กฎหมายควบคุมอาคาร(สร้าง)ใหม่

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

การก่อสร้างอาคาร บ้านพักอาศัย เป็นการสร้างเพื่อแสดงถึงอาณาเขตที่เป็นสัดส่วนของบุคคล เป็นเอกสิทธิ์ที่พึงมีพึงได้ และจะต้องไม่ล่วงล้ำกรรมสิทธิ์ของผู้อื่นเช่น ที่ดินส่วนบุคคล (พื้นที่ข้างเคียง) หรือไปซ้อนทับกับที่สาธารณะของแผ่นดิน กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการก่อสร้างอาคาร บ้านพักอาศัยใหม่ ที่เราทุกคนควรศึกษาไว้ อาทิ

- อาคาร บ้านพักอาศัยสูงไม่เกิน ๘ เมตร และสร้างบนที่ดินติดถนนกว้างไม่ถึง ๖ เมตร จะต้องถอยตัวอาคารบ้านพัก ห่างจากกึ่งกลางถนน ไม่น้อยกว่า ๓ เมตร

- อาคาร บ้านพักอาศัยสูงเกินกว่า ๘ เมตร และสร้างบนที่ดินติดถนนกว้างไม่ถึง ๑๐ เมตรจะต้องถอยตัวอาคารห่างจากกึ่งกลางถนน ไม่น้อยกว่า ๖ เมตร

- อาคาร บ้านพักอาศัยสูงเกินกว่า ๘ เมตร และสร้างบนที่ดินติดถนนกว้างขนาด ๑๐-๒๐ เมตร จะต้องสร้างอาคารถอยห่างจากที่ดิน จากเขตที่ดินเป็นระยะ ๑ ใน ๑๐ เท่าของความกว้างถนน

- อาคาร บ้านพักอาศัยที่สูงเกินกว่า ๘ เมตร และสร้างบนที่ดินติดถนนกว้าง ๒๐ เมตรขึ้นไป จะต้องสร้างอาคารถอยห่างจากเขตที่ดิน เป็นระยะอย่างน้อย ๒ เมตร

- อาคาร บ้านพักอาศัยที่่สร้างใกล้แม่น้ำ คู คลอง ลำราง ที่แคบกว่า ๑๐ เมตร จะต้องถอยตัวอาคารห่างจากขอบที่ดินอย่างน้อย ๓ เมตร

- ถ้าแหล่งน้ำนั้นกว้างกว่า ๑๐ เมตร จะต้องถอยตัวอาคารห่างจากขอบที่ดินอย่างน้อย ๖ เมตร

- ถ้าเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เช่น บึง ทะเลสาบ หรือทะเล จะต้องถอยให้ตัวอาคารห่างจากขอบที่ดินอย่างน้อย ๑๒ เมตร

- หากเป็นสิ่งก่อสร้างอื่นๆ เช่น สะพาน ท่าเรือ อู่เรือ เขื่อน มีความจำเป็นต้องสร้างรั้วชิดแหล่งน้ำ ให้ยื่นขออนุญาตต่อทางราชการต่างหากจากอาคารบ้านพักอาศัย

- ไม่สร้างอาคาร บ้านพักอาศัยให้มีส่วนหน่ี่งส่วนใด ยื่นหรือรุกล้ำเข้าไปในเขตที่ดินผู้อื่น

- หากผนังด้านข้างอาคาร บ้านพักอาศัยเป็นช่องเปิดต่างๆ เช่น ประตู หน้าต่าง แนวระเบียง จะต้องถอยร่นจากขอบที่ดินเป็นระยะ ๒ เมตร สำหรับชั้นหนึ่งและชั้นสอง และถอยเป็นระยะ ๓ เมตรสำหรับชั้นสาม

- หากผนังข้างอาคาร บ้านพักอาศัยเป็นผนังทึบ และมีความสูงไม่เกิน ๑๕ เมตร ให้เว้นระยะไว้อย่างน้อย ๕๐ เซ็นติเมตร หรือถ้าต้องการสร้างผนังให้ไปจนชิดแนวขอบจริงๆ ต้องให้เพื่อนบ้านเซ็นต์ยินยอมเสียก่อน เนื่องจากเวลาก่อสร้างนั้น ช่างอาจต้องวางนั่งร้าน เพื่อทาสีฉาบปูนในเขตที่ดินของเพื่อนบ้าน (หากพื้นที่ใช้สอยรวมแล้วกว้างกว่า ๓๐๐ ตารางเมตร จะต้องเว้นระยะห่างอย่างน้อย ๑ เมตร โดยทุกกรณี)

- กรณีที่บ้านสูงเกิน ๑๕ เมตร จะต้องให้ผนังทึบ ถอยห่างจากขอบที่ดินอย่างน้อย ๕๐ เซ็นติเมตร (หากพื้นที่ใช้สอยรวมแล้วกว้างกว่า ๓๐๐ ตารางเมตร ห้ามสร้างชิดเด็ดขาด)

- ก่อสร้างอาคาร บ้านพักอาศัยบนที่ดินนั้น ตามกฏหมายกำหนดให้เปิดเป็นที่ว่างไว้ไม่น้อยกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ โดย ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อการก่อสร้างบ้านพักอาศัย (ที่ว่างหมายถึง พื้นที่อันปราศจากสิ่งปกคลุม ซึ่งอาจจัดเป็นบ่อน้ำ สระว่ายน้ำ บ่อพักน้ำเสีย ที่พักขยะมูลฝอย เป็นต้น)

โคมไฟติดเพดานสี่เหลี่ยม

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized, โคมไฟ-อุปกรณ์ไฟฟ้า

โคมไฟติดเพดาน อะคริลิก สี่เหลี่ยม

โคมไฟติดเพดาน สี่เหลี่ยม

จากภาพโคมไฟติดเพดาน สี่เหลี่ยม ที่มีความโค้งมน ดูสวยทันสมัยไม่จำเจ เนื้อโคมทำจากอะคริลิค ที่มีความเงางาม และน้ำหนักเบา โคมไฟรุ่นนี้จะมีขนาดกระทัดรัด ไม่ใหญ่เกินไป โคมไฟตัวนี้จะเหมาะกับการติดตั้งเพดานที่มีเนื้อที่จำกัด อาทิ เพดานระเบียง เพดานห้องน้ำ หรือเพดานห้องที่มีพื้นไม่มากนัก

วางแผนการเงินก่อนกู้เงิน

Author: piledriver  //  Category: ข่าวสารที่น่าสนใจ

การขอสินเชื่อหรือการกู้เงินนั้น เราต้องวางแผนและคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจที่ยอมแบกภาระหนี้ เพราะ หากขาดการวางแผนที่ดีนั้น ก็จะเป็นการสร้างปัญหาและเป็นภาระทางการเงินที่เราต้องทนแบกรับไว้ ถ้าเรามีความจำเป็นต้องกู้ เราจะกู้เท่าไร ระยะเวลากู้นานแค่ไหน อัตราดอกเบี้ยแบบไหนที่เหมาะกับเรา ผ่อนเท่าไร สถาบันการเงินที่เราจะกู้เราต้องเลือกสถาบันการเงินที่เราสะดวก มีเงื่อนไขที่ดีและให้ประโยชน์แก่เรามากที่สุด

เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขการกู้ระหว่างสถาบันการเงินต่างๆ

1) เงินกู้อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating rate loan) หมายถึงเงินกู้ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว คืออัตราดอกเบี้ยที่กำหนด
ณ ปัจจุบัน ตามประกาศนั้น ปีต่อมาอาจปรับเปลี่ยนขึ้นหรือลงได้ตามสถานการณ์ตลาดเงินหรือต้นทุนทางการเงินของสถาบันการเงิน ซึ่งการปรับใหม่นี้ ในบางปีอาจจะมีการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย หรือในบางปีอาจไม่มีการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยก็ได้ ทั้งนี้การปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยที่สูงขี้น อาจส่งผลกระทบต่อผู้กู้กได้เพราะเงินงวดที่ชำระในแต่ละเดือนได้อาจต้องมีการปรับให้สูงขึ้น

2) เงินกู้อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed rate loan) มีหลายแบบดังนี้
- อัตราดอกเบี้ยคงที่ตลอดระยะเวลากู้ หมายถึงเงินกู้ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่หรือตายตัวตามประกาศของสถาบันการเงิน
ณ ขณะกู้ จะไม่มีการปรับเปลี่ยนขึ้นหรือลงตามสถานการณ์ตลาดเงินหรือต้นทุนทางการเงินของสถาบันการเงิน ซึ่งเงิน เงินงวดที่ชำระในแต่ละเดือนก็จะคงที่ตลอดระยะเวลากู้นานตามแต่ผู้กู้จะเลือก

- อัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะสั้นในช่วงแรกจากนั้นเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว หมายถึงเงินกู้ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ระยะสั้นประมาณ 1-5 ปี หลังจากนั้น จะปรับเปลี่ยนเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว ซึ่งอาจจะสูงหรือต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยคงที่เดิมก็ได้ ทั้งนี้ จะเป็นไปตามสถานการณ์ตลาดเงินหรือต้นทุนทางการเงินของสถาบันการเงิน ณ ขณะนั้น

- อัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะสั้นแบบขั้นบันใดในช่วงแรกจากนั้นเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว หมายถึงเงินกู้ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ระยะสั้นประมาณ 1-5 ปี แต่ในระหว่างนี้ อาจกำหนดคงที่แบบขั้นบันได เช่น คงที่ 3 ปี ปีแรกเท่ากับ 3.25% ปีที่สอง 4.25% ปีที่สาม 5.25% เป็นต้น หลังจากนั้น จะปรับเปลี่ยนเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว ซึ่งอาจจะสูงหรือต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยคงที่เดิมก็ได้ ทั้งนี้ จะเป็นไปตามสถานการณ์ตลาดเงินหรือต้นทุนทางการเงินของสถาบันการเงิน ณ ขณะนั้น

3) เงินกู้อัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะหนึ่งและปรับเป็นคงที่ใหม่ทุกรอบเวลา (Rollover Mortgage Loan) หมายถึงเงินกู้อัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะหนึ่ง เช่น 3 ปี หรือ 5 ปี และปรับเป็นคงที่ใหม่ทุกรอบเวลา 3 หรือ 5 ปี ตลอดระยะเวลากู้นาน 25-30 ปี ตัวอย่างเช่น สินเชื่อเคหะรวมใจ ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารพาณิชย์ต่างๆปล่อยกู้ในปัจจุบัน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แต่ละช่วงจะคงที่โดยอิงกับต้นทุนพันธบัตรที่บวก 2.5% เช่น หากต้นทุนพันธบัตร 5% อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จะเท่ากับ 7.5% เป็นต้น เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจริงตามประกาศ
เมื่อคุณทราบประเภทเงินกู้แบบต่างๆที่สถาบันการเงินเสนอให้บริการแล้ว ต่อมาคุณจะต้องพิจารณา เปรียบเทียบ “อัตราดอกเบี้ยจริงตามประกาศ” ว่าที่ไหนให้เท่าใด สูงต่ำกว่ากันอย่างไร ซึ่งโดยทั่วไป หากเป็นเงินกู้ประเภทเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุด ก็จะเป็นประโยชน์กับคุณมากที่สุด ทั้งนี้ เพราะอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ จะทำให้เงินงวดรายเดือนที่ผ่อนชำระต่ำตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม การกู้เงินมิใช่การกู้ระยะสั้นเพียง 2-3 ปี เท่านั้น หากเป็นการกู้นานถึง 20-30 ปี ดังนั้น คุณจะต้องดูแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย หรือนโยบายสินเชื่อของสถาบันการเงินในระยะยาวด้วย นอกจากนั้น ยังต้องพิจารณาดูเงื่อนไขการกู้ การให้บริการ และค่าใช้จ่ายการกู้อื่นๆ ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายในการกู้

ในการกู้เงิน นอกจากจะต้องดูเรื่องอัตราดอกเบี้ยแล้ว คุณจะต้องดูค่าใช้จ่ายต่างๆด้วย ได้แก่
- ค่าประเมินมูลค่าหลักประกัน โดยปกติ สถาบันการเงินจะมีการคิดค่าประเมินมูลค่าหลักประกัน ซึ่งแต่ละสถาบันการเงินจะคิดไม่เท่ากัน

- ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ ในปัจจุบัน ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่จะคิดค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ หรือ อาจเรียกชื่ออย่างอื่น เช่น ค่าธรรมเนียมการวิเคราะห์สินเชื่อ ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ เป็นต้น แต่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ไม่คิดค่าธรรมเนียมนี้

- ค่าธรรมเนียมจดจำนองกับกรมที่ดิน ในการกู้เงิน หลังจากได้รับเงินกู้แล้ว จะต้องมีการจดทะเบียนจำนองกับกรมที่ดิน
ซึ่งผู้กู้มีภาระต้องจ่ายค่าธรรมเนียมร้อยละ 1 ของวงเงินกู้ ตามกฎหมาย

- ค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนจำนองก่อนกำหนด (prepayment penalty) สถาบันการเงินส่วนใหญ่ จะคิดค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนจำนองก่อนกำหนด โดยเฉพาะหากมีการชำระหนี้ทั้งหมด เพื่อปิดบัญชีและไถ่ถอนจำนองออกไปภายในระยะเวลา 3 ปีแรกของการกู้เงิน ทั้งนี้ แต่ละแห่งจะคิดมากน้อยแตกต่างกัน

เงื่อนไขการให้สินเชื่ออื่นๆ ได้แก่

- วงเงินกู้ โดยทั่วไป สถาบันการเงินจะให้กู้ประมาณร้อยละ 80 ของมูลค่าประเมิน หรือราคาซื้อขายบ้าน (สุดแล้วแต่ค่าใดจะต่ำกว่า)
อย่างไรก็ตาม การกู้เงินเพื่อที่อยู่อาศัยบางประเภท เช่น เงินกู้สวัสดิการแก่พนักงานบริษัท ข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ อาจจะมีการให้กู้สูงถึงร้อยละ 90 หรือ 100%

- ระยะเวลากู้ ในอดีตการกู้เงิน มักจะกำหนดระยะเวลากู้ได้นานประมาณ 15 - 20 ปี อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน ธนาคารอาคารสงเคราะห์และสถาบันการเงินส่วนใหญ่จะให้กู้ได้นานถึง 30 ปี ทั้งนี้ ยิ่งกู้นาน เงินงวดที่ผ่อนชำระรายเดือนก็จะยิ่งลดลง อย่างไรก็ตาม
สถาบันการเงินส่วนใหญ่มักจะกำหนดให้ระยะเวลากู้เมื่อรวมกับอายุผู้กู้แล้ว ไม่เกิน 70 ปี เช่น หากอายุ 55 ปี จะกู้ได้สูงสุด 15 ปี เป็นต้น

- เงินงวดชำระหนี้ ปกติ เงินงวดชำระหนี้ มักจะกำหนดจ่ายเป็นเงินรายเดือนที่แน่นอน หากผู้กู้ชำระหนี้รายเดือนสม่ำเสมอ
เงินกู้นั้นจะหมดเมื่อครบสัญญากู้ อย่างไรก็ตาม กรณีกู้อัตราดอกเบี้ยลอยตัว สถาบันการเงินบางแห่งอาจคิดเงินงวดเผื่อไว้ โดยการคำนวณเงินงวดจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าตามประกาศ เช่น อัตราดอกเบี้ยตามประกาศ 6.5% ต่อปี เวลาคิดคำนวณเงินงวด อาจจะคิดที่อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีก 1-2% โดยคิดที่อัตราดอกเบี้ย 7.5% หรือ 8.5% เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงให้กับผู้กู้ กรณีที่อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นในภายหลัง ผู้กู้จะได้ไม่ต้องชำระเงินงวดเพิ่มขึ้น เพราะคิดเผื่อไว้แล้ว แต่หากอัตราดอกเบี้ยในภายหลังไม่เพิ่มขึ้น หรือกลับลดลง เงินงวดที่คุณชำระเกินไว้ ก็จะไปตัดหนี้เงินต้นมากขึ้นกว่าปกติ และจะทำให้หนี้เงินกู้หมดเร็วขึ้นกว่าที่กำหนดไว้ในสัญญา

- การตัดเงินต้น-ตัดดอกเบี้ยของเงินงวด โดยทั่วไป เงินงวดที่ชำระหนี้รายเดือน จะประกอบด้วยดอกเบี้ยทั้งหมดที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน และเงินต้นบางส่วน ทั้งนี้ เงินงวดในปีแรกๆของการชำระหนี้ จะเป็นการชำระดอกเบี้ยเป็นส่วนใหญ่ และจะเป็นการตัดเงินต้นเพียงเล็กน้อย แต่ในปีหลังๆ เงินต้นจะถูกตัดมากขึ้นตามลำดับ ทำให้ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนค่อยๆลดลงตามลำดับ จนกระทั่งเป็นศูนย์ในปีสุดท้ายของสัญญากู้ ในกรณีที่ผู้กู้ กู้เงินแบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัว สถาบันการเงินมักจะเปิดโอกาสให้ผู้กู้สามารถชำระเงินงวดเพิ่มสูงกว่าปรกติได้
ซึ่งเงินที่ชำระเกินนั้น ก็จะไปตัดหนี้เงินต้นลง ซึ่งจะส่งผลให้หนี้เงินกู้หมดเร็วขึ้นกว่าที่กำหนดในสัญญา อย่างไรก็ตาม กรณีกู้อัตราดอกเบี้ยคงที่ โดยทั่วไป สถาบันการเงินมักจะกำหนดให้ชำระเท่ากันทุกเดือน ไม่สามารถชำระมากกว่าได้ การให้บริการของสถาบันการเงิน ในการเลือกกู้กับสถาบันการเงินใด นอกจากปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขต่างๆแล้ว ผู้กู้อาจจะพิจารณาปัจจัยประกอบด้านอื่นๆด้วย เช่น…
1) ความสะดวกในการยื่นกู้ ได้แก่ ผู้กู้สามารถเดินทางยื่นกู้ยังสำนักงานธนาคารหรือที่อื่นๆ ได้อย่างสะดวก ไม่เสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
2) ความรวดเร็วในการอนุมัติกู้ ได้แก่ ผู้กู้สามารถทราบผลการยื่นกู้ หรือได้รับเงินกู้ได้รวดเร็วตามที่ต้องการ เช่น ในสองสัปดาห์ หรือเร็วกว่านั้น
3) ความสะดวกในการชำระหนี้เงินกู้ เช่น ผู้กู้สามารถชำระหนี้ผ่านบัญชีของสาขาธนาคารต่างๆได้อย่างกว้างขวาง
4) การต้อนรับและให้บริการที่ดีของพนักงาน เช่น การต้อนรับและอำนวยความสะดวกต่างๆของพนักงาน ความมีอัธยาศัยไมตรีที่ดี และการให้บริการต่างๆอย่างเต็มใจ รวดเร็ว และประทับใจ
5) การให้ความรู้และคำปรึกษาแนะนำดี เช่น การให้ความรู้ความเข้าใจ และคำแนะเกี่ยวกับการขอสินเชื่อในด้านต่างๆอย่าง จริงใจ และเป็นมิตรไมตรี
6) ชื่อเสียง ภาพพจน์ และความมั่นคงของธนาคาร ได้แก่ การมีภาพพจน์ที่ดี ความมีชื่อเสียงมายาวนานในการให้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัย และความมั่นคงของธนาคาร

4. การยื่นกู้ หลังจากที่คุณพิจารณาเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย เงื่อนไขการให้กู้ และการให้บริการต่างๆแล้ว คุณก็จะสามารถเลือกกู้กับสถาบันการเงินที่คุณพอใจต่อไป ซึ่งในการนี้ จะมีขั้นตอนสำคัญ ดังนี้
การเตรียมหลักฐานประกอบคำขอกู้ ในการกู้เงินเพื่อซื้อบ้าน หรืออาคารชุด สถาบันการเงินมักจะกำหนดให้ผู้ขอกู้ จะต้องนำหลักฐานต่างๆต่อไปนี้โดยครบถ้วน ได้แก่

1) หลักฐานประจำตัว ได้แก่
- ทะเบียนบ้าน
- บัตรประจำตัวประชาชน หรือราชการ
- ทะเบียนสมรส หรือทะเบียนหย่า หรือใบมรณะบัตร
- สำเนาเปลี่ยนชื่อ สกุล (ถ้ามี)
2) หลักฐานเกี่ยวกับรายได้ ได้แก่
ก. ผู้มีรายได้ประจำ
- ใบรับรองเงินเดือน หรือหลักฐานการรับ/จ่ายเงินเดือนจากนายจ้าง
- สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร
ข. ผู้มีอาชีพอิสระ
- สำเนาทะเบียนการค้า หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
- บัญชีเงินฝาก พร้อม statement บัญชีเงินฝากกระแสรายวันย้อนหลัง 6 เดือน
- หลักฐานรายได้หรือทรัพย์สินอื่นๆ
3) หลักฐานเกี่ยวกับหลักทรัพย์และการซื้อขาย
- สำเนาโฉนดที่ดิน หรือสำเนาหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด
- แผนที่แสดงทำเลที่ตั้งของที่ดินหลักประกัน
- สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย หรือสัญญามัดจำ
- ถ้าเป็นการซื้อห้องชุด ต้องมีสำเนาหนังสือสำคัญการจดทะเบียนอาคารชุด
- รายละเอียดทรัพย์ส่วนบุคคล และทรัพย์ส่วนกลาง
4) หลักฐานอื่นๆ กรณีขอกู้เพื่อการปลูกสร้างหรือต่อเติมอาคาร ต้องมี
- แบบก่อสร้างอาคาร
- หนังสืออนุญาตปลูกสร้างหรือต่อเติมอาคาร
- หนังสือสัญญาจ้างปลูกสร้างหรือต่อเติมอาคาร
กรณีกู้เพื่อไถ่ถอนจำนอง ต้องมี
- สัญญากู้เงิน และสัญญาจำนองจากสถาบันการเงินเดิม
- statement การผ่อนชำระค่างวด ใน 6 เดือนสุดท้าย

โคมดาวน์ไลท์สี่เหลี่ยม หน้าเหลี่ยม ราคาถูก จริง ๆ

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized, โคมไฟ-อุปกรณ์ไฟฟ้า

ภาพโคมดาวน์ไลท์แบบสี่เหลี่ยม และหน้าเหลี่ยม (สินค้าคุณภาพ)

dsc071036

dsc07108dsc070991dsc070964

dsc07084dsc07086dsc071051dsc07101dsc071021

โคมดาวไลท์หน้าสี่เหลี่ยม โคมดาวน์ไลท์กล่องเหลี่ยม จากภาพตัวอย่าง
เป็นโคมดาวน์ไลท์ที่มีคุณภาพสูง สวย และกำลังเป็นที่นิยม ใช้ติดตั้งสำนักงาน อาคาร บ้านพักอาศัย คอนโดมิเนียม โรงแรม และสถานที่อื่น ๆ กันอย่างแพร่หลาย ตัวโคมด้านในทำด้วยวัสดุแผ่นอลูมิเนียม ซึ่งจะสะท้อนแสงได้ดี และไม่เป็นสนิม โคมมีน้ำหนักเบา มีความสูงวัดจากด้านหน้าถึงด้านก้นโคมมีความสูงไม่มากเมื่อเทียบกับโคมดาวน์ไลท์อื่น ๆ ขั้วต่อสายเป็นเทอร์มินอลที่สามารถรองรับสายกาวน์ได้ด้วย เป็นโคมที่ผลิตจากวัสดุเกรด A เนื้องานสวย (สังเกตได้แม้ดูจากภาพ) มีความปลอดภัย ทนทานและทันสมัย ราคาโคมดาวน์ไลท์ทั้ง 2 แบบนี้จำหน่ายใน ราคาส่ง
สนใจผลิตภัณฑ์โคมดาวน์ไลท์ข้างต้นหรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ติดต่อ โทร. 081-9969040

ต่อเติม-เปลี่ยนแปลง อาคาร

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized

dsc07001

ภาพจาก การดำเนินงาน ทีมงานยู-ด้า ปั้นจั่น

การแก้ไขเปลี่ยนแปลง ส่วนต่างๆ ของอาคารที่ไม่ใช่โครงสร้างของอาคาร อาทิ การต่อเติม
การเพิ่ม การลด หรือการขยายรูปทรง ลักษณะ สัดส่วน เนื้อที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคาร เช่น เปลี่ยนแปลงวัสดุที่ใช้ทำผนังภายในอาคาร หรือเปลี่ยนแปลงวัสดุที่ใช้ปูพื้นส่วนใดส่วนหนึ่งภายในอาคารที่เป็นผลให้อาคารมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น และหากเป็นการเพิ่มน้ำหนักนั้นทำให้โครงสร้างอาคารคำนวณแล้วพบว่าเกินร้อยละสิบ ก็ต้องยื่นเรื่องเพื่อขออนุญาต แต่ถ้าเราคำนวณน้ำหนักด้วยตนเองไม่เป็น ก็ควรให้วิศวกรผู้ดูแลเป็นผู้คำนวณให้ เพราะหากวัสดุที่ใช้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากก็จะทำให้โครงสร้างอาคารต้องรับน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
ส่วนการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ต้องยื่นขออนุญาต อาทิ การเปลี่ยนแบบประตู หน้าต่าง หรือเปลี่ยนลายกระเบื้อง ฝ้า เพดาน ผนัง เป็นต้น กรณีนี้ไม่ต้องยื่นขออนุญาตเพราะไม่ได้ทำให้โครงสร้างอาคารต้องแบกรับน้ำหนักขึ้นแต่ประการใด
ในทางปฏิบัติหากเราทำได้ถูกต้องไว้ นอกจากจะไม่ผิดกฎหมายแล้ว ความปลอดภัยในโครงสร้างอาคารก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งผลกับชีวิตและทรัพย์สินของเรา

อุปกรณ์ไฟฟ้า ราคาส่ง โฮมอีเลคทริค

Author: piledriver  //  Category: โคมไฟ-อุปกรณ์ไฟฟ้า

dsc06907โคมไฟประดับตกแต่งเพดาน

โคมไฟตกแต่งภายในอาคาร ประเภทเพดานสวยงาม

อาคาร บ้านเรือน หน่วยงาน โครงการ โรงงาน หรือร้านค้าใด ที่มีความประสงค์ ซื้อหลอดไฟ (Lamp) ซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้า(GEAR) โคมไฟภายในอาคาร (INDOOR LAMP FIXTURE)โคมไฟภายนอกอาคาร (OURDOOR LAMP FIXTURE) โคมไฟโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งล้วนเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ มีความหลากหลาย ทั้งสวยงาม คงทน ตรงตามประเภทการใช้งาน นอกจากนี้เรามีอุปกรณ์ไฟฟ้าหลากหลายชนิด และมีให้เลือกมากแบรนด์ (ยี่ห้อ) ตามความต้องการของท่าน
ที่สำคัญโคมไฟเราจำหน่ายในราคาโรงงาน อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดเราจำหน่ายในราคาส่ง มั่นใจได้ว่าท่านจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ ในราคาที่ถูกเป็นพิเศษ
รับประกันสินค้าทุกชิ้น มีบริการจัดส่งสินค้าให้ท่านถึงที่

ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ คุณเล็ก 081-9969040 038-795795

ความรู้เรื่องเครื่องปรับอากาศ (แอร์)

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized

แจกฟรีคู่มือการใช้,ดูแลรักษา และติดตั้งเครื่องปรับอากาศ
May 30th watcharaaircon

ความรู้เรื่องปรับอากาศที่ใช้ในบ้านเรือนทั่วไป หรือแอร์บ้านที่เราเรียกจนติดปากกันนั้น เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นจากอานิสงค์การยกเลิกภาษีสำหรับเครื่องปรับกาศที่มีขนาดต่ำกว่า 7,000ยีทียู ทำให้เครื่องปรับอากาศมีราคาถูกลงมาก ดังนั้นเมื่อมีการใช้เครื่องปรับอากาศ การควรมาศึกษาการใช้,ดูแล และติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เอาไว้บ้าง สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน จึงได้จัดทำคู่มือ “เครื่องปรับอากาศ ที่ใช้ในที่พักอาศัย” รวบรวมข้อมูลที่น่ารู้เกี่ยวกับเครื่องปรับอากาศไว้อย่างกระชับ ได้ใจความ เริ่มตั้งแต่ชนิดและการทำงานของเครื่องปรับอากาศ ไปจนถึงการเลือกซื้อ การติดตั้งและการใช้งาน และการบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้ผู้ที่กำลังจะซื้อและติดตั้งเครื่องปรับอากาศอยู่แล้ว ได้นำข้อมูลที่ได้รับไปปฏิบัติอย่างถูกวิธีและมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งค่าไฟและค่าบำรุงรักษา
(แจกคู่มือ การใช้,ดูแลรักษา และติดตั้งเครื่องปรับอากาศwww.watcharaaircon.com)

ตอกเสาเอก (เสาเข็มต้นแรก)

Author: piledriver  //  Category: Uncategorized

ภาพจาก: การดำเนินงานของทีมงาน ยู-ด้า ปั้นจั่น

ภาพจาก: การดำเนินงานของยู-ด้า ปั้นจั่น (ฝ่ายปั้นจั่นรถ)

ตอกเสาเอก (เสาฤกษ์)

ในอดีตบ้านเรือนล้วนแต่เป็นบ้านที่ปลูกสร้างด้วยไม้ เพราะไม้เป็นวัสดุที่หาง่าย ราคาถูก ดังนั้นเสาของตัวบ้านจึงเป็นเสาไม้ พิธีฤกษ์ลงเสาเอกแต่ก่อนก็คือ ฤกษ์เวลาที่เรานำเสา(ไม้)หลักของบ้านหย่อนลงสู่หลุมที่เตรียมเอาไว้ จับให้เสาตั้งตรงแล้วเอาไม้ค้ำยันค้ำไว้จากนั้นก็นำดินมากลบหลุมทั้งหมด
แต่ในปัจจุบันนี้ด้วยสภาพแวดล้อมที่มีความปลียนแปลงไป ประกอบกับเทคโนโลยีที่ ทันสมัยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนมีความหลากหลาย แตกต่างกันออกไป อีกทั้งอาคารบ้านเรือนไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ส่วนใหญ่ล้วนมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตที่เสริมเหล็ก รากฐานของตัวอาคารต่างๆ จึงต้องมีความเหมาะสมแข็งแรงและสามารถรับน้ำหนักโครงสร้างได้เป็นอย่างดี การปลูกสร้างอาคารทั่วไปจึงต้องมีการตอกเสาเข็มคอนกรึต ต้องมีการเทฐานราก ทำตอม่อ แล้วจึงจะขึ้นเสาโผล่พื้นดินได้ ดังนั้นพิธียกเสาเอก กรณีเกี่ยวกับการตอกเสาเข็ม ส่วนใหญ่จะยึดถือเวลาที่ทำการตอกเสาเข็มต้นแรก เวลาที่ทำการตอกเสาเข็มต้นที่กำหนดให้เป็นเสาเอก (น่าจะเรียกว่า “ฤกษ์” เข็มเอก) การได้มาด้วย(เวลา)ฤกษ์พิธีการนั้นล้วนก็ต้องการความเป็นสิริมงคล ความรุ่งเรือง และความสบายใจให้กับตนและครอบครัว
การกำหนดฤกษ์พิธีการก็มักเกี่ยวข้องกับทิศ เดือน วัน เวลา เช่น ถ้ายกเสาเอกในเดือนอ้าย ยี่ สาม เสาเอก อยู่ทิศอีสาน, ยกเสาเอกในเดือน 4 – 5 – 6 เสาเอก อยู่ทิศอาคเนย์, ยกเสาเอกในเดือน 7 – 8 – 9 เสาเอก อยู่ทิศหรดี, ยกเสาเอกในเดือน 10 – 11 – 12 เสาเอก อยู่ทิศพายัพ
ความสำคัญของฤกษ์พิธีการมักจะถูกกำหนดเป็นเวลาที่แน่นอน เช่น เวลาตอกเสาฤกษ์ คือเวลา 9.09 น. ดังนั้นการเตรียมการต่างๆหน้างาน ที่ไม่มีความพร้อมก็อาจทำให้เกิดปัญหาขลุกขลัก สร้างความคลาดเคลื่อน ส่งผลให้การตอกเสาเข็ม(เสาเอก) ไม่ตรงกันกับเวลาฤกษ์พิธีการที่ได้กำหนดไว้

หลักฐานในการกู้เงินสถาบันการเงิน

Author: piledriver  //  Category: ข่าวสารที่น่าสนใจ

หลักฐานการกู้ยืมเงิน เพื่อใช้ยื่นให้สถาบันการเงิน
การกู้เงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย อาทิ ซื้อบ้าน หรืออาคารชุด สถาบันการเงินมักจะกำหนดให้ผู้ขอกู้ จะต้องนำหลักฐานต่างๆต่อไปนี้มายื่น

1) หลักฐานประจำตัว
-บัตรประจำตัวประชาชน
-สำเนาทะเบียนบ้าน

บัตรประจำตัว

ทะเบียนสมรส หรือทะเบียนหย่า หรือใบมรณบัตร

สำเนาเปลี่ยนชื่อ สกุล (ถ้ามี)
2) หลักฐานเกี่ยวกับรายได้ ได้แก่

ก. ผู้มีรายได้ประจำ

ใบรับรองเงินเดือน หรือหลักฐานการรับ/จ่ายเงินเดือนจากนายจ้าง
สมุดบัญชีงินฝากธนาคาร
ข. ผู้มีอาชีพอิสระ

สำเนาทะเบียนการค้า หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
บัญชีเงินฝาก พร้อม statement บัญชีเงินฝากกระแสรายวันย้อนหลัง 6 เดือน
หลักฐานรายได้หรือทรัพย์สินอื่นๆ
3) หลักฐานเกี่ยวกับหลักทรัพย์และการซื้อขาย

สำเนาโฉนดที่ดิน หรือสำเนาหนังสือแสดงกรรมสิทธิห้องชุด
แผนที่แสดงทำเลที่ตั้งของที่ดินหลักประกัน
สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย หรือสัญญามัดจำ
ถ้าเป็นการซื้อห้องชุด ต้องมีสำเนาหนังสือสำคัญการจดทะเบียนอาคารชุด รายละเอียดทรัพย์ส่วนบุคคล และทรัพย์ส่วนกลาง
4) หลักฐานอื่นๆ

กรณีขอกู้เพื่อการปลูกสร้างหรือต่อเติมอาคาร ต้องมี
แบบก่อสร้างอาคาร
หนังสืออนุญาตปลูกสร้างหรือต่อเติมอาคาร
หนังสือสัญญาจ้างปลูกสร้างหรือต่อเติมอาคาร
กรณีกู้เพื่อไถ่ถอนจำนอง ต้องมี
- สัญญากู้เงิน และสัญญาจำนองจากสถาบันการเงินเดิม
- statement การผ่อนชำระค่างวด ใน 6 เดือนสุดท้าย
กรณีมีผู้กู้ร่วม จะต้องมีหลักฐานส่วนตัว และหลักฐานรายได้ของผู้กู้ร่วมด้วย

โดยปกติ ผู้ขอกู้จะต้องเตรียมหลักฐานต่างๆดังกล่าว โดยครบถ้วนในวันยื่นกู้หากไม่ครบ เจ้าหน้าที่อาจจะไม่รับเรื่อง หรืออาจรับเรื่องไว้และให้ผู้ขอกู้นำหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติม ซึ่งผู้ขอกู้ควรจะนำมาให้เจ้าหน้าที่ภายใน 3 วัน เพื่อจะไม่ทำให้การวิเคราะห์และอนุมัติกู้ล่าช้าออกไป

สร้างกำแพง รั้ว และประตูบ้าน ตามหลักฮวงจุ้ย

Author: piledriver  //  Category: ความรู้ทั่วไป

การสร้างกำแพง รั้ว และประตูบ้าน หลายท่านให้ความสำคัญไม่น้อยกว่าตัวบ้าน และส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญการสร้างกำแพงรั้วและประตูตามหลักของฮวงจุ้ย ซึ่งเป็นความเชื่อที่ยึดถือและปฏิบัติสืบเนื่องกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ยู-ด้า ปั้นจั่น จึงขอนำข้อมูลฮวงจุ้ยที่แยกย่อยเป็นข้อ ๆ ที่เกี่ยวกับการสร้างประตู รั้ว กำแพงบ้าน มาให้ท่านได้อ่าน และศึกษาดู เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อท่านไม่มากก็น้อย

1. ถ้ามีบ้านมีประตูบ้านบานใหญ่แล้ว อย่าสร้างประตูเล็กไว้ 2 ข้าง แต่ให้สร้างข้างเดียว
ให้อยู่ฝั่งทางซ้ายมือ และให้หันหน้าออก
2. ถ้าประตูบ้านตรงกันกับบ้านอื่นเชื่อว่าจะไม่เป็นมงคล
3. ประตูรั้วบ้านฝั่งตรงข้ามใหญ่กว่าบ้านเราเชื่อว่าจะไม่ดี
4. ประตูด้านซ้าย ควรมีขนาดใหญ่กว่าประตูทางด้านขวามือ
5. ประตูรั้วบ้าน ถ้าสูงกว่ากำแพงบ้านไม่ดี
6. บ้านที่มีกำแพงเก่าควรทาสีให้ใหม่เสมอ เวลากลางคืนควรติดไฟให้สว่าง เชื่อว่าจะพบ
แต่ความเจริญ
7. กำแพงบ้านอย่าสูงเกินไป (เกิน 2 เมตร) หรือต่ำเกินไป (1.40 เมตร)
8. ตำแหน่งกำแพงทาง ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ อย่าให้ชำรุดจะมีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาล
9. สร้างบ้าน ไม่ควรสร้างกำแพงหรือภูเขาก่อน เชื่อว่าจะทำให้ยากจน หรือถูกคุมขัง
10 ไม่ควรสร้างกำแพงบ้านให้ชิดบ้านเกินไป
11. กำแพงบ้านไม่ควรเจาะเป็นหน้าต่าง จะไม่เป็นมงคล
12. กำแพงบ้านสร้างเป็นรูปโค้ง ดีกว่าสร้างกำแพงเป็นรูปสี่เหลี่ยม
13. บ้านที่มีลานโล่งห้ามล้อมรั้วกลางลานโล่งจะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ เช่น โรคตา หัวใจ