงไปใน ดินจนเกือบมิดก่อนแล้วใช้ปั้นจั่นดึงเสาท่อนที่สองขึ้นมาจรดกับเสาท่อนแรกในแนวตรง แล้วทำการ เชื่อมเหล็กที่ขอบเสาตรงรอยต่อให้ติดกัน การเชื่อมจะต้องเชื่อมอย่างดี เชื่อม โดยรอบให้เสาทั้ง 2 ท่อนต่อกันอย่างสนิทและเป็นแนวเส้นตรง จากนั้นจึงใช้ปั้นจั่นตอกลงไปต่อ
การตอกเสาเข็มให้ลึกถึงระดับนั้น เราจะรู้ได้อย่างไร การจะดูว่าการตอกเสาเข็มได้ลึกถึงระดับแล้ว เราก็ต้องดูว่าการตอกเสาเข็มในแต่ละจุดเสร็จสิ้นเรียบร้อยได้ผลตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่นั้น มิใช่ดูแต่เพียงว่าเสาเข็มตอกจมมิดลงไปในดินเท่านั้น แต่จะต้องดู จำนวนครั้งในการตอกเสาเข็ม ( blow count ) ว่าเสาเข็มแต่ละต้นใช้ จำนวนครั้งในการตอกเท่าใดจนเสาเข็มจะจม ถ้าจำนวนครั้งในการตอกน้อยเกินไป คือสามารถตอกลงไปได้ง่าย แสดงว่าความแน่นของดิน ที่จุดนั้นที่จะใช้ในการรับน้ำหนักยัง ไม่เพียงพอ อาจจะต้องมีการต่อเสาเข็มและตอกเพิ่มลงไปอีกจนกว่าจำนวนครั้งในการตอกจะ เป็นไปตามที่กำหนด ในทางตรงกันข้าม ถ้าจำนวนครั้งในการตอกมากเพียงพอแล้วแม้ว่าเสาเข็มที่ตอกนั้น จะยังจมไม่ มิดก็อาจแสดงว่าความแน่นของดินที่จุดนั้นที่จะใช้ในการรับน้ำหนักเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นจะตอกต่อลงไปอีก เพราะการฝืนตอกต่อไปอาจทำให้เสาเข็มแตกหักหรือชำรุดได้ ส่วนจำนวนครั้งในการตอกเสาเข็ม แต่ละต้นควรจะเป็นเท่าใดนั้นวิศวกรจะเป็นผู้กำหนด ทั้งนี้ยังต้องคำนึงถึงชนิด ขนาด และอื่นๆ ของเสาเข็มเป็นสำคัญ

การถมที่ดิน อีกปัจจัยหนึ่งก่อนปลูกสิ่งก่อสร้าง

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

dsc04928

ภาพ การดำเนินงาน ของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

dsc04930

ภาพ การดำเนินงาน ของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

ถมดินก่อนปลูกสิ่งก่อสร้าง ต้องถมให้ดินมีความแน่นแข็ง และมีความสูงในระดับที่เหมาะสมนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาทิ

1. พื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ราบลุ่ม ดินมีอ่อนตัวมากน้อยเพียงไร เคยเกิดปัญหาน้ำท่วมบ้างหรือไม่ และระดับความท่วมสูงแค่ไหน
2. ระดับความสูงของท่อระบายน้ำสาธารณะในพื้นที่นั้น ซึ่งเราต้องถมดินให้มีความสูงกว่าความสูงของท่อระบายน้ำ เพื่อจะได้ไม่
ประสบปัญหาการระบายน้ำในภายหลัง
3. ระดับความสูง ของถนน ของพื้นที่นั้น และพื้นที่บริเวณที่ใกล้เคียง ซึ่งหากเราถมให้สูงกว่าถนนไว้ก็จะดี

ถมดินไม่ให้เกิดการทรุดตัว เช่น
1. มีการปรับพื้นที่ที่ถมดิน ให้มีความพร้อมในการถม เช่น หากพื้นที่มีน้ำท่วมขัง ต้องระบายน้ำออก และทำให้พื้นที่นั้นแห้ง
2. จัดเก็บขยะ กิ่งไม้ใบไม้ หรือเศษวัสดุต่าง ๆ ออกให้หมด
3. ชนิดของดินที่ถม ที่นิยมกัน คือ ดินลูกรัง ทำไมจึงต้องใช้ลูกรัง ถมดินในการปลูกสร้าง ก็เพราะดินลูกรังบดอัดได้ดี และเมื่อ
มีการบดอัดแล้วจะแน่นแข็ง
4. ระหว่างถมดิน ต้องมีการบดอัดดินให้แน่น เพื่อป้องกันการยุบตัวของดิน

ก่อนเริ่มทำการถม ควรมีการทำระดับอ้างอิงไว้เพื่อตรวจสอบ เช่นการพ่นสี ตอกตะปูกำหนดระดับไว้ตามเสาไฟฟ้า หรือสิ่งก่อสร้างข้างเคียงที่มีลักษณะถาวร ไม่เคลื่อนย้าย เมื่อผู้รับเหมาจะส่งมอบงานจะได้ทำการตรวจสอบได้ครับ

นอกจากนั้น ราคาดินยังขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัยเช่น
1. ระยะทาง (จากบ่อดิน ถึง สถานที่ถมดิน)
2. ชนิดของดินทีนำมาถม ซึ่งจะมีราคา และคุณภาพ และลักษณะการใช้งานแตกต่างกันไป
3. ลักษณะการถมดิน (ขึ้นอยู่ข้อตกลงกัน) เช่น อาจถมอย่างเดียว หรือถมด้วยบดดินไปด้วย เป็นต้น
4. ขนส่ง ใช้รถบรรทุกเป็นส่วนมาก ความกว้างของกะบะรถ10 ล้อ ก็ประมาณ 2.5 x 6 ม. ส่วนความสูง-ส่วนมากจะนับกันเป็น”ไม้”
เช่น ไม้ 1 , ไม้ 2 “ไม้” คือ ไม้ที่เป็นซี่วางตามนอนด้านข้างกะบะ นับจากล่างขึ้นบน รถแต่ละคันจะไม่เท่ากัน
ถ้าคิดปริมาตร 2.5 x 6 x สูงซัก1.2 ม. จะได้ 18 ลบ.ม. ส่วนใหญ่ ดินจะคิดค่าความโปร่งที่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์

มาเลือก เสาเข็ม และสิ่งที่ควรรู้ ในการตอกเสาเข็ม กันดีกว่า

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป
ภาพงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

ภาพงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

ก่อนตอก
1.เช็ควันที่ผลิต (ถ้ามี)
2.ตรวจดูตรา มอก.
3.ให้ดูว่า มีเข็มหักระหว่างการขนส่ง ขนย้ายหรือไม่

หลังตอก
1.ตัดปลายเสาเข็มให้ได้ระดับเดียวกันก่อน ระยะที่แนะนำ ควรประมาณ 15-20 cm. จากการเทคอนกรีต ข้อ 2
2.เทคอนกรีต 5 cm. รองพื้นก้นหลุม ซึ่งปรับระดับด้วยทรายหยาบก่อน
3.ถ้ามีเหล็กเสริม อย่าให้ชิดกับแบบหล่อคอนกรีตเกินไป เพราะ ความชื้นอาจทำให้เกิดสนิมได้ ระยะที่แนะนำ คือ 5 cm.

การตรวจรับงาน ก่อสร้างบ้าน ตอนที่4

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

งานฝ้าเพดาน

มีทั้งโครงเคร่าไม้ อลูมิเนียม เหล็กอาบสังกะสี ไม่ว่าจะเป็นชนิดไหน
โครงเคร่าจะต้อง

วางให้ได้ระดับตัวที่ และมีจุดที่ต้องตรวจเช็คคือ

- กรณีไม้ระแนงต้องมีตาข่ายกันแมลง

- ร่องระหว่างแผ่นต้องมีความสม่ำเสมอ

- ฝ้า T-BAR และฝ้ายิบซั่ม ให้ตรวจสอบความหนาและลวดยึดโครง

- การยึดโยงไปยังหลังคา
ต้องไม่ยืดตัวเมื่อรับน้ำหนักซึ่งจะทำให้ฝ้าตกท้องช้างหรือโก่งได้

- รอยต่อของวัสดุที่ใช้ทำฝ้าต้องแนบสนิทเป็นแนวตรง

- ในกรณีที่เป็นยิปซั่มบอร์ดตรงรอยต่อต้องฉาบด้วยผ้าเทปแล้วขัดให้เรียบเสมอ

- หากมีไม้มอบฝ้า การต่อไม้ตรงมุมต้องต่อโดยตัดมุม 45 องศา

งานฟื้นและวัสดุพื้นผิว

พื้นเป็นสิ่งรองรับน้ำหนักต่าง ๆ ภายในตัวอาคารเช่น เฟอร์นิเจอร์
ส่วนวัสดุพื้นผิวเป็น

ส่วนที่ต้องใช้งานเป็นประจำจึงควรใส่ใจ ที่สำคัญคือระดับ
วัสดุฟื้นจะเป็นประเภทใดนั้นเลือกได้อยู่ที่ความต้องการแต่ระดับของการปูพื้นเลือกไม่ได้ต้องใช้ฝีมือ

- พื้นสำเร็จรูปต้องไม่แตกไม่หัก ได้ขนาดตามแบบ

- พื้นชั้นล่างต้องทำกันซึมตลอดทั้งพื้น

- ตรวจช่องระบายอากาศพื้นชั้นล่างเพื่อป้องกันปัญหาความชื้น

- ตรวจการปูพื้นให้แนบสนิท

- เช็คระบบกันซึมก่อนปูวัสดุพื้นผิว

- ตรวจสอบวัสดุพื้นผิวให้ตรงตามแบบ

- ตรวจสอบพื้นผิวคอนกรีตก่อนปูวัสดุพื้นผิว

- เช็คความเรียบร้อยหลังจากปูวัสดุพื้นผิว

- ตรวจสอบการชำรุดระหว่างการทำงานปูพื้นของวัสดุพื้นผิว

งานติดตั้งวงกบ และบานประตู หน้าต่าง

งานติดตั้งวงกบ และบานประตู หน้าต่าง ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นงานไม้ มีน้อยมากที่ใช้วง

กบเป็นโลหะ ฉะนั้นเนื้อไม้เป็นสิ่งสำคัญ จุดที่ต้องดูคือ

- ตรวจสอบชนิด รอยแยก ตาไม้ ของไม้วงกบ

- เช็คการติดตั้ง วงกบ ว่าได้แนวดิ่ง ได้มุมฉากหรือไม่

- เช็คระดับยึดติดแน่นกับเสาทับหลังและคานเอ็น

- ตรวจการตีตะปูรอบวงกบ

- ตรวจสอบชนิด รอยแยกไม้ ตาไม้ ของกรอบบานประตูและหน้าต่าง

- ตรวจสอบความหนาและร่องกระจกของบานกรอบ

- การติดบานประตู หน้าต่าง ต้องเลื่อนหรือปิด เปิดได้คล่องไม่ติดขัด

- การไสแต่งขอบประตู หน้าต่างให้เข้ากับวงกบ

- จะต้องเผื่อความหนาของสีที่จะทาไว้ด้วย สำหรับประตูไม้อัด

- ต้องตรวจสอบก่อนติดตั้งว่าบนไหนใช้แบบกันน้ำหรือไม่

งานกระจก

กระจกเป็นงานส่วนประกอบ ให้ทั้งความสวยงามและประโยชน์ใช้สอย มีหลายแหล่งที่

ผลิตกระจกสู่ท้องตลาด จึงควรเช็คในเรื่องของคุณภาพ

- ตรวจคุณภาพ ความหนา

การตรวจรับงาน ก่อสร้าง -3

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

สำหรับ 2 ตอนที่ผ่านมา หวังว่า เจ้าของบ้านหลาย ๆ ท่านคงได้นำไปใช้กันแล้วบ้าง มาตอนนี้ ก็ต่อกันไปเลยสำหรับการตรวจรับงาน ก่อสร้าง ในส่วนอื่น

งานมุงหลังคา

ส่วนสำคัญของงานหลังคา ก็คือ ครอบชนิดต่าง ๆ ตามแบบที่กำหนดเอาไว้ และ การปฎิบัติตามวิธีที่ถูกต้องในการ ติดตั้งส่วนหลังคา ที่กำหนดมาจาก ผู้ผลิต งานหลังคาบางชนิด ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการติดตั้ง การทำทับหลัง จะต้องมีความถูกต้อง ได้ตรงตามแบบ ส่วนลาดส่วนชัน นับเป็นส่วนสำคัญในงานหลังคา บางที น้ำฝน ที่จะต้อง ระบาย อาจท่วมเอ่อ และซึม เข้าไปในตัวบ้าน ตามจุดที่ ติดตั้งไม่ดี นับว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย ในการตามแก้งาน

งานเสา
แกนหลักสำคัญที่จะค้ำยันบ้านเอาไว้ก็คือเสา เสาที่ใช้ จะต้องไม่มีรูพรุนภายใน ดังนั้น การตรวจงานจะต้องทำและหมั่นสังเกต ตั้งแต่ การหล่อเสา และการบ่มคอนกรีตให้ถูกขั้นตอน ตลอดจน จะต้อง ตรวจเรื่อง แนวดิ่ง ของเสา ที่เป็นส่วนสำคัญที่สุดด้วย

งานก่ออิฐ

งานก่ออิฐจะทำได้ โดยทั่วไปแล้ว ใช้ อิฐบล็อค หรือ อิฐมอญ (อิฐแดง) ตามแบบที่กำหนดไว้ ในการรับน้ำหนักของส่วนนั้น ๆ แต่ในสมัยใหม่ อาจจะมีการใช้ อิฐมวลเบา เข้ามาในส่วนนี้ด้วย ทำให้การก่อนั้น ไม่ได้อยู่ที่ แค่อิฐสองชนิดนี้เท่านั้น ในการก่ออิฐ สิ่งสำคัญที่ไม่ควรขาดคือการบ่มอิฐเสียก่อนการก่อ หากเราไม่บ่ม ระหว่างก่อ น้ำของปูนอาจจะถูกอิฐดูดไปจนเสียอัตราส่วน ทำให้การยึดเกาะกันไม่ดีเท่าที่ควร และในส่วนที่มีการ ก่อประสานกับโครงสร้างอื่น จะต้องใช้เหล็กช่วยในการประสานด้วย โดยปกติแล้ว การเริ่มก่ออิฐที่ถูกต้อง ควรเริ่มจากมุมเสาก่อนเสมอ (ใช้เสาเป็นจุดยึด) และเวลาในการ set ตัว ของผนังที่ก่อนั้น ควรทิ้งไว้อย่างน้อย 24 ชม. จากนั้นจึงเริ่มดำเนินการก่อ ในขั้นต่อไป
นั่นก็คือ จับเซี้ยม จับฉากและจับปุ่ม

งานฉาบปูน

ช่างสมัยใหม่ มักนิยมผสมน้ำยาเคมี ช่วยในการประสานกันของปูน ป้องกันการแตกร้าว แต่ นั่นไม่ได้เป็นส่วนสำคัญเท่าไหร่ เมื่อเราได้ปฏิบัติตามหลักดังนี้
ส่วนผสม ที่สำคัญ
1. ปูนชนิดฉาบ
2. ทรายที่ละเอียดได้ขนาด
3. ฟองน้ำที่ใช้ จะต้องมีความหมาดที่เหมาะสม ไม่เป็นการดึงน้ำออกจากเนื้อปูน
ขั้นตอนที่ ถูกต้อง
ในการฉาบ จะต้องตรวจงานจับเซี้ยมก่อนเสมอ ว่าได้ระยะ และระดับ ในทุก ๆ แนว ตลอดจน การฉาบนั้น จะต้องฉาบด้วยความหนา ที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป และสุดท้าย จะต้องรดน้ำผิวหน้าทุก ๆ วัน สองสามวัน เพื่อป้องกันการแตกลายงา หาก เกิดการร้าว หรือการแตกลายงา อาจจะแก้ไข้โดยช่างสี ในการทาสีภายหลัง ไม่ใช่เรื่องสำคัญนัก

การตรวจรับงาน ตอนที่ 2

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

จุดต่าง ๆ ในการตรวจรับงาน (ต่อ)

งานเหล็ก
เมือเปรียบบ้านเป็นร่างกาย เหล็กก็เสมือนกระดูกที่เป็นหลักในร่างกาย ให้คงอยู่ได้ หากกระดูกผุ หรือ กร่อน ในเนื้อใน ก็ทำให้ร่างกายทรุด เหมือน บ้าน ที่รอวันพังจากภายในโครงสร้าง โดยงานเหล็กจะมีจุดที่ควรตรวจสอบคือ

- เหล็กเส้นหลัก ตรวจดูความใหม่ และ มาตรฐาน มอก. ส่วนใหญ่ มักเป็นเหล็กข้ออ้อย
- ไม่ควรใช้เหล็กที่เป็นสนิม หากต้องการคุณภาพที่ดี
- ใช้เหล็กที่ได้มาตรฐานตามน้ำหนัก ตาม มอก.
เป็นการตรวจสอบแบบง่าย ๆ ที่เจ้าของบ้านสามารถดูด้วยตาเปล่าได้

งานคอนกรีต

ส่วนประกอบ ทราย หิน ปูนซีเมนต์ และน้ำที่รวมกันเป็นคอนกรีต ซึ่งใช้เป็นส่วนหลักของตัวบ้าน ถ้าไม่แข็งแรง ทำให้บ้านอาจพังได้ เหมือนมนุษยที่มีกล้ามเนื้ออ่อนแอ เป็นคนผอมแห้งแรงน้อย สารอาหาร ที่ควรจะเสริม ก็เปรียบได้กับ ส่วนประสมที่ควรจะต้องตรวจเช็ค คือ
1. ทราย - ตามหลักแล้ว ทรายที่ใช้ผสมเป็นคอนกรีตนั้นจะใช้ ทราบหยาบขนาด 3 มม. สะอาดและไม่มีวัสดุอื่นเจือปน ดังนั้น หากใช้ช่างที่มีความเป็นมาตรฐาน จะต้องมีตะแกรงร่อนทราย ก่อนนำไปใช้ด้วย
2. ปูนซีเมนต์ โดยปกติ ในงานก่อนสร้าง อาจแบ่งได้ หลัก ๆ 2 ประเภท แต่ สมัยนี้ อาจจะมีปูนซีเมนต์ที่ผสมสารต่าง ๆ เพื่อใช้ในการก่อสร้างเฉพาะด้าน แต่ โดยหลักแล้ว จะต้องมี
2.1 ปูนก่อ ที่ช่างชอบเรียก เป็นปูนที่ใช้ในการก่อโครงสร้างที่ต้องการกำลังอัดสูง
2.2 ปูนฉาบ ปูนชนิดนี้ใช้ในงานฉาบเป็นหลัก และอาจใช้ในงานก่ออิฐทีไม่ต้องการกำลังอัดสูงได้
ในแต่ละยี่ห้อ แต่ละบริษัทปูนซิเมนต์ จะต้องมี ผลิตภัณฑ์สองชนิดหลักนี้เป็นสำคัญ ซึ่งก็จะใช้ตรายี่ห้อ ต่างกันไป อาจจะถามช่างได้ ว่า ปูนตรานี้ ยี่ห้อนี้ เป็นปูนชนิดใด
3. หิน โดยทั่วไปแล้ว หิน จะมีหลายขนาด ขึ้นอยู่กับ ความต้องการของโครงสร้างนั้น ๆ จะเป็นตัวกำหนดขนาดหิน ในส่วนผสม อาจจะเป็น หิน2 หิน3
4. น้ำ เป็นน้ำสะอาด และไม่ใช่น้ำกร่อย

งานไม้
1. ในงานก่อนสร้างโดยทั่วไป จะต้องมี ไม้แบบ เพื่อใช้ในการหล่อแบบ ส่วนต่าง ๆ ซึ่ง หากคด ไม่ตรง ไม่ได้เหลี่ยมมุม แบบที่แกะออกมาจะไม่สวย รูปทรงไม่สวยงาม และ ไม่ควรใช้ไม้แบบเก่า เพราะเมื่อแกะแบบแล้วแบบจะแตก ซึ่งช่างส่วนใหญ่ จะใช้ไม้แบบเดิม ทั้งนั้น ในจุดนี้ หากใช้ของใหม่ได้ ก็จะดีมาก
2. ไม้แบบต้องห่างจากเหล็กข้างละประมาณ 2 ซม.
3. ไม้โครงสร้างต่าง ๆ เห็นได้ จับต้องได้ ไม่ได้อยู่ภายในนั้น เช่น ไม้เชิงชาย หรือ ระแนงฝ้าชายคา ควรจะไสและเก็บผิวเสี้ยนไม้ให้เรียบร้อย
4. ในข้อตกลงมีการกำหนดเนื้อไม้หรือไม่ ว่าใช้ไม้ชนิดใด ควรตรวจว่าใช้เนื้อไม้ตามนั้นหรือไม่

งานหลังคา
ส่วนหลักของบ้านที่ต้องเผชิญทั้ง ความร้อนจากแสงอาทิตย์ ลมที่รุนแรงในฤดูหนาว หรือ พายุฝนหรือลูกเห็บในบางกรณี หากก่อสร้างไม่ถูกวิธีอาจจะต้องรื้อมาทำใหม่ ให้วุ่นวาย ในภายหลัง จุดที่ควรพิจารณาคือ โครงหลังคา และ มุมหลังคา
1. โครงหลังคาเหล็ก ต้องดู ขนาด ความหนา ของเหล็กให้ตรงตามแบบ เพื่อรองรับ กระเบื้อง หรือ ส่วนหลังคา ที่จะต้องติดอยู่บนโครงให้ได้ โดยเรียบร้อย ไม่ใช่ หลังคายุบ เพราะใช้เหล็กไม่ได้มาตรฐานที่กำหนดไว้ ในแบบ ถ้ามีรอยเชื่อมใด ๆ ควรเช็ครอยเชื่อมในโครงหลังคาเหล็ก จะต้องมั่นคงแข็งแรง และ เคาะให้สะอาด
2. การทาสีกันสนิม หรือ น้ำยากันปลวก ในโครงหลังคาไม้ เพื่อความคงทนแข็งแรง และตัดปัญหาเรื่องปลวกกิน
3. ระยะแป ต้องตรงตามแบบ และต้องเท่ากัน ในทุก ๆ ระยะ - ตรวจสอบคุณภาพและการวางตำแหน่งของดั้ง ตะเข้สัน ตะเข้รางให้ถูกต้อง
4. โดยปกติแล้วโครงหลังคา จะไม่มีการต่อ หากมีต้องดูจุดต่อ แต่ไม่สมควรมีจะดีที่สุด

การตรวจรับงาน ตอน1

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized

วันนี้ขอพูดเรื่องการตรวจรับงานบ้างดีกว่า เพราะเห็นว่า หลายคน
ไม่รู้ว่า ควรจะทำอย่างไรบ้าง เมื่อช่าง หรือ โครงการ ส่งมอบบ้านให้เรา
วิธีการที่ไม่ซับซ้อนนัก 

อุปกรณ์ก็มีง่าย
ๆ 

  1. ตลับเมตร หรือ สายวัด
  2. เหล็กเอาไว้เคาะ
  3. มือเรา
  4. แบบบ้าน หรือ plan บ้าน ขาดไม่ได้เลย เราต้องมี เอาไว้ตรวจ

ทีนี้เราก็สามารถทำได้ อย่างง่าย ๆ ลองมาดูกันดีกว่า
ว่ามีอะไรบ้างที่เราสามารถตรวจเช็คได้
โดยใช้หลักที่ว่าดูจากแบบที่กำหนดแล้ว ทุกอย่างไม่ควรต่างจากในแบบ ดังนั้น
ถ้า สงสัยอะไร ก็สมควรถามให้ได้รับคำตอบ
1. ตรวจงานผัง

  • ตรวจแนว และทิศทางของผังบ้าน ว่าผิดไปจากแบบไหม
  • วัดเส้นทแยงมุม ของ ทุกห้อง และของบ้านทั้งหลัง

2. งาน เสาเข็ม

เสาเข็ม เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้บ้านของเรามีหลัก หากบ้านมั่นคงเสาเข็มก็ต้องมั่นคงด้วย งานนี้หากตรวจเช็คต้องอาศัยความสังเกตสักนิด หากต้องการตรวจสอบแบบแน่นอนแม่นยำ
จะต้องใช้ผู้ชำนาญการ และเครื่องมือ สำหรับการตรวจเช็คด้วยตา อาจทำได้คือ

1 จำนวนหมุดเสาเข็มต้องเท่ากันกับในแบบ
2 ดูด้วยตาเสาเข็มไม่ควรมีรอยร้าว
ในกรณีที่เป็นเสาคอนกรีต ต้องไม่มีการร่วน หรือ ซุย ของเสา
3 ลองหมั่นสังเกตช่าง
ตอกเสาเข็ม ว่า การตอกเปนเช่นไร มีการตอกแล้วเสาเข็มหัก หรือไม่
ไม่เช่นนั้นจะเป็นปัญหาในอนาคต

3.งาน ฐานราก

จุดนี้ หากมีอะไรผิดพลาดไม่มีทางแก้ไขได้ นอกจากทุบบ้านทิ้งทั้งหลัง และ
สร้างฐานรากใหม่ ดังนั้น การตรวจเช็ค
และตรวจสอบควร ทำให้ถูกต้องและ ละเอียดถี่ถ้วน มี 2 เรื่องที่ ควรจะคำนึงถึง คือ เรื่อง ดิน และ น้ำ มาดูกันว่า
ควรตรวจสอบอย่างไร

1.ดิน

  • เนื้อดิน การพังทลาย ของดิน บางที่ ดินเหนียว บางที่ ดินร่วน
    ลักษณะของดินไม่เหมือนกัน
  • เมื่อมีการถมดิน ควรปล่อยทิ้งไว้ 3 เดือน เพื่อให้ดินยุบตัว
    และ เกาะตัวกัน
  • ระดับของการถมดิน ถ้าให้ดีควรสูงกว่าระดับน้ำที่ท่วม
    (หากมีการท่วมของน้ำ)

2.น้ำ

  • ระดับน้ำใต้ดินถ้าสูงมาก จำเป็นต้องทำจุดพักน้ำ
    แล้วสูบน้ำทิ้ง ในขั้นตอนของการเทคอนกรีต เสมอ